มุมมองของผม จากงานจิบกาแฟ “คนทำเว็บพบคนโฆษณา ทำเว็บอย่างไรให้ได้เงิน?”

June 23rd 2008

สวัสดีครับ…เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น ผมต้องตื่นเช้าเพื่อไปคุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่คุ้นเคยกัน ทั้งๆ ที่นอนดู DVD ดึกไปหน่อยในคืนวันศุกร์ ซึ่งปกติหากเป็นวันเสาร์อื่นๆ ผมมักจะใช้เวลาในการนอนหลับอุตุไปจนเลยเที่ยง (เป็นประจำ) …แต่หลังจากคุยเสร็จ เราก็แวะไปหาอะไรกินกันที่ต่อที่ Big C เอกมัย ตอนแรกอยากจะกินอาหารญี่ปุ่นกันครับ แต่ว่าคิวมันยาวเหลือเกิน และก็จะบ่ายโมงแล้วด้วย ด้วยความหิว เราเลยตัดสินใจอุดหนุนร้านอาหารแบบไทยๆ กัน ชื่อร้าน “แสร้งว่ากุ้ง” ร้านเล็กๆ แต่บรรยากาศดี รสชาติก็ดีนะครับ ยกอะไรมาก็อร่อยไปหมด และแน่นอน เราก็สั่งเมนูเด็ดของร้าน คือ แสร้งว่ากุ้ง มาด้วย ซึ่งผมก็เพิ่งรู้ว่า เขาเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า ไตปลาเทียม เป็นอาหารไทยโบราณที่มีที่มาน่าสนใจ ลองอ่านดูได้ครับ คลิกที่นี่ครับ


จากนั้น ผมจึงแวะไปงานจิบกาแฟ
“คนทำเว็บพบคนโฆษณา ทำเว็บอย่างไรให้ได้เงิน?”
ของสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย
จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาคารพญาไท (อาคาร SM Tower) ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับผู้สนใจศึกษาต่อ ในระดับปริญญาโทและหลักสูตรต่างๆ เหมาะกับคนที่อยู่กลางกรุงมาก เพราะสะดวกดีแท้ๆ รถไฟฟ้าก็ผ่าน ตึกก็อยู่ตรงข้ามช่อง 5 นี่เอง

เมื่อเดินเข้าไปในงาน เนื่องจากผมมาสาย -_-’ ทำให้ผมต้องเข้าทางข้างหน้า เลยมีสายตาจับจ้องเพียบ…เหอๆ คนสนใจงานนี้เยอะจังเลย ที่นั่งแทบไม่เหลือ ผมต้องเดินทำตัวลีบๆ และ รีบๆ เดินไปหลังห้อง ซึ่งที่จริงแล้วผมก็ตัวเบ้อเร่อ เลยไม่รู้จะทำตัวลีบยังไงดี ^^ จากนั้นก็มีน้องชายใจดีจากทางศรีปทุมสละเก้าอี้ให้ผมนั่ง ซึ่งตอนแรกผมไม่ยอม แต่น้องเขาก็คะยั้นคะยอให้ผมนั่งจนได้ ช่างใจดีอะไรอย่างนี้ ต้องขอขอบคุณน้องชายคนนั้นมากนะครับ รวมทั้งผมก็ต้องขอขอบคุณท่านวิทยากรทุกท่านมากๆ ด้วยที่มาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนแนวคิดกันในงาน ซึ่งรายละเอียดของงาน
คลิกดูได้จาก Blog ต่างๆ ที่เขียนถึงงานน
ี้
คลิกได้ที่นี่นะครับ

ซึ่งต้นกำเนิดงานจิบกาแฟโดยสมาคมฯ นั้นมีมานานหลายปีแล้วครับ เป็นไอเดียของคุณภาวุธ (คุณป้อม) ซึ่งเป็นกรรมการบริหารสมาคมชุดก่อน ที่วางรากฐานสมาคมฯ เอาไว้เป็นอย่างดี และในปีนี้ก็สามารถจัดได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น เพราะได้รับการสนับสนุนจากทางมหาวิทยาลัยศรีปทุม และจากการประสานงานของคุณอุดม (พี่โดม) อุปนายกของสมาคมฯ นี่เองครับ ซึ่งสำหรับ Blog นี้ ผมจะขอเล่ามุมมองที่ผมได้ไปแชร์มาในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของสมาคมฯ และผมก็มีเรื่องเพิ่มเติมที่อยากคุยให้ฟังด้วยครับ

== ประเด็นที่คุยในงานก็มีดังนี้ ซึ่งคำตอบข้างล่างนี้เป็นมุมมองและความเห็นของผมคนเพียงเดียวนะครับ ==

– อุตสาหกรรมโฆษณาออนไลน์ในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไร? ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไหน?

