บันทึกลับของสาวน้อย
August 5th 2008
วันนี้ (4 สิงหาคม 2551) ผมขอเขียนเรื่องนี้ต่อเนื่อง เพื่อเป็นเกียรติแก่ คุณแอนน์ แฟรงค์ ซึ่งตำรวจลับเกสตาโป พบเธอและครอบครัวชาวยิว ที่หลบซ่อนตัวจากทหารเยอรมัน ในวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2487 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งช่วงนั้นความเกลียดชังของทหารนาซีที่มีต่อชาวยิว แพร่ขยายจนถึงขั้นมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันอย่างโหดร้าย ซึ่งเรื่องราวนั้นได้ถูกถ่ายทอดไว้ในไดอารี่ของเธอ “บันทึกลับของแอนน์ แฟรงค์” อ่านเรื่องย่อได้ที่นี่ครับ ต่อมามีคนเอาไปทำเป็นหนังด้วย ซึ่งทำให้แอนน์ แฟรงค์ และไดอารี่นี้ กลายเป็นสัญลักษณ์และบทเรียนที่สำคัญ ที่คนรุ่นหลังอย่างเรา จะได้เรียนรู้จากบันทึกความโหดร้ายในอดีตกันต่อไป
ทำไมนาซีถึงได้โหดเหี้ยมนัก? รายละเอียดยาวๆ ลองอ่านดูจากบทความนี้นะครับ
ต้นเหตุของเรื่องนี้เกิดจาก ผู้นำเผด็จการอย่างฮิตเลอร์ ได้ชักจูงทางความคิดกลุ่มนาซีให้เชื่อว่า เชื้อชาติอารยันเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ของคนเยอรมัน ที่เหนือกว่ามนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์ในโลก จึงได้นำชาวนาซีมาขยายเผ่าพันธุ์อารยัน และเหยียดหยามเผ่าอื่นโดยเฉพาะชาวยิว เกลียดกันมากถึงขนาดสร้างห้องรมแก๊สฆ่าหมู่อย่างไร้ความปราณี
Arya ก็คือ “อารยะ” ในภาษาไทยซึ่งมีความหมายอย่างเดียวกัน สองคำคือ “อารยะ” และ “อารยัน” จึงโยงใยกันอย่างใกล้ชิด (”อารยะขัดขืน” ฟังดูยิ่งน่ารักขึ้นอีก) ซึ่งหมายถึงความสูงส่ง ความศิวิไลซ์ ความมีเกียรติและคุณธรรม – เป็นข้อเขียนของ
อาจารย์ วรากรณ์ สามโกเศศ ซึ่งผมอ่านแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า จะมีใครที่มีความคิดว่ากลุ่มของตนสูงส่ง มีคุณธรรมสูง และเพราะพวกฉันมีอารยะสูงส่ง พวกฉันจึงควรอยู่และขยายเผ่าพันธุ์ต่อไป แต่ถ้าใครต่างจากฉัน และไม่ใช่พวกฉันนั้นถือว่าต่ำ
ช้าสามานย์ จึงสมควรที่จะถูกต่อต้านและถูกกำจัดไป เหตุการณ์ทำนองนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้อีกหรือไม่? บทเรียนจากไดอารี่ของสาวน้อยนี้จะได้ใช้สอนใจคนยุคนี้หรือไม่ หรือเธอจะตายฟรีไป โดยพวกเราไม่มีโอกาสได้เรียนรู้และฉุกคิดกันเลย?

ขอกลับไปคุยเรื่องหนัง 2001: A Space Odyssey ให้จบนะครับ เพื่อเป็นความต้องการของตัวเอง โดยไม่สนใจเล้ยว่าคนอ่านจะชอบรึเปล่า ฮ่าๆๆ ก็อยากเล่านี่นา จากตอนแรกเรื่องเจ้าลิงขี้กลัว ช่างสงสัย แต่รวบรวมความกล้า ลุย ใช้เครื่องมือชิ้นแรกในโลกมา แล้วก็เลยวิวัฒนาการเป็นคนกะเขาซะที.. ตัดวูบไปเลยครับ ซึ่งต่อจากนี้ผมจะไม่เล่าเรื่องทั้งหมดหรอกนะ ใครที่อยากดูจริงๆ คงต้องไปหาแผ่น DVD ดูเอาหน่อยครับ ซึ่งผมขอสารภาพผิดไว้ ณ ที่นี้เลยว่า ผมหาซื้อแผ่นแท้ไม่ได้ (แป่ว…) เลย
ต้องหันไปใช้บริการ เทปผี ซีดีเถื่อน แทน ด้วยความอยากดูจัด บนปกมีภาษาจีนด้วยนะ
วิวัฒนาการของมนุษย์ก็พาไปพบ เจ้าแผ่นหินแห่งความท้าทายอีกครั้งบนดวงจันทร์ คราวนี้มนุษย์กล้าขึ้นมากแล้ว ช่างไม่กลัวอะไรบ้างเลย คนหลายคนกล้าที่จะไปยืนถ่ายรูปใกล้ๆ กับมัน จากนั้นจึงพบว่าถ้าอยากจะเจอกับต้นตอของเจ้าสิ่งนี้ก็จะต้อง
