สงครามและความกรุณา บนถนนสายนิรนาม

August 11th 2008

รบกันซะแล้วครับสำหรับรัสเซียกับจอร์เจีย วันนี้ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อภาวนาให้สงครามยุติลงโดยเร็วด้วยครับ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะกับเด็กและผู้หญิง สำหรับคนที่สนใจติดตามเรื่อง สงคราม ผมขอแนะนำให้คลิกไปดูกระทู้นี้ครับ (ยาวจริงๆ)

ผมจะไม่ชวนคุยเรื่องสงครามเพราะมันซีเรียสเกินไป แต่จะเล่าเรื่องนักร้อง วงดนตรีร็อค ที่ดังมากและมีบทบาททางสังคมสูง

เขาชื่อ Bono เป็นชาวไอริช (ผมชอบออกเสียงว่า โบโน่ เพราะเรียกง่ายดี แต่จริงๆ เขาให้ออกเสียงว่า บาห์-โนห์ นะครับ) ส่วนชื่อวงคือ U2 (อันนี้อ่านง่ายๆ ว่า ยูทู) ดังสุดยอดในทางดนตรีครับวงนี้ แถมมีผลงานคุณภาพมากมาย แฟนเพลงเพียบ และที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นที่จะต้องทำเพลงเอาใจตลาดเสียด้วย เพราะในขณะที่ี่อัลบั้ม War ออกมานั้น เพลงของอัลบั้มนี้เล่นดนตรีกันแบบดิบๆ ไม่ได้เน้นความไพเราะ แต่เนื้อเพลงมีความหมายลึกซึ้งทั้งด้านการเมืองและการต่อต้านสงคราม ก็ยังสามารถวิ่งขึ้นไปเตะตูด ไมเคิล แจ็กสัน จนอัลบั้ม Thriller ที่เป็นเพลงป๊อบแนวเต้นรำ ร่วงกระเด็นเต้นเร่าๆ ออกมาจากอันดับหนึ่ง ในชาร์ทบิลบอร์ดของอังกฤษได้สำเร็จ เจ๋งไม่เจ๋งคิดดูเองละกัน :-)

สำหรับใครที่ชอบเสียงเพลง คงจะรู้ดีว่าเครื่องเล่นเพลงที่ฮิตไปทั่วโลกก็คงไม่พ้นเจ้า iPod นี่เอง ซึ่งอุปกรณ์นี้ก็เคยทำ iPod รุ่นพิเศษ exclusive ให้กับวง U2 มาแล้วเป็นสีดำมีลายเซ็นด้านหลังด้วย นี่ถ้าไม่แรงจริงไม่มีทางได้ขนาดนี้แน่นอนครับ

จากนั้น Bono ก็ได้รับการยอมรับทางสังคมแบบสูงสุด เมื่อนิตยสารไทม์ ได้เลือก Bono เป็นบุคคลแห่งปี 2005 ร่วมกับ บิลล์ เกตส์ และ เมลินดา เกตส์ ผู้เป็นภรรยา

ว่าแต่นาย Bono นี้มีดีอะไร ? ถ้าสนใจจะอ่านเวอร์ชั่นยาวๆ ขอแนะนำให้คลิกที่นี่ครับ

“สิ่งที่ Bono มีไม่ใช่ความสงสารซึ่งทำให้เกิดความต้องการช่วยลดความเจ็บปวด หากเป็นความเร่าร้อนแห่งอารมณ์ เมื่อเห็นความอยุติธรรมและต้องการแก้ไข ซึ่งจะช่วยยั่วยุ กระตุ้น ชักจูง โน้มน้าวให้คนในระดับมหาเศรษฐีและคนชั้นกลาง โดดเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขความอยุติธรรม ที่เพื่อนร่วมโลกจำนวนหนึ่งเผชิญอยู่”

โดย วรากรณ์ สามโกเศศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มติชนรายวัน วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2548

ถ้าจะให้กล่าวโดยสรุป ผมรู้สึกประทับใจ Bono ตรงที่การทำเพลงแบบไม่เน้นตลาด แต่ได้รับความนิยมทั้งเพลงและตัวศิลปิน ก็เพราะเนื้อหาของเพลงมันโดนใจครับ เพลงได้ไปปลุกจิตวิญญาณข้างในให้กรีดร้อง จนอยากที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง (ทนไม่ไหวแล้วว้อย…) ที่สำคัญคือ Bono เขาทำให้ดูเป็นตัวอย่างซะด้วย! ไม่ได้ทำแบบนักร้องหน้าหล่อละแวกนี้ ที่ตอนเช้าไปติดดอกไม้ถ่ายรูปลงหนังสือพิมพ์ รณรงค์งดเหล้า เมาไม่ขับ แต่ตกเย็นไปเมาหัวทิ่มอยู่ถนนข้าวสารหรอกนะครับ

