ชนชั้นสร้างสรรค์ (Creative Class)

September 29th 2008


“The Rise of the Creative Class”

“The Rise of the Creative Class” เป็นหนังสือที่วางขายตั้งแต่เมื่อหกปีที่แล้ว สิ่งที่คนเขียนบรรยายในหนังสือนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่สำหรับผม ผมไม่ชอบชื่อหนังสือเลยให้ตายสิ! เพราะถ้าแปลกันตรงตัว มันคือ “ความรุ่งเรืองของชนชั้นสร้างสรรค์” ในความรู้สึกของผม ผมว่าไอ้เรื่องการแบ่งชนชั้นนั้น เราก็ยอมรับว่ามันมีของมันอยู่ แต่ก็ไม่ควรที่จะเอามาตอกมาย้ำกันขนาดนี้ แต่ก็เอาเถอะครับ อย่าไปสนใจเรื่องของคำศัพท์เลย มันก็แค่สิ่งที่ใช้เรียกเพื่อจะบอกเล่าถึงเรื่องราว ให้เข้าใจกันมากขึ้นเท่านั้นแหละนะ เพราะไม่ว่าเราจะทำงานอาชีพอะไร เราต่างก็มีความสำคัญในสังคมด้วยกันทั้งนั้น  มองง่ายๆ ว่า ถ้าไม่มีชาวนาแล้วเราจะเอาข้าวที่ไหนทานกันล่ะ จริงไหมครับ

ผู้ที่พยายามอธิบายความหมายของคำว่า ชนชั้นสร้างสรรค์ (Creative Class) นี้ก็คือ ศาสตราจารย์ ริชาร์ด ฟลอริดา แห่งมหาวิทยาลัย คาร์นากี้ เมลลอน ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มจากประวัติศาสตร์โลกที่ผ่านมา ชนชั้นแรงงานอาจจะเคยเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ประเทศไหนมีแรงงานมากก็จะเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ แต่นั่นมันกว่า 100 ปีมาแล้วนะครับ ต่อมา พอมีการประดิษฐ์เครื่องจักร ก็กลายเป็นว่าใครมีโรงงานผลิตได้ดีกว่า มากกว่า ก็จะนำความมั่งคั่งมาสู่ประเทศได้ และต่อมาความได้เปรียบ เช่น ทุนที่มากกว่า หรือ เทคโนโลยีที่เหนือกว่า ก็กลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศแทน

หนังสือเล่มนี้ได้พยายามบอกเราว่า นวัตกรรม (Innovation) อันเกิดจากความคิดสร้างสรรค์นั้น จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการนำความเจริญมาสู่ประเทศ และครั้งนี้แหละที่ความสำคัญนั้นได้ตกมาอยู่ที่ “คน” มากที่สุด เพราะ ชนชั้นสร้างสรรค์ (Creative Class) ในความหมายของ ศาสตราจารย์ฟลอริดา คือชนชั้นอาชีพ ซึ่งไม่ได้หมายความถึงศิลปินและดีไซน์เนอร์เท่านั้น แต่ยังหมายถึงผู้ที่ออกแบบสินค้า บริการ และ อื่นๆ ซึ่งได้แก่ นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร สถาปนิก นักกฎหมาย โปรแกรมเมอร์ ฯลฯ ซึ่งอาชีพที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์นั้นมีอีกมากครับ เรื่องอาชีพนี่ไม่เกี่ยวกับการจบปริญญาอะไรมาหรอกนะครับ หลายต่อหลายคนที่ผมรู้จักนั้น เป็นครีเอทีฟตัวจริงโดยไม่ต้องมีดีกรีด้านนั้นๆ เลย หรือบางคนก็มีกระดาษเอาไว้แปะข้างฝาเท่านั้น ไม่เคยได้สร้างสรรค์อะไรเลยก็มี  อืม เรื่องนี้อยู่ที่ตัวบุคคลล้วนๆ นะครับ