ไปถึงดาวพฤหัสเลยครับ ซึ่งในการนี้มนุษย์ก็ได้ลงทุนจริงๆ เพราะลูกเรือบางคนก็ต้องตื่นอยู่ ซึ่งบนยานก็น่าเบื่อสุดๆ นอกจากเล่นหมากรุก อาบแดดเทียมๆ ดูทีวี กินอาหารที่ดูไม่น่าจะอร่อยหน้าตาแหยะๆ แถมยังเดินทางกันนานหลายปี ลูกเรือส่วน
หนึ่งจึงต้องถูกแช่แข็งเอาไว้ด้วย เหมือนหมีจำศีลเลย สมาชิกบนยานนอกจากจะมีคนแล้ว ยังมีเจ้าคอมพิวเตอร์สุดแสนฉลาดชื่อ HAL 9000 (ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือบังเอิญ ที่ตัวย่อ IBM นั้นคือตัวอักษรก่อนตัวย่อ HAL หนึ่งตัวพอดี) ซึ่งเจ้าคอมพิวเตอร์นี้
ฉลาดแสนรู้ไปซะทุกเรื่องแถมยังไม่เคยทำงานผิดพลาดอีกเลย
![]()
ในสายตาของเจ้าคอมพิวเตอร์ HAL 9000 ผมเดาเอาว่ามันคงมองไปที่คนอย่างเราๆ แล้วก็คิดว่า
“แกนี่ช่างน่าเบื่อเสียจริง ทำอะไรก็สู้ฉันไม่ได้หรอก ฉันฉลาดกว่าแกเยอะนัก
ฉันคือมันสมองของโลกใบนี้ ส่วนแกนั่นแหละเป็นเครื่องมือของฉัน ฉันคือสุดยอดแห่งโลกนี้ฉันไม่ต้องการมนุษย์อย่างพวกแก อีกต่อไปแล้ว
ฉันมีอายุยืนยาว เดี๋ยวพวกแกก็ตายแล้ว … บลา บลา บลา…”
ดังนั้น ถ้าฉันกังวลว่าพวกแกจะทำให้ภารกิจนี้ผิดพลาด ฉันจะจัดการพวกแกซะให้หมด … โอ้… มันเล่นเราเข้าให้แล้ว
แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกครับ… เมื่อความท้าทายโผล่มา สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของบางคนก็มีเหมือนกัน เมื่อไม่กลัวตายซะอย่าง ความกล้าหาญของคนก็สามารถทำสิ่งยากๆ จนได้ และสุดท้ายต่อให้เจ้าคอมพิวเตอร์สูงส่งเหนือระดับขนาด
ไหน ก็ต้องออกอาการกลัวตาย และพ่ายแพ้ต่อไขควงตัวเดียว!
ฉากสุดท้ายที่ดาวพฤหัส จะทำให้ทุกคนงงเต้กมาก วิธีการดูไม่ให้งง คือ การเชื่อในสิ่งที่เหนือธรรมชาติ (Super Natural) ดังนั้น อย่าไปจริงจังมากว่า ในอวกาศจะมีห้องสวยๆ ได้ยังไง ให้ดูเป็นแนวคิดเชิงปรัชญาอย่างเดียวครับ สิ่งที่มนุษย์ผู้กล้าทุกคน
จะต้องเผชิญ คือ ความตายของตัวเอง
เมื่อใกล้จะตายแล้ว เราจะสำนึกกันได้หรือยัง… เราพึ่งพาเครื่องจักรมากไปหรือเปล่า… แก้วไวน์แตก แต่ไวน์ยังอยู่นะ… ดังนั้น อย่าลืมว่าเมื่อร่างกายสลายไป แต่ดวงจิตก็ยังอยู่ และมันจะพาคุณไปที่ไหน ขึ้นสวรรค์ หรือ ลงนรก หรือไปจุติเป็น Star Child แบบในหนัง? คุณนั่นแหละเป็นคนกำหนดเอง
หมั่นทำความดีกันไว้หรือยัง? เพราะถ้าสะสมแต่เรื่องเรื่องไม่ดีมากๆ เดี๋ยวตอนตายคงสำนึกกันละครับ เวลาดวงจิตมันถูกดูดไปรวมกับเรื่องไม่ดีทั้งหลาย
=== ดูละครแล้วก็ย้อนดูตัวล่ะครับ ===
การเหยียดหยามกัน เช่น เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา หรือแม้แต่เหยียดว่าฉันเหนือกว่าด้วยเหตุอะไรก็ตาม
คนที่คิดเหยียดหยามคนอื่น ก็คงคิดไม่ต่างจาก หุ่นยนต์คอมพิวเตอร์ HAL 9000 คิด ซักเท่าไหร่ สักวันหนึ่งหากรุนแรงมากเข้า ก็อาจเกิดการทำร้ายกันได้ ทั้งทางร่างกายหรือจิตใจ หรือจนถึงแก่ชีวิต เราคงไม่อยากเห็น นาซี ฮิตเลอร์ หรือ เผด็จการฆ่า
ล้างเผ่าพันธุ์ คนใหม่ถือกำเนิดขึ้นมาอีกในโลกใบนี้หรอกนะครับ

ชาติ ก็เป็น เครื่องมืออย่างหนึ่ง ที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมา จากเดิมที่ลิงยังคิดได้ว่า อยู่รวมกันเป็นเผ่าดีกว่า เพราะปลอดภัยกว่าอยู่แยกๆ กัน พอเผ่ามันใหญ่ขึ้นก็ยังรบราฆ่าฟันกันต่อ จนเป็นเมือง เป็นรัฐ และเติบโตเป็นชาติ เพื่อความอยู่รอดของคนส่วนใหญ่