แต่องค์การของเขา DATA (Debt AIDS Trade Africa) ที่เขาทำร่วมกับ บิลล์ เกตส์ และภรรยา ได้ทำสำเร็จก็คือผลักดันให้ที่ประชุม G-8 (ที่ประชุมของประเทศร่ำรวยสุดในโลก 8 ประเทศ) ยกหนี้ทั้งหมดมูลค่า 40,000 ล้านเหรียญให้แก่ประเทศยากจนสุดที่เป็นหนี้ พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศเหล่านี้รวม 50,000 ล้านเหรียญ (25,000 ล้านเหรียญ เป็นของแอฟริกา) และยืนยันที่จะจัดหายาสำหรับผู้ที่มีเชื้อ HIV เกือบ 10 ล้านคนในประเทศยากจนสุดให้

ไอเดียของเขาได้รับการตอบรับและส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ตามมาอย่างมาก ในปีต่อๆ มา มียอดเงินช่วยเหลือประเทศที่ยากจนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“ความสุขมิได้เกิดจากแค่มีรถราคาแพงคันใหม่ เครื่องบินส่วนตัว อำนาจการเมือง และความมั่งคั่งเท่านั้น ยังมีสิ่งงดงามที่ควรปฏิบัติ และมีคนยั่วยุให้เราทำตามอีกมากมายนักครับ”

เท่จริงๆ นะครับ ศิลปินที่มีชื่อเสียง แล้วใช้ความดังของตัวเอง มายุยงให้คนทำดี ทำแบบนี้น่าเลียนแบบไหมครับ ?

เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนมีชื่อเสียงจึงจะทำความดีได้ ผมเชื่อว่ามีคนอีกจำนวนมากที่ต้องการทำความดี โดยไม่ต้องการชื่อเสียง แต่ครั้งนี้ผมขออนุญาตยกตัวอย่างคนดี มีจิตใจกรุณาท่านหนึ่ง ซึ่งอยากเห็นเด็กไทยคนหนึ่งได้พ้นทุกข์ การที่ท่านได้ปิดทองหลังพระนี้ผมขอนับถือในน้ำใจของท่านมาก แต่ Blog ของผมจะขอถือโอกาสประกาศชื่อท่านออกไมค์หน้าวัดด้วย เพราะคนทำดีแบบนี้ผมถือว่าน่าเลียนแบบครับ

สืบเนื่องจากกระปุกเคยประกาศข่าวขอความช่วยเหลือน้องออม ผู้ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่น้องออมมีใจสู้ชีวิต เพียงแต่ทางบ้านประสบปัญหาฐานะยากจน บ้านต้องติดจำนองและส่งเงินทุกเดือนพร้อมดอกเบี้ย ทางเราได้รับกำลังใจมากมาย รวมถึงอีเมล์แนะนำด้านการรักษา ซึ่งจะได้รวบรวมส่งให้ทางญาติของน้องออมต่อไป บางท่านก็ได้ช่วยซื้อของที่จำเป็นหรือโอนเงินช่วยเหลือให้แล้ว ซึ่งทางทีมงานต้องขอขอบคุณจากใจมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

และที่สำคัญเป็นพิเศษคือ ขอขอบคุณ คุณธีปกรณ์ เพ็งแจ่มศรี (Thipakorn Pengjamsri) ซึ่งทำร้านอาหารไทย อยู่ที่ประเทศไอร์แลนด์ (บ้านเกิดของ Bono พอดีเลย) มาประมาณ 30 กว่าปีแล้ว มีเว็บไซต์ด้วยครับ
ถ้าใครจะไปประเทศนี้พอดีก็เมล์ไปคุยได้ที่ E-mail : info@thaigardengalway.com (แต่ต้องเมล์เป็นภาษาอังกฤษนะครับ)

คุณธีปกรณ์ได้โอนเงินจำนวน 14,000 บาท มาไถ่ถอนจำนองบ้านให้กับครอบครัวของน้องออม เพื่อลดภาระในการจ่ายแค่ดอกเบี้ย จากเงินต้น 10,000 บาทแต่ต้องส่งดอกถึงเดือนละ 1,000 บาทโดยที่เงินต้นไม่ลด แต่ที่สำคัญที่สุดนั้นไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นความตั้งใจอย่างต่อเนื่องของคุณธีปกรณ์ ที่จะพยายามติดต่อหาข้อมูลจากคุณหมอที่มีความรู้ความชำนาญ เพื่อหาทางรักษาน้องออมให้หายจากโรคนี้ให้ได้ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์เดียวกันกับผู้ที่ต้องการช่วยเหลืออีกหลายๆ ท่าน