มีการสำรวจพบว่า ในสหรัฐอเมริกามีคนทำงานถึง 30% ที่จัดเป็นชนชั้นนี้ ซึ่งสิ่งที่ทำให้ ชนชั้นสร้างสรรค์ (Creative Class) สามารถสร้างผลงานสร้างสรรค์ได้นั้น ผมเชื่อว่ามาจากความหลงใหล คลั่งไคล้ จนอาจเลยเถิดไปถึงขั้น “หมกมุ่น” กับสิ่งที่ตนเองสนใจ ไม่เสียเวลาไปกับความคิดที่เป็นอุปสรรค แต่มุ่งความสนใจไปที่การแก้ปัญหา หาวิธีการใหม่ๆ หากรอบให้เจอแล้วลองคิดนอกกรอบดู เพราะความสำเร็จไม่จำเป็นต้องส่งผลทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่รวมถึงผลต่อสังคมด้วย เช่น เราอาจจะสร้างสิ่งดีๆ ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมได้จริงๆ และผมเชื่อว่าหากประเทศไทยเรามีคนทำงานต่างๆ ที่อยู่ในชนชั้นนี้เยอะๆ น่าจะก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่าการขายแรงงานราคาถูก และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมอีกด้วยครับ แต่หากเราไม่ทำ น่ากลัวว่าอีกหน่อยประเทศอย่าง จีน อาจขยับตัวขึ้นมาจากการขายแรงงานราคาถูก เป็นการขายสินค้าที่มีความคิดสร้างสรรค์ แล้ววันนั้นเราจะหนาววววว รับรองได้

เป็นที่น่าเสียดาย หลายคนที่สนใจอยากจะสร้างนวัตกรรมดีๆ แต่ก็ไปจบลงตรงที่การเรียน การเข้าฟังบรรยาย การไปอบรม การประชุม สัมมนา ระดมสมองเพื่อหา “ไอเดียดีๆ” แต่สุดท้ายก็ไม่มีการสร้างผลงาน ไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สร้างสรรค์ออกมา เคยมีครูฝรั่งคนหนึ่งเตือนสติผมแรงๆ ว่า “หมดเวลาฝัน หยุดฟุ้งซ่าน ได้เวลาลงมือทำแล้ว” ยูต้อง “Get your hands dirty” ลงมือทำงานเถอะ ได้เวลามือเลอะแล้ว ถึงการทำงานจะมีผิด มีพลาด ไม่มีใครทำงานที่สมบูรณ์แบบได้ตั้งแต่ชิ้นแรกหรอกครับ ผิดขึ้นมาเราก็แก้ไข ทำใหม่ได้ และก็ได้เรียนรู้ไปด้วย และมันต้องสำเร็จสมใจเข้าสักวัน ดีกว่ามัวแต่ฝัน มัวแต่ฟุ้ง อยากทำโน่น อยากทำนี่ ไอเดียดีๆ มีเพียบ แล้วจะให้ใครทำ?

อย่าคิดว่าคุณจะเดิน… เดินไปเลย (ไม่งั้นก็ไม่ได้เดินซะทีมัวแต่คิด)

รองเท้าไนกี้ยังมีสโลแกนบอกว่า “Just do it” ก็แค่ลงมือทำ อยากทำอะไร ทำไปเลย!

พื้นที่โฆษณา : ถ้าใครอยากเริ่มอะไรดีๆ ผมขออาสาสมัครสัก 5 คนนะครับ ใครที่เขียน Blog ไว้อยู่แล้ว อยากจะเชิญไปฟังสัมมนา Creativities Unfold, Bangkok 2008 – Connecting Dots – Business : People : Culture ที่ TCDC วันที่ 2 - 5 ตุลาคม 2551 ณ ห้องนิทรรศการ 2 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม เป็นงานที่เชิญวิทยากรระดับสุดยอดมาบรรยาย ซึ่งเก็บค่าเข้าฟังในราคาที่เทียบกับเนื้อหาแล้ว ถือว่าไม่แพงเลยครับ แต่สำหรับอาสาสมัครทั้ง 5 คน ผมจะให้ทาง TCDC ช่วยเชิญมาครับ เพียงคุณช่วยโพสต์ข้อความไว้ที่ Comment ด้านล่างนี้ว่า ต้องการเข้าฟังสัมมนาและร่วมเขียน Blog เกี่ยวกับงานนี้ ทาง TCDC จะเชิญคุณไปร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใด …รีบหน่อยนะครับ

ด้วยจิตคารวะ
“นายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ”


50 ความคิดเห็น to “ชนชั้นสร้างสรรค์ (Creative Class)”

  1. หญิงใหญ่ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    น่าอ่านมากเลย แต่จะชนชั้นไหนก็คนเหมือนกันแหละเนอะ

  2. ช้างยักษ์ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    เป็นงานที่ดีมากๆ ค้าบ

  3. กรีนนัท แสดงความคิดเห็น ว่า:

    “Just do it” ก็แค่ลงมือทำ อยากทำอะไร ทำไปเลย! –> ชอบประโยคนี้จัง

  4. tha แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อืม จริงๆ เห็นด้วยค่ะที่