เมื่อช่วงต้นปี ผมฉุนขาดมาก ที่มีคนทำคลิปวิดีโอ รูปธงชาติไทย ติดตราเครื่องหมายของฮิตเลอร์ ผมยอมไม่ได้ โวยวายไปเยอะครับ มันเรื่องอะไร ชาวไทยเราเคยทำอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดนั้นเลยเหรอ มันกล่าวหากันเกินไปครับ
และเรื่องที่นำรูปคนมาตัดต่อเป็นลิง ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจของคนไทยอีก เถอะครับ มันเป็นการหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ชัดๆ ไม่ใช่ Freedom of Speech สักนิด
โชคยังดีที่มีหลายฝ่ายช่วยเหลือกัน จนสามารถจัดการลบไปได้แล้ว แต่สุดท้ายก็จับมือใครดมไม่ได้ ไม่รู้ใครเป็นคนทำ
ก็ขอฝากบอกตรงนี้เลย ถึงคนทำคลิปพวกนี้ด้วยว่า คุณอยากวิจารณ์อะไรก็ทำไปเถอะครับ เพราะนั่นคือเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่อย่าให้มันเลยเถิดมากไป จนเกินขอบเขตแล้วมาอ้างเรื่องเสรีภาพเลยครับ เพราะอะไรที่มันไม่ใช่มันก็ไม่ใช่หรอกครับ
และก่อนจะวิจารณ์อะไร ลองถามใจตัวเองดูก่อนนะครับ
หากคุณมีพ่อ ที่เคยดูแลคุณมา จะเป็นพ่อแท้หรือแค่นับถือ ก็ไม่เป็นไร
คุณได้เกิดมา มีชีวิตที่ดี มีความสงบสุข ได้มีโอกาสเรียนหนังสือ จบการศึกษาสูงๆ มีการมีงานดีๆ ทำ
คุณยังอายุไม่มาก มีความสามารถ เก่งกาจ ฉลาด รอบรู้
คุณอาจจะมองไปที่ พ่อของคุณ ที่รับภาระ ดูแลบ้านผ่านความยากลำบากมากมาก
ท่านทำงานมานานจนชรามากแล้ว แต่ลูกอกตัญญูบางคนก็อาจมองแล้วคิดว่า…
“แกนี่ช่างน่าเบื่อเสียจริง ทำอะไรก็สู้ฉันไม่ได้หรอก ฉันฉลาดกว่าแกเยอะนัก
คนเราต้องเท่าเทียมกันสิ แกจะมาทำตัวเหนือกว่าฉันได้ยังไง ฉันไม่ต้องการแกอีกต่อไปแล้ว
ฉันมีอายุยังน้อย แต่เดี๋ยวแกก็ตายแล้ว … บลา บลา บลา…”
หากมีคนมาลบหลู่ มาหยามเกียรติ พ่อของคุณ หรือคนที่คุณนับถือเหมือนพ่อ คุณมีสิทธิ์จะโกรธ จะบันดาลโทสะจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ เป็นไปได้ไหม?
เลิกดูถูกเหยียดหยามคนอื่นกันเสียทีเถอะครับ บ้านเมืองของเราจะได้สงบสุขเสียที……
ด้วยจิตคารวะ
“นายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ”


August 6th, 2008 at 10:34 am
ถ้าคนเรามองแต่ส่วนดีของคนอื่น โลกนี้ก็จะน่าอยู่ขึ้นเยอะเลยคับ
ถ้าคนขาวก็มองคนดำ แต่ในด้านที่ดี นาซีมองคนยิวในด้านดี สงครามจะเกิดไหมงับ งิงิ
“เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา
จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู
ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย
จะหาคน มีดี โดยส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเลย
ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริง”
พุทธทาส ภิกขุ
ไม่รู้ว่าตัวผมเองมีดีให้คนมองหรือเปล่า
August 6th, 2008 at 10:47 am
ขอบคุณสำหรับอาหารสมอง ซึ่งเนื้อหาดี ๆ สามารถกระตุ้นจิตวิญณาญ ของสิ่งมีชีวิตแบบสังคนได้ดีทีเดียวค่ะ
August 6th, 2008 at 11:14 am
บิจจิก็เคยอ่าน บันทึกลับของแอนด์แฟร้งทั้งแบบฉบับภาษาอังกฤษ และ ภาษาไทยค่ะ
เล่าถึงเรื่องราวของ ทหารนาซี ที่ทั้งโหดร้ายและป่าเถื่อน
เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆและครอบครัว จากที่เคยอยู่อย่างสุขสบาย
กลับพลิกจากนห้ามือเป็นหลังมือด้วยซ้ำ
อยู่เงียบๆ ในห้องลับ…
แทบจะไม่ได้เห็นแสงเดือนแสงตะวัน
คือมันโหดร้ายจริงๆค่ะ
ยิ่งตอนถูกจับไปค่ายกักกันเอาซวิส – -
ผู้คนเข้าแถวเรียงกันเข้าสู่ “เตามรณะ”
โอ๊ย อ่านแล้วหดหู่..