ผมคิดว่าโฆษณาส่วนใหญ่ของเว็บไซต์ มักจะไปตกอยู่กับเว็บต่างประเทศเป็นส่วนมาก โดยเฉพาะ Google ซึ่งมีรูปแบบการขายโฆษณาแบบข้อความ ที่เขาเรียกว่า AdWords ที่ขึ้นมาพร้อมกับผลลัพธ์การค้นหาข้อมูล
ทำให้มีลูกค้าตั้งแต่ขนาดใหญ่ งบเยอะๆ ลงมาถึงขนาดย่อยๆ เห็นคุณเอก วิทยากรก็บอกว่า งบวันละ 20 บาทยังลงได้เลยครับ ตรงนี้แหละที่กวาดเงินโฆษณาในไทยไปอย่างมากมายมหาศาล เหตุการณ์นี้ก็เหมือนกับวงการนิตยสารครับ ที่เขาเรียกว่า “นิตยสารหัวนอก” อย่าง Cosmopolitan, Cleo, Elle, Hello, OK และอื่นๆ ที่เข้ามากวาดเงินโฆษณาไปเยอะมาก แต่นิตยสารหัวไทยดีๆ ก็มีเยอะ ที่คนก็สนใจอ่านและลงโฆษณาเช่นกัน เช่น แพรว ดิฉัน และอื่นๆ

ในวงการเว็บก็เช่นกันครับ ผมคิดว่าเงินค่าโฆษณาส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้กับ Google, Windows Live (MSN Messenger และ Hotmail) จากนั้นก็จะมาลงเว็บไทยดังๆ กัน แต่ในวงพูดคุยวันนั้นมีการเน้นเรื่องโอกาสของที่โฆษณา จะไปลงที่เว็บเล็กๆ หรือ Blog ต่างๆ ด้วยครับ ทำให้มีผู้ให้บริการ Ad Network มาร่วมงานมากมาย ซึ่งเป็นโอกาสที่ดี ต่อการกระจายโฆษณาลงไปยังเว็บที่มีผู้ชมไม่มากนัก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในงานผมได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมไปด้วยว่า ถ้าเว็บเจาะกลุ่มจริง แม้คนดูจะไม่มาก อาจไม่มีพรีเซนเทชั่นสวยหรู ไม่มีสถิติมากมาย แต่ก็เห็นเยอะว่ามีลูกค้าอยากลงโฆษณากับเว็บเหล่านั้น ก็ขอให้คนทำเว็บไซต์ทุกคนมีกำลังใจด้วยนะครับ คนดูเว็บกับคนลงโฆษณาก็เหมือนคนหาร้านก๋วยเตี๋ยวกิน ใครจะอยากไปกินร้านเดิมๆ ร้านใหญ่ๆ ทุกวันละครับ ก็ต้องหาร้านเล็กๆ ที่ทำอาหารอร่อยกันบ้าง ถ้ารสชาติถูกใจละก็ รับรองว่าลืมร้านใหญ่ๆ กันไปเลยครับ ดังนั้น ผมคิดว่าเว็บเล็กหรือเว็บใหญ่นั้น ศักดิ์ศรีเท่ากัน แถมเว็บเล็กๆ หลายที่ เจ้าของทำด้วยใจและมีความภูมิใจในผลงานมากกว่าอีกด้วยครับ

- แนวโน้มการโฆษณาออนไลน์ในอนาคตจะมีทิศทางอย่างไร?

ข้อนี้ทุกคนค่อนข้างเห็นด้วย และมีความหวังว่ามันจะโตขึ้นได้อีกอย่างมากมายครับ (สมพรปากเถอะ เจ้าประคู้น…) เพราะตลาดยังเล็กมาก ในขณะที่บางประเทศตลาดนี้โตขึ้นไปถึง 5-7% เข้าไปแล้ว

- ผู้ลงโฆษณาบนเว็บคาดหวังอะไร? Impression? Click? Action?