บนถนนสายหนึ่งในมุมหนึ่งของโลก แถบรัสเซียอาจจะมีคนกำลังฆ่าฟันและทำลายล้างกัน โดยไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่อีกมุมหนึ่งของโลกบนเกาะไอร์แลนด์ กลับมีความกรุณาส่งข้ามประเทศ มาถึงเด็กคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักและพบเจอกันมาก่อน

ขอส่งท้ายตอนนี้ ด้วยเพลง “Where the street have no name” (บนถนนสายนิรนาม) จากวง U2 ซึ่งเพลงต้นฉบับมาจากอัลบั้ม The Joshua Three แต่ที่จะให้ฟังนี้มาจากการแสดงสดของทางวงครับ เนื้อร้องของเพลงนี้แสดงให้เห็นถึงความเรียบง่าย แต่มีพลังในตัวของบทเพลงอย่างมากมาย ที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงสังคมของเราให้ดีขึ้นต่อไป

เคยไหมครับที่รู้สึกอยากจะหนีไปให้ไกลๆ ไกลจนถนนสายนั้นไม่มีชื่อ ไม่มีใครมาปักป้ายชื่อถนนไว้ จึงไม่ต้องถามหรอกนะว่าฉันอยู่ที่ไหน ….

“ฉันอยากจะหนี ฉันอยากจะไป
ให้ไกลๆ จากสังคมเส็งเคร็งแห่งนี้…..
ที่ซึ่งความรักกำลังถูกทำลายลงไปอย่างไม่ไยดี
มันจะเป็นที่ไหนน่ะฉันก็ไม่สนหรอก
และเมื่อฉันไปที่นั่น ฉันจะไปกับเธอนะ… ฉันทำได้แค่นี้แหละ”

เพลง Where the street have no name
ศิลปิน
U2
อัลบั้ม The Joshua Three
สังกัด Island

I want to run
I want to hide
I want to tear down the walls
That hold me inside
I want to reach out
And touch the flame
Where the streets have no name

I want to feel sunlight on my face
I see the dust cloud disappear
Without a trace
I want to take shelter from the poison rain
Where the streets have no name

Where the streets have no name
Where the streets have no name
We’re still building
Then burning down love
Burning down love
And when I go there
I go there with you
It’s all I can do

The city’s a flood
And our love turns to rust
We’re beaten and blown by the wind
Trampled in dust
I’ll show you a place
High on a desert plain
Where the streets have no name

Where the streets have no name
Where the streets have no name
We’re still building
Then burning down love
Burning down love
And when I go there
I go there with you
It’s all I can do

Our love turns to rust
We’re beaten and blown by the wind
Blown by the wind
Oh, and I see love
See our love turn to rust
We’re beaten and blown by the wind
Blown by the wind
Oh, when I go there
I go there with you

It’s all I can do

ด้วยจิตคารวะ

“นายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ”


17 ความคิดเห็น to “สงครามและความกรุณา บนถนนสายนิรนาม”

  1. Moonny แสดงความคิดเห็น ว่า:

    การกระทำแม้เพียงน้อยนิด
    ก็ยังมีค่ามากกว่า
    ความตั้งใจอันยิ่งใหญ่แต่ไม่ลงมือทำเสียที …

  2. หน่อมแน้มค่ะ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    เห็นด้วยค่ะ สังคมเมืองไทยกลายไปเป็นสังคมแห่งความไร้ซึ่งความรักไปแล้วตอนนี้ ทุกคนมีแต่ความเห็นแก่ตัวและไร้ซึ่งมนุษยธรรม คิดถึงแต่ตัวเอง ไม่คิดเห็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแก่สังคม น่าสงสารสังคมไทยเราจริงๆๆ ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

  3. หน่อมแน้มค่ะ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ขอให้เมืองไทยสงบสุข เพราะผู้นำประเทศไม่เห็นแก่ตัวนะคะ และหวังว่าชีวิตคนไทยจะดีขึ้นหลังจากที่คนดีๆๆร่วมด้วยช่วยเหลือกันค่ะ ช่วยให้ทุกคนในสังคมอยู่ดีกินดีนะคะ

  4. a แสดงความคิดเห็น ว่า:

    มีสาระดีคะ

  5. No one kwon แสดงความคิดเห็น ว่า:

    มีสาระเห็นด้วยครับ

  6. ลิงสงบ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    สงคราม ไม่ว่าจะเล็กแค่ไหนก็ยังสร้างความเสียหายได้อย่างคาดไม่ถึง
    ถ้าผมมีบุญวาสนาพอ ในระยะเวลาชั่วชีวิตผมและเพื่อนๆ ขอให้ไม่อยู่ร่วมเหตุการณ์สงครามใดๆเลย

  7. ณัฐพรหทัย แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ขออนุโมทนาบุญ สำหรับความช้วยเหลื่อที่ ทุกๆท่านได้ช้วยเหลื่อ พี่น้องรวมโลกแม่รู้จัก บุญกุศลอันที่ดี ส่งผลให้อาชีพการงานและครอบครัวที่เจริญยิ่ง ๆขึ้น ๆ ไป

  8. titi แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อยากห้เมืองไทยมีแต่ความสุข ทุกๆด้าน

  9. จืนครับ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    เมื่องไทยที่หน้าอยู่เอ๋ย วันนี้ทำไมถึงเป็นอย่างนี้เลา เพราะความโลภหนักหนาที่ทำให้เกิดผลอย่างนี้ จงเชื่อในพระพุทธเจ้า

  10. แมวโหด แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อ่านแล้ว รู้สึกว่า น้ำใจ มีในโลกจริงๆ

  11. Bluedolphin แสดงความคิดเห็น ว่า:

    โลกนี้ยังมีความรักต่อกันอยู่ค่ะ ^o^

  12. outstanding... แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ให้ความรู้ดี คนเราเกิดมาไม่มีใครสมบูรณ์ไปทุกอย่าง
    การเอื้อ การให้ การช่วยเหลือ นั้นแหละประเด็นที่ดีที่สุด
    เว็บคุณมีสาระนะ …

  13. choojang แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ขอให้น้อง ออม ให้ ไวไว นะ ครับ เป็นกำลังใจให้น้องนะครับ

    และ ถนนสายนิรนาม เป็นถนนที่ไม่มีใครเคยรุ้จักและไม่มีใครอยากรู้จัก

    สงคราม เป้นอะไรที่ ไม่ดีเลย ความรักสมัคคีปองดองกัน ใช้ให้ถูกนะ

    สมัคคีเพื่อทำลายอีกฝ่าย เห่อ

    อยากเห้นคนไทยรักกัน ปกป้องประเทศ มี บางไหม

  14. บุพผาจน แสดงความคิดเห็น ว่า:

    สงครามเกิดจากมนุษย์ และมนุษย์นั่นแหละที่จะหยุดสงคราม.

  15. ออมค่ะ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ดีจังค่ะ ที่คิดเอาหัวข้อนี้ขึ้นมา ทันเหตุการณ์บ้านเมืองเลย แต่ สภาพทุกวันนี้จะว่าไปน้อยนักที่ใครจะสนใจไยดีจิงๆ ปากก้อบอกว่ารักและจะปกป้อง แต่แท้ที่จิงแงด้วยประดยชน์ส่วนตัวทั้งนั้น

  16. jojoe แสดงความคิดเห็น ว่า:

    สงครามไม่มีวันจบ..แต่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหนขอให้อดทนรอ เพราะเชื่อว่า ความหวังและศัทธายังมีอยู่จริง ทั้งที่เราเห็นอยู่ทุกวันก็ตาม แต่ผมยังเชื่อว่ามันยังมีอยู่จริง ถึงแม้มันจะยังว่างเปล่าอยู่ก็ตาม (ไม่มีใครสามารถจะยิ่งใหญ่ได้ด้วยตัวคนเดียวหรอกจริงๆหรอก..อิอิ cannibal

  17. don แสดงความคิดเห็น ว่า:

    หยุดคิดสักนิดเพื่อประเทศชาติก่อนจะกระทำสิ่งใด เพื่ออนาคตของลูกหลาน แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงประชา (เรารักทูลพระเจ้าอยู่หัวของประเทศ เด็กน้อยนิสัยดี)

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันนะ

ร่วมแสดงความคิดเห็น สำหรับผู้ใช้ Twitter คลิ๊กปุ่ม Sign-in

- กรุณาใส่ให้ครบทั้งสองช่องนะค่ะ -


กรอกรหัสตามภาพเพื่อส่ง ความคิดเห็นนะค่ะ

 
ปรเมศวร์ มินศิริ กับ เว็บ2.0 | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ ค่ายพุทธบุตรสัญจร | ปรเมศวร์ มินศิริ เปิดตัว browser | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ เบราเซอร์พันธุ์ไทย | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ พ.ร.บ.คอมฯ | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ เว็บมาสเตอร์ แคมป์