คนส่วนมากตายเพราะ ขาดอาหาร และโรค ไทรอยด์
อยากเชิญชวนให้ทุกคนลองอ่านดู เป็นอุทาหรณ์ ให้กับโลกของเรา ว่าเคยมีสงครามที่
โหดร้าย ทารุน ขนาดนี้…
August 6th, 2008 at 1:02 pm
เราก็ได้อ่านเรื่องบันทึกลับของสาวน้อยเหมือนกันค่ะช่างบังเอินเหลือเกินที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้จังหวะที่ได้เจอบทความนี้ เราได้หนังสือเล่มนี้มาจากอจ.หลังจากการสอบเสร็จอจ.แจกให้กับนร.ในห้องทุกคนค่ะ พอได้อ่านหนังสือเล่นนี้รู้สึกสงสารเด้กคนนี้แล้วก็คนยิวค่ะ พาลทำให้ไม่ชอบนาซีด้วยจากทุนเดิมอยู่แล้วแต่มองในมุมกลับกันโลกนี้มีอะไรที่ไม่คาดคิดได้เหมือนกัน แล้วถ้าพ่อของน้องคนนี้ไม่รอดออกมาพวกเราก็คงจะไม่ได้อ่านไดอรี่ของเธอเช่นกัน ในหนังสือได้เขียนเล่าเรื่องราวในสมัยนั้นในมุมมองของเธอว่าทำไมเกิดอะไรขึ้น ถึงจะอ่านเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างเพราะเป็นภาษาอังกฤษก็เถอะแล้วได้มาเจอบทความอันนี้อีกทำอยากจะอ่านเรื่องนี้ให้จบไวๆ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ
August 6th, 2008 at 1:51 pm
สงครามไม่ทำให้ใครหรือชาติไหนเจริญขึ้นจริงนะ ดังนั้นทุกคนในชาติควรรักใคร่กลมเกลียวกันให้มากถ้าไม่อยากเป็นอย่างชาวยิว ผู้น่าสงสาร
August 6th, 2008 at 4:17 pm
มนุษย์เราเกิดมาพร้อมกับการแก่งแย่งชิ่งดีไม่มีที่สิ้นสุด..เคยดูหนังแนวนี้เหมือนกันครับที่นาซีกดขี่ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ ทำไมนะมนุษย์ถึงได้ใจคอโหดร้ายแบบนี้..ถ้าเกิดว่าสักวันหนึ่งเกิดมีสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญากว่ามนุษย์ฉลาดกว่ามนุษย์เข้ามาบุกยึดครองโลก..เวลานั้นมนุษย์เราคงรวมมือรวมใจกันแต่จะให้ถึงเวลานั้นใครๆก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นก็เหมือนกับการรักษาแม่น้ำลำคลองกว่าจะให้มนุษย์เห็นคุณค่าได้ก็ต้องให้แม่น้ำทุกสายลำคลองทุกลำคลองทะเลทั้งหมดเน่าเสียทั้งหมดก่อนจึ่งจะมารวมมือกันรักษาตอนนั้นคงเป็นการยากที่จะทำให้ดีเหมือนเดิมแต่ทำไมตอนนี้ถึ่งไม่รวมมือกันรักษาและดูแลละมัวแต่จะมาฆ่าฟันกันเองทะเลาะกันเอง..คิดไปไกลเรยเริ่มเซง
August 6th, 2008 at 7:47 pm
เคยอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วรู้สึกหดหู่ใจกับสิ่งที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์ด้วยกัน แล้วตอนนี้เราลองหันมาย้อนดูกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับบ้านซิค่ะ เต็มไปด้วยความเกลียดชังและความขัดแย้ง ใครที่ได้อ่านเรื่องนี้น่าจะเข้าใจนะค่ะว่าความขัดแย้ง ความเกลียดชังที่มนุษย์มีต่อกันมันน่ากลัวขนาดไหน อยากให้เรื่องของแอนนา แฟร้งค์จงเป็นตัวอย่าง เป็นกรณีศึกษาของมวลมนุษยชาติเถอะค่ะ
August 6th, 2008 at 11:56 pm
เคยไปดูบ้านสถานที่จริงของแอนนา ฟรังค์มาแล้วที่ ประเทศเนเธอร์แลนด์ เทอช่างน่าสงสารมากๆ ต้องอยู่แบบหลบๆซ้อนๆในบ้านหลังเล็กๆ มีเพื่อนบ้านคอยส่งน้ำส่งข้าวทั้งๆที่เทอไม่ได้เปนคนลำบากยากจนนะ ครอบครัวเทอทำกิจการขายแยมผลไม้บ้านของเทอมีห้องลับที่ทำไว้เพื่อหลบซ้อนตัวที่น่าทึ่งมาก แต่เพราะความอิจฉาริษยาของผู้ไม่หวังดีจึงแจ้งทหารเยอรมัน(คนเนเธอร์แลนด์ มีนิสัยค่อนข้างขี้อิจฉาเห็นคนอื่นได้ดีกว่าตัวไม่ได้และไม่ค่อยมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีทำงานตามหน้าที่และกฎระเบียบ)
August 7th, 2008 at 9:20 am
สงคราม ความรุนแรงไม่เคยให้ผลดีใคร แต่จะนำมาซึ่งความหายนะ ความรักใคร่สามัคคี ปองดองกันจะนำมาซึ่งความสงบ …
August 7th, 2008 at 12:10 pm
ประวัติของ แอนนา ฟรังค์ เคยได้เรียน ชาวอิสราเอล ให้เกียรติ ผู้หญิงคนนี้มาก ครอบครัวของเธอ เสียชีวิตหมด เหลือ รอดก้อเพียงแต่ พ่อของเธอ อยากจะบอกว่า วิธีการของนาซี คิดล้างเผ่าพัน อยากให้ ฮิตเลอ ได้รับรุ้เหลือเกิน ว่า มึ-คิดผิด ชาวยิวไม่มีวันหมดไปจากโลกนี้ แถม ยังเป็นเผ่าพันที่รักชาติ อดทน แข็งแกร่ง มากกว่าเดิมเสียอีก ปล….เปลี่ยนเฮลิคอบเตอ ได้แล้ว สงสารทหารไทย
August 7th, 2008 at 12:31 pm
เคยอ่านอยุ่ ก้อดีนะค้ะ
August 7th, 2008 at 1:12 pm
You may find these books in Thai version : 2001 Space Odyssy and 2015 Space Odyssy ( I am not sure the name of the 2nd book but it has the number of year 2015).