คนลงโฆษณาหลายคนก็หวังหลายแบบนะครับ แต่ที่แน่ๆ ใครๆ ก็อยากให้ไปถึง Action ทั้งนั้น บางที่แค่ได้คนมาดูแบนเนอร์โฆษณาก็พอใจครับ เพราะคนจะได้จำตราสินค้าได้ บางที่ก็อยากได้คนคลิกมาเข้าเว็บเยอะๆ แต่บางที่ก็อยากได้ Action แบบทันที เช่น ได้ผู้กรอกใบสมัครหรือสั่งซื้อสินค้าออนไลน์

- กรณีศึกษาของโฆษณาที่ผู้ลงโฆษณาชอบ แต่ผู้ใช้เว็บไม่ชอบ

ผู้ลงโฆษณาหลายคนก็ชอบที่จะให้โฆษณาของตัวเองเด่นๆ แต่บางทีมันก็ไปสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้เว็บ หรือผู้ใช้เว็บจะรู้สึกเหมือนถูกหลอกให้คลิกเข้าไปนะครับ ซึ่งตรงนี้คนขายโฆษณาหรือเอเจนซี่ออนไลน์ ดูจะช่วยแนะนำลูกค้าได้มากกว่า ทำแบบไหนถึงจะกำลังดี แต่ถึงกระนั้น ผมก็ขอแชร์อีกมุมหนึ่งว่า บางครั้งมันเป็นปัญหาปากท้องด้วยครับ บางเว็บก็ต้องยอมทนรับโฆษณาที่ดูขัดหูขัดตา เพราะต้องการเงินมาเลี้ยงลูกน้อง เซลล์ก็อยากได้ค่าคอมมิสชั่น (เพราะบ้านก็ยังผ่อนไม่หมด รถก็ต้องเติมน้ำมัน ข้าวของก็แพงขึ้นทุกวัน) ก็จะมีการต่อรองระหว่าง “ลูกน้องบังเกิดเกล้า” กับ “เจ้าของเว็บ” มาโดยตลอด หลายครั้งเจ้าของก็ชนะ หลายครั้งคนขายโฆษณาก็ชนะ ยิ่งถ้าคุณไปเจอกรณีแบบที่ปฏิเสธไมได้ เพราะมาจากสายสัมพันธ์ทางใดทางหนึ่งแล้วล่ะก็ บางครั้งคุณก็ต้องยอมกลั้นใจ รับโฆษณาบางอย่างมาลง ซึ่งมันไม่ผิดอะไรหรอกครับ แต่ผมก็มีความตั้งใจว่า หลังจากนี้คงจะทบทวน และยึดความต้องการของผู้ใช้เป็นหลัก คงจะไม่ค่อยรับโฆษณาให้เยอะเกินไป จนผู้ใช้เว็บรำคาญตานะครับ

หลายคนคงเข้าใจเรื่องนี้ดีครับ ผมคิดว่าเว็บเล็กๆ แบบเจ้าของคนเดียว หลายครั้งเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ (ค่านมลูก ค่ากับข้าว และอื่นๆ) เราก็เลยต้องยอมรับโฆษณา “ขัดใจคนดู” เข้ามา… แล้วก็ภาวนาว่า ขอให้ผู้ชมเว็บเข้าใจเราด้วยเถอะ นะครับ

- จะร่วมมือกันผลักดันวงการโฆษณาออนไลน์ในไทย ให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาถึง 2% ของอุตสาหกรรมโฆษณาทั้งหมดได้อย่างไร? (ขณะนี้ 0.8%)

ผมแชร์ตรงนี้ไปนิดหน่อยว่า ต้องขอขอบพระคุณ คุณปารเมศร์ รัชไชยบุญ ประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย ที่ผมเคารพและนับถือ เป็นเหมือนพี่ชายผู้ใจดีคนหนึ่ง และในฐานะที่ชื่อคล้ายกัน ผมเลยเรียนขออนุญาตพี่แฮม สมัครเป็นน้องร่วมลัทธิโฆษณาไปเรียบร้อยแล้วครับ (ชื่อคล้ายกัน -__-’ … เอางี้เลยนะ เกี่ยวไม๊เนี่ย..?)