If you are Buddhism, you may be easy to understand the climax of story because the author ( seem to be Arthur C. Clark ) wanted to tell that the extreme peak will return to the basic one ( black hole ),it means Nirvana or Anatta in Buddhism.
August 7th, 2008 at 2:23 pm
เคยอ่านบันทึกลับแอนแฟรงเหมือนกันค่ะ แต่ตอนนี้อยากใด้cdหนังเรื่องนี้มาเก็บไว้มากเคยหาซื่อแต่หาไม่ใด้ค่ะช่วยบอกหน่อยว่ามีขายที่ใหนจะขอบคุณมากค่ะ
August 7th, 2008 at 4:23 pm
เราก็มีหนังสือเล่มนี้เหมือนกัน….ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนเหมือนกันถึงได้ทำร้ายคนที่เค้าไม่ได้เป็นผู้ผิดอะไร ได้ลงคอขนาดนี้…….ถ้าแอนนารอดมาได้เธอคงมีผลงานดีๆ ให้เราอ่านอีกมาก………เสียดาย
August 7th, 2008 at 5:40 pm
รักและเคารพพ่อหลวง และบรรพบุรุษที่ปกป้องแผ่นดินนี้ ใครหน้าไหนคิดการใหญ่ข้ามหัวพ่อขอให้มันสำนึกทันก่อนที่จะได้ไม่ตายดี
August 7th, 2008 at 5:50 pm
ไม่เห็นมีใครชอบmatrix เหมือนผมบ้างนะ ชอบแบบปรัชญาของหนัง ที่ตรงกับ ความเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา น่ะครับ คำพูดแต่ละคำของ smith แสนจะสุดยอดปรัชญา matrix ก็เปรียบเหมือน โลกหรือจักรวาลที่เราสัมผัสได้ แต่แท้จริงมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราๆสำคัญมั่นหมายเลย..แค่นี้ก่อนแล้วกัน
August 8th, 2008 at 12:05 am
ถึงคุณ obfree
เด๋วคุณ webmaster คงได้เขียนถึง matrix บ้างล่ะค่ะ เพราะท่าทางคงดูหนังดีๆ มาเยอะ
ก็จะรออ่านเหมือนกัน
แต่หากเขียนเรื่องนี้ ลงลึกถึงปรัชญาหรือแก่นของเรื่อง
สงสัยต้องเขียนเป็น seri เลยล่ะ
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
August 8th, 2008 at 12:45 am
พี่ค่ะ
นู๋อ่านเรื่องนี้มานานแล้ว
สนุกมาก และก็น่าสนใจด้วย
อ่านแล้วสงสารแอนน์มากที่สุด
อีกอย่างนู๋ก็ไปเที่ยวบ้านหลังที่แอนน์ถูกจับที่เนอร์เทอร์แลนด์มาแล้ว
เมื่อ 5 -6 ปีที่ผ่าน ฝากแนะนำเพื่อน ๆ ท่สนใจเรื่องนี้ ให้หามาลองอ่านดู
สนุกมาก ๆ ค่ะ
August 8th, 2008 at 6:10 am
อ่านหนังสือเล่มนี้ได้เกือบสิบปีแล้ว แต่พออ่านถึงหน้าสุดท้ายความรู้สึกเหมือนมันพึ่งเริ่มต้นให้ค้นหาเรื่องของเธอต่อไป แล้วก็ได้พบความโหดร้ายมากมายทั้งในจากค่ายเอาต์ซวิชต์(ถ้าสะกดเป็นภาษาไทยผิดต้องขออภัยด้วย)หรือจากที่อื่นๆ ภาพถ่ายกองกระเป๋ารองเท้า ทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ ดูแล้วสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง อยากจะบอกว่าได้เกิดมาในแผ่นดินไทยนี่ถือว่าโชคดีมากๆ แล้ว ใครที่ยังไม่ได้อ่านเรื่องนี้ลองไปหาอ่านกันนะคะ
August 8th, 2008 at 8:24 am
เคยอ่านบันทึกลับของแอนแฟรงค์แล้วเมื่อสองปีก่อน มันเป็นเรื่องจริงที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเขียนไดอารี่ไว้ ขณะที่บ้านเมืองเกิดสงคราม และเธอต้องหลบๆซ่อนๆ ไม่มีโอกาสออกไปไหน ได้แต่เขียนไดอารี บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับตัวเธอ และเมื่อเธอจบชีวิตลงตั้งแต่อายุยังน้อยไดอารี่นี้ก็ได้มีการรวมเมเป็นหนังสือเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึงความโหดร้ายของสงคราม
แม้ข้าพเจ้าจะอ่านเรื่องนี้นานแล้วแต่ความทรงจำเกี่ยวกับความโหดร้ายของสงครามที่เด็กผู้หญิงอย่างแอนได้เจอยังคงอยู่ในความทรงจำ ตอนที่แอนและครอบครัวแอบหลบอยู่ในตึก สำผัสได้ถึงความอึดอัด ความหวาดกลัว ความลำบากยากแค้น แอนต้องเจอความทุกข์ยากตั้งแต่อายุยังน้อย และตอนสุดท้ายก็จบชีวิตลงในสถานกักกันเพราะถูกจับได้
อยากให้ทุกคนลองอ่านกันนะคะ
August 8th, 2008 at 11:13 am
ไม่ทราบว่าหนังสือบันทึกลับของแอนแฟรงค์ หาซื้อได้ที่ไหนคะ เคยไปหาซื้อที่ ซีเอ็ดบุ๊คส์ ไม่มีค่ะ ช่วยแนะนำด้วย
August 8th, 2008 at 11:30 am
เรากำลังยืนอยู่บนโลกที่มีความสับสน วุ่นวาย กับสงครามที่พร้อมจะเกิดได้อีกทุกเมื่อ
ถ้าคนทุกคน คิดเหมือนที่คุณ ลิงสงบ ลงไว้ก็คงจะดี “เราไม่สามารถทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้
แต่เราสามารถทำตัวให้ดีได้ แม้จะไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม” ก็ขอให้ทุกคนที่ทำดีอยู่แล้วพยายาม
ทำดีต่อไป ส่วนคนที่เคยทำผิดพลาดมาแล้ว เริ่มต้นใหม่สิคะ สังคมพร้อมจะให้อภัย
ถ้าคุณเคยทำดีสักครั้ง คุณจะคิดว่าการทำดี มันยากนะ แต่ผลที่ได้กลับมา มันมากมายค่ะ
August 8th, 2008 at 5:57 pm
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือของสำนักพิมพ์ผีเสื้อค่ะ ที่จริงมีขายอยู่ทุกร้านน่ะค่ะ ถ้ายังไงลองไปหาซื้อที่ที่ร้านแพร่พิทยาสิค่ะ
เป็นเรื่องที่น่าสนใจมักๆๆๆ
August 8th, 2008 at 8:08 pm
we all share the same world. it’s not about one nation, but its about one world.
August 8th, 2008 at 11:06 pm
เราเคยอ่านหนังสือเรื่องนี้ ออกแนวเครียดเหมือนกันนะ แต่จำไม่ค่อยได้และ
August 9th, 2008 at 3:57 am
Diary of Anne Frank is a very good book to read.It’s not a novel and it’s not a book that they made it up,but it was a diary that a little girl named Anne Frank had been written during the two years that her and her family had been hidden in a secret room in a house in Amsterdam.I had visited Anne Frank Museum in Amsterdam many times.If any of you ever make it here,don’t forget to go there.First read the book before you go to Anne Frank Museum then you understand the whole thing.
I had to cry many times while reading this book.Some of the part and saying,I had to read it again and again.Such a sad book.The War was so cruel for everyone.
Anybody who loves history,don’t miss this book.Yes,some of the part can be stress,but because it had been written by a hand of a young girl who had been hiding for two full years before she got caught.It’s not a comic book,so you will never gonna laugh from reading this book.
August 9th, 2008 at 5:01 am
เคยแปลหนังสือเล่มนี้สอบอิ้งมาก่อนอ่ะ
เป็นหนังสือที่ดีนะ อยากได้เนื้อเรื่องภาษาไทยจัง ชอบๆๆๆ
August 9th, 2008 at 2:27 pm
หาซื้อได้ที่ไหนค่ะ ที่เป็น ภาษาไทย?