“หลายๆ ตัวของงานโฆษณา ได้รับการยอมรับมากจากระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น ตัวพรินท์ และทีวี เราแข็งแรงมาก เพราะไทยยังนิยมสื่อดั้งเดิมอยู่มาก ส่วนนิวมีเดียน่าจะค่อยๆ ตามขึ้นมา ไม่น่าจะเกิน 2 ปีที่โดดเด่นได้ไม่แพ้สื่อดั้งเดิม” นายปารเมศร์ กล่าวเพิ่มเติม (ที่มา Businessthai.co.th)

จากคำสัมภาษณ์ชี้ให้เห็นถึงอนาคตที่รุ่งเรืองของสื่อใหม่ โดยท่าน “กูรู” แห่งวงการโฆษณาไทยนี่เอง ทำให้พวกเราคนทำเว็บ และคนโฆษณาออนไลน์ต่างมีความหวังกันมากว่า ความโดดเด่นนี้จะสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ได้อีกมาก สำหรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดในอีก 2 ปีข้างหน้านี้ แม้จะไม่ได้สัดส่วนเท่าสื่อดั้งเดิม ขอให้เราเพิ่มอีกแค่ 1% พวกเราก็ดีใจกันมากแล้วครับ

“โดยเฉพาะนิวมีเดีย คาดการณ์ว่า อีก 2 ปี ไทยจะเทียบมาตรฐานเวทีระดับโลกอย่างคานส์ อวอร์ด ได้ (ที่มา Businessthai.co.th)

ท่านกูรูย้ำอย่างหนักแน่นอีกประโยค เพื่อสร้างความฮึกเหิมให้วงการเอเจนซี่บ้านเราว่า จะมีแคมเปญออนไลน์อันไหนนะ ที่จะมีโอกาสได้รางวัลใหญ่ของไทย ก็คือรางวัล Adman Awards เท่านี้ก็สร้างความภาคภูมิใจให้กับเจ้าของสินค้าและบริการ ตลอดจนเอเจนซี่ผู้สร้างสรรค์ได้มากแล้วครับ นอกจากนี้ เรายังมีโอกาสได้ไปลุ้นรางวัลระดับสากลให้ฝรั่งได้ทึ่ง ในฝีมือคนไทยเข้าไปอีก (จากเดิม วงการโฆษณาไทยก็ไม่แพ้ใครในโลกอยู่แล้ว โดยเฉพาะโฆษณาทีวี) ถึงไม่ได้รางวัลที่นั่น แต่ขอให้ได้มาตรฐานเดียวกัน สามารถเทียบเวทีประกวดเดียวกันได้ แค่นี้วงการโฆษณาออนไลน์ไทยก็จะไปรุ่งมากๆ และผมก็ขอเป็นกำลังใจให้กับคนทำโฆษณาออนไลน์ ที่จะสร้างสรรค์งานดีดีและมีประสิทธิภาพอีกด้วยครับ

- ประเด็นอื่นๆ ที่ผู้เข้าร่วมงานอยากรู้

ผมแอบบ่นไปนิดหน่อยด้วยความเป็นห่วงว่า วันนี้คำว่า “คลิป” ถูกมองในเชิงลบไปแล้ว เพราะมีการเอาไปใช้แบบผิดๆ รวมถึงการรายงานข่าวไปในด้านร้ายจำนวนมาก โดยไม่ค่อยมีข่าวด้านดีมาถ่วงดุล แต่ในวงการ “เว็บ” ไทยนั้นอาการยังดีอยู่ เพราะได้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และความตั้งใจอันดีของท่านนายกสมาคมฯ และผู้ก่อตั้งสมาคมฯ พตอ.ญาณพล ยั่งยืน ที่ปัจจุบันได้กลับมาช่วยนำทีมสมาคมฯ ฝ่าวิกฤตที่กำลังโถมเข้ามาอย่างหนักในประเด็นกฎหมายหลายเรื่อง รวมถึงท่านนายกสมาคมฯ ยุคบุกเบิก พี่วันฉัตร ผดุงรัตน์ แห่ง Pantip.com ในการช่วยกันเสริมสร้างความสามัคคี และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับวงการเว็บไทย เพื่อไม่ให้คำว่า “เว็บ” ถูกมองในเชิงลบเพราะแกะดำที่อยู่ในมุมมืดซึ่งควบคุมได้ยาก

ในวันนี้ ผมเป็นห่วงอย่างมากกับคำว่า “SEO” ที่ย่อมาจาก Search Engine Optimization ว่าจะถูกโปรโมทในทางเสียๆ หายๆ โดยไม่ค่อยมีข่าวด้านดีมาถ่วงดุลบ้าง ทั้งๆ ที่ SEO เป็นคำที่ดีมีประโยชน์มากกว่าในด้านเสียนะครับ

ในขณะที่คำว่า “Blog” ซึ่งวันนี้ คำนี้ยังดีอยู่ แต่หากเราไม่ช่วยกันดูแลรักษา กำหนดค่านิยม จริยธรรม ความชัดเจนให้กับผู้ใช้งาน และแนวทางในการสื่อสารกับสื่อมวลชนอื่น รวมทั้งการทำให้เกิดความสามัคคีของคนในวิชาชีพเดียวกัน คำดีๆ คำนี้ก็อาจถูกมองจากสังคมด้วยความ “ยี้” ได้ ซึ่งกรณีนี้ คนทำ Blog ในต่างประเทศเขามีการร่วมกันกำหนด “จริยธรรมของคนทำบล็อค – Blogger Code of Conduct” กันแล้ว เพื่อเป็นการกำกับดูแลกันเอง ไม่ให้วงการนี้มัน “เละ” ในอนาคตด้วยครับ

ชื่อเสียงของวงการเว็บและ Blog ของไทย สามารถป้องกันไม่ให้เสียหายได้ ด้วยการบริหารจัดการชุมชนที่ดีจากสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ภายใต้การกุมบังเหียนโดยท่านกรรมการผู้ทรงคุณวุฒ ิและเป็นที่ยอมรับหลายท่าน ที่จะร่วมแรงร่วมใจกับสมาชิกเว็บไซต์อีก เป็นจำนวนมาก เพราะหากเรารวมพลังในเชิงสร้างสรรค์กันได้ เราจะสามารถช่วยจรรโลงวงการนี้ให้รุดหน้า และเป็นประโยชน์ต่อสังคมได้อีกมากเลยครับ

นอกจากนี้ จริงๆ แล้วผมก็อยากจะแชร์เรื่องเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมในการรับมือเรื่อง “จริยธรรมในการโฆษณาออนไลน์” ซึ่งวันนี้ เล่าเรื่องอื่นมายาวแล้ว คงจะต้องขอยกยอดไปเล่าอีกตอนครับ

สุดท้ายนี้ Kapook.com ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์วงการเว็บไทย ที่จะร่วมแรงร่วมใจ เร่งสร้างความสามัคคี ปรองดอง และสรรค์สร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในวงการเว็บไทยของเราตลอดไปครับ!

ขอขอบคุณภาพบรรยากาศจิบกาแฟสวยๆ จาก คุณอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ครับ

ด้วยจิตคารวะ
“นายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ”


9 ความคิดเห็น to “มุมมองของผม จากงานจิบกาแฟ “คนทำเว็บพบคนโฆษณา ทำเว็บอย่างไรให้ได้เงิน?””

  1. โดม แสดงความคิดเห็น ว่า:

    สุดยอด!!! ไปเลยครับ

  2. Big Mama แสดงความคิดเห็น ว่า:

    รู้สึกว่าอ่านบล็อคนี้แล้วได้ความรู้เพิ่มขึ้นหลายอย่างเลยค่ะ เพราะเคยแอบรำคาญโฆษณาบางอย่างที่โชว์ขึ้นมาเวลาเปิดเว็บเหมือนกัน งั้นต่อไปนี้เวลาเปิดเว็บแล้วเห็นโฆษณาหน้ารำคาญขึ้นมา คงจะไม่รำคาญแล้วล่ะ เพราะเริ่มเข้าใจหลายๆ อย่างแล้ว เป็นกำลังใจให้คนทำเว็บไซต์ทุกๆ คนด้วยนะคะ สู้ สู้…

  3. วิน แสดงความคิดเห็น ว่า:

    วงการเว็บและอินเทอร์เน็ตในเมืองไทย น่าจะรุ่งเรืองขึ้นได้นะคับ หากทั้งคนทำเว็บและคนเล่น หรือ คนดู ต่างก็มีความรับผิดชอบ มีจรรยาบรรณในการทำ การเขียน การออกความเห็น ให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์

    หากเรา ช่วยๆ กันดูแลสอดส่อง ให้เนื้อหาที่ดีมีการเผยแพร่อย่างแพร่หลายเฟื่องฟู และช่วยกันหามาตรการกดดันให้ เนื้อหาด้านมืด อยู่อย่างลำบาก คงเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับเด็กๆ ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศของเราต่อไปคับ

    เราทุกคนไม่ได้เกิดมาเพื่อจะเสวยสุขอย่างเดียวนะคับ พวกเราจำเป็นต้องเสียสละบ้างเพื่อวางรากฐานสังคมที่ดีให้กับ ลูกหลานของเรา

  4. กุ๊บกิ๊บ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    เรื่องการเขียน Blog นั่น เื่นื่องจากความเอื้อของเทคโนโลยี ทำให้ตอนนี้ใครๆ ก็สามารถจะเป็น Citizen Journalist ได้ทั้งนั้น แต่จริยธรรม มโนธรรมของคนทำบล็อคก็สำคัญนะค่ะ ทำอย่างไรเราถึงจะใช้เครื่องมือที่มี ในทางที่ถูกที่ควร ทำอย่างไรเราถึงจะสร้างความน่าเชื่อถือ เขียนเรื่องราวใดๆ โดยปราศจากอคติ และไม่ตั้งตนว่าตัวเองคือผู้พิพากษา ตัดสินคนอื่น…ด้วยความคิดมั่น ถือมั่นของเราเอง….(ส่วนการให้ความรู้ เรื่องดีๆ ให้กำลังใจเพื่อนมนุษย์ นั่น…ทำดีอยู่แล้ว หากท่านใดทำอยู่แล้ว ก็ขอให้ทำต่อไปนะค่ะ)

    คิดไปคิดมา..คิดถึง “ไอ้ฟัก” จากเรื่อง “คำพิพากษา” ของชาติ กอบจิตติ ขึ้นมาซะงั้น…ศาลเตี้ย ยังมีอยู่จริงหรือเปล่าในทุกวันนี้….การตัดสินคน…1 คน….เรื่อง 1 เรื่อง…เราต้องพิจารณาอะไรบ้าง นอกจากสิ่งที่เห็น…..

    อุ๊ย….ขอโทษคะ…..แค่อยากแจมนะ แต่ไม่ได้ตั้งใจจะลากยาว…เลยค่ะ

  5. นุบา แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ชอบเรื่อง “ไอ้ฟัก” เหมือนกันครับ เคยดูแต่หนังไม่เคยอ่านหนังสือ ไม่รู้ว่าเหมือนกันรึเปล่า? ก็หวังว่า “ผู้ใหญ่” ในวงการจะมีจิตสำนึกอย่างที่คุณกุ๊บกิ๊บพูดครับ ไม่ใช่ว่าตัดสินด้วยความอคติ

  6. mcfly แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อยากรู้เรื่องพวกนี้อยู่พอดีเรยค้าบบบบ
    แหะๆๆๆๆ
    ดีคับๆๆ
    จะได้รู้ว่าพวกเวปให้มีโฆษณาทำมาย
    ฮะๆๆ

    เปงกำลังใจให้นะคับ

  7. Nal2usH แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ได้เข้าไปฟังแล้วทำให้ต้องปรับปรุงเว็บตัวเองอีกมากเลยครับ

    เป็นแนวทางและความรู้ที่ดีมากครับ

  8. สุดยอดแฟนพันธ์แท้เว็บไซต์ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ดีใจที่เห็นงานจิบกาแฟของสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยมีคนสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ
    ขอบคุณคุณปรเมศวร์ที่ช่วยทำให้มองเห็นภาพมากขึ้น จะคอยติดตามบทความ
    ดี ๆ ของเว็บมาสเตอร์กระปุกตลอดไป
    สุดยอดแฟนพันธ์แท้เว็บไซต์ 2004
    สุดยอดแฟนพันธ์แท้ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐอเมริกา 2008

  9. natjang แสดงความคิดเห็น ว่า:

    หลังจากที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังการเสวนาในครั้งนี้ ได้ความรู้มากๆค่ะ ได้เห็นภาพทั้งด้านของ agency และผู้ที่ทำเว็บ รวมทั้งโอกาสและแนวทางในการเพิ่มมูลค่าเว็บ ทั้งๆที่ใช้ต้นทุนต่ำกว่าสื่ออื่นๆ ทำให้ดิฉันเริ่มสนใจและเล็งเห็นแนวทางในการใช้ช่องทางนี้ในการประชาสัมพันธ์ ช่องทางในการขาย รวมทั้งการทำ CRM กับลูกค้าอีกด้วยค่ะ

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันนะ

ร่วมแสดงความคิดเห็น สำหรับผู้ใช้ Twitter คลิ๊กปุ่ม Sign-in

- กรุณาใส่ให้ครบทั้งสองช่องนะค่ะ -


กรอกรหัสตามภาพเพื่อส่ง ความคิดเห็นนะค่ะ

 
ปรเมศวร์ มินศิริ กับ เว็บ2.0 | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ ค่ายพุทธบุตรสัญจร | ปรเมศวร์ มินศิริ เปิดตัว browser | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ เบราเซอร์พันธุ์ไทย | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ พ.ร.บ.คอมฯ | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ เว็บมาสเตอร์ แคมป์