August 9th, 2008 at 7:54 pm
อ่านแล้วดีมากๆ รู้สึกจะติดอันดับที่เมืองนอกเมื่อนานมาแล้ว ควรอ่านเป้นอย่างยิ่ง มีพิมพ์มาใหม่เรื่อยๆค่ะ รู้สึกว่าที่เคยอ่านจะเป็นสำนักพิมพ์ผีเสื้อ
August 9th, 2008 at 8:08 pm
หนังสือแปลเป็นภาษาไทย หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป ร้านนายอินทร์ก็มี ส่วนมากจะอยู่กับพวกวรรณกรรมเยาวชนแปลจากต่างประเทศ เราเคยอ่านรวดเดียวจบ อ่านแล้วหดหู่ไปหลายวัน แต่ขอบอกว่าหนอนหนังสือทั้งหลายไม่ควรพลาด ภาษาไทยชื่อ “บันทึกของแอน แฟรงค์”
August 9th, 2008 at 11:34 pm
เคยอ่านแล้วเหมือนกัน นานมากแล้ว ตอนสมัยเป็นเด็ก จำรายละเอียดไม่ได้ แต่ยังจำหลักใหญ่
ใจความของเรื่องได้อยู่ อ่านแล้วทึ่งว่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะมีความคิดความอ่านในการศึกษาหาความรู้สูงมาก ขนาดอยู่ในห้องลับ แต่ยังคงเรียนจำได้ว่าเธอชอบวิชาชวเลข และชอบสะสมรูปภาพเหตุการต่าง ๆ ของราชวงค์ อะไรประมาณนี้ ทึ่งนะ เด็กตัวแค่นั้น ทำให้เป็นแรงบันดาลใจในการเขียนไดอารี่ของตัวเอง ปล . อ่านเมื่ออายุ 12 ขวบ ตอนนี้ 29 ปีแล้ว ยังรู้สึกว่าชอบ
มีหนังสือหุบเขากินคน เป็นหนังสืออีกเล่มที่อ่านแล้วชอบมากในวัยเด็ก แบบว่า วางไม่ลงจริง ๆค่ะ
August 10th, 2008 at 3:33 pm
ฉันชอบคุฌแอนมากถ้าโลกนี้ไม่มีเฮอคงไม่ได้อ่านบักทึกลับ
August 10th, 2008 at 5:19 pm
เราเคยอ่านตั้งแต่ อยุ่มอหกแล้วค่ะ ชอบมากๆๆ
เธอเขียนบันทึกได้ดีจริงๆๆ
บรรยายถึงเหตุการณ์และความโหดร้ายของสงคราม
และการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ น่ากลัวจริงๆๆ
และยังมีอีกเรื่องนึกที่อยากให้อ่านเหมือนกันนะค่ะ
เป็น เกี่ยวกับสงครามในเขมร อ่ะค่ะ น่ากลัวเหมือนกัน โหดร้ายมาก
เป็นหนังสือของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ หนังสือ ของเค้าดีจริงๆๆค่ะ
August 10th, 2008 at 6:42 pm
เคยดู ภาพยนต์เรื่อง 2001 space odyzzy นะ สมัยอายุสิบกว่าขวบ ไม่เกิน 15 จำได้ง่วงมากเพราะทั้งเรื่องไม่มีเสียงสีสันอะไรมากมาย อย่างที่เด็กอายุ15 ชอบดูหรอก แต่ไม่รู้ทำไม ถึงไม่หลับ และติดตามเรื่องได้ตลอด แต่ฉากจบตอนนั้น งง มาก ที่อยู่ๆยายอวกาศที่บินอยู่ไปโผล่ในห้องนั่งเล่นได้ไง ความทีเป็นเด็ก ยังไม่เข้าใจธรรมสักเท่าไหร่ กลับคิดไปว่า บางที โลกที่เราเน ที่เราอยู่ในปัจจุบันนี้ อาจเป็นเพียงฉากหนึ่ง หรือของเล่นชิ้นหนึ่งของพระเจ้าก็ได้ ชีวิตเรา ครอบครัวเรา โลกของเรา ที่เราเห็นว่าสำคัญและยิ่งใหญ่นักหนา อาจเป็นเพียงของเล่นชิ้นเล็กๆ ที่ไม่มีความสำคัญของใครสักคนก็เป็นได้ เชื่อมั้ยว่าตอนนั้น ภาพยนต์เรื่องนี้ทำให้เด็กอายุ 15 ลดอัตตาของตัวเองลงไปได้ พักใหญ่ๆเลย ก็ทำไงได้ตอนนั้นอะเด็ก คิดและจำอะไรได้ไม่นาน แต่ตอนนี้แก่แย้ว แหะๆๆๆ
August 10th, 2008 at 8:21 pm
อ่านแล้วน่าสนใจดีน๊า
August 10th, 2008 at 8:35 pm
แหงๆ….
อย่าหาว่าเฉยเลยนะ แต่เรายังไม่เคยอ่านเลยอ่า
น่าสงสารตัวเองจังเลย
ใครก้อด้ายช่วยสงเคราะห์ด้วยนะ
August 10th, 2008 at 8:36 pm
เราเคยอ่านนน
เรื่องนี้อ่ะ แต่เปงฉบับการ์ตูนอ่ะ
น่าสงสารเน๊อะ คนยิวโดนทรมานมากเลยอ่ะ
August 10th, 2008 at 9:17 pm
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆที่สร้างสรรค์
ขอบคุณครับ
August 12th, 2008 at 3:47 am
ยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ เพราะซื้อฉบับภาษาเยอรมันมา แต่ก็พอทราบเรื่องอยู่บ้าง จากคำบอกเล่าของสามี สามีสอนประวัติศาสตร์ยุโรปค่ะ(ชาวเยอรมัน แต่ไม่ใช่นาซีนะคะ)เคยไปบ้านที่แอนเนอร์ ฟรางค์ พักอาศัยเพื่อหลบซ่อนตัว ที่อัมสเตอร์ดัม ประเทศฮอลแลนด์มาแล้วค่ะ เห็นแล้วก็เศร้าค่ะ เพราะเข้าจะมีรูปต่างๆ รวมทั้งภาพจริงที่เกิดขึ้น มีคนเสียชีวิตมากมาย ทุกคนที่เสียชีวิตไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลย เหมือนไม่ใช่มนุษย์ทำ โหดเฮี้ยมสุดๆ น่าอนาถใจค่ะ แต่มันก็ผ่านมาแล้ว 60 กว่าปี เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครสามารถลืมได้
ญาติๆของพ่อสามี ถูกรัฐบาลนาซีเกณฑ์ตัวไปเป็นทหาร แต่เขาปฎิเสธที่จะจับปืนฆ่าคน 6 เดือนหลังจากนั้น มีจดหมายส่งมาให้แม่ของเขา แจ้งว่าลูกชายตายแล้วให้ส่งเงินฆ่าทำศพมาให้ด้วย ได้ฟังแล้ว ดูนาซีมันทำ ก็พูดไม่ออกค่ะ
เคยเข้าไม่ใน เว็ปๆหนึ่ง ทีคุณเล่ามานั่นแหละค่ะ เห็นแล้วโกรธมาก (อยากด่าออกอากาศแต่คงไม่ได้ ) คนที่ประเทศไทยคงไม่ได้เห็น
ขอบคุณค่ะ ที่ได้เสนอแนวความคิดกับคนทุกรุ่นโดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่น่าจะคิดอะไรๆที่ดีัๆกันได้ ว่าไปแล้วคนรุ่นเ่ก่าบางคนยังคิดได้ก็มีเยอะ
ขอให้คนไทยคิดได้ คิดแต่สิ่งที่ดีๆกันทุกคนคะ เมืองไทยจะได้สงบสุข สาธุ
คิดถึงเมืองไทยมากค่ะ
August 12th, 2008 at 12:09 pm
ขนลุกเลยทำไมหน้ากลัวจังอะ
ขนไม่ใช่แขนขานะคะลองคิดดูเองว่าขนอะไร………………………….
เฉลย……ไม่บอกดีกว่าเพราะมันจะขนลุกจิงๆๆๆๆๆๆ
August 13th, 2008 at 4:58 am
โหด พอ ๆกับ ที่ญี่ปุ่น บุก นานกิง อ่ะ เคยไปซีเอ็ดบุค แล้วเห็นเลยหยิบอ่าน ภาพน่ากลัวมาก ๆ อยากร้องไห้เลยอ่ะ น่ากลัวไปหมดเลย ถ้าเราโดนแบบนั้น เราจะทำยังไง มิน่าล่ะคนจีนถึงได้เกียจคนญี่ปุ่น
August 13th, 2008 at 10:20 am
โหดพอๆกับชาวอเมริกาล่าอาณานิคมและสังหารดินเดียนแดง และว่ากันว่าชาวยิวเป็นชนชาติที่ฉลาดหลักแหลมขยันฮิตเลอร์จึงกวาดล้างชนชาติยิวให้สิ้นซากเพราะกลัวชาวยิวจะเรืองอำนาจ
August 13th, 2008 at 2:34 pm
ยิว จริงๆแล้ว น่าสงสารมาตั้งแต่ยุด อียิปโบราณ เพราะยิวตอนนั้นเป็นทาส ชนชาตินี้มีบทเรียนจากความทุกยากทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่ โมเสส แหวกทะเลแดงปลดปล่อยชาวยิว พอมาอยู่อิสราเอลก็มาโดนขับไล่เรื่อง ปาเลสไตร์ ดินแดนศักสิทธิ์ ระหว่าง Muslim กะ Christian สงครามโลกครั้งที่สองก็ไม่เว้นพวกนาซี ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แท้จริงยิวนั้นเป็นเชื้อสายที่ฉลาด คิดค้น การแพทย์ คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ มากมาย ฮิตเล่อกลัวจะเชื้อชาติที่เหนือกว่าตน จึงสังหารซะให้สิ้น
August 13th, 2008 at 6:54 pm
*0* เราเคยๆๆๆอ่านน!!1 แต่เคยอ่านแบบการ์ตูน ชอบมากๆๆ เรื่องนี้ …. น่าค้นหาข้ออมูลมากมาย…^________________________^ [[[[[ ขอบคุงสัมหรับสิ่งดีดีที่นำมาเผยแพร่นร้าคร้า
August 13th, 2008 at 11:21 pm
เราดูหนังเมื่อวานเลยหนังดีมากเราร้องไห้ด้วย
August 14th, 2008 at 4:20 am
เคยไปดูห้องที่แอนน์ ฟรั้งเคยอาศัยอยู่ เป็นบ้านใต้หลังคาที่อัมสเตอร์ดัมประเทศเนเธอแลนด์ น่าสารมาก สงครามเป็นสิ่งน่ากลัวจริงๆ
August 22nd, 2008 at 10:59 pm
สาธุ …..พ่อๆตังหมด
August 22nd, 2008 at 11:03 pm
ฮ.นกฮกวันนี้ เรามาดูกันว่าเมืองไทยจะรอดมั้ยเนี๊ย เหตุการซั้าสองใครจะจะเป็นฮีโร
August 29th, 2008 at 3:27 pm
พยามยามอย่ายึดติด มองทุกๆสิ่งให้เป็นธรรมชาติ ทุกสิ่งล้วนแล้ว มีเกิด มีดับ ไม่มีใครหรืออะไรที่จะดีที่สุดโดยที่ไม่มีข้อบกพร่อง หรือข้อผิดพลาด จงใช้ข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นไม่ว่าจะกับตัวเราหรือกับผู้อื่น นำมาเป็นบทเรียนเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งทดลองเองให้เสียเวลาเสียความรู้สึก
May 8th, 2009 at 6:32 pm
เธอเป็นเด็กหญิงที่น่ายกย่องมากกก เสียดายที่เสียชีวิตในสงครามเสียก่อนไม่งั้นคงมีผลงานดีๆให้เราติดตาม
อีกมากมาย
May 8th, 2009 at 6:36 pm
ความพยายาม ความขยัน ความอดทน คือหนทางแห่งความสำเร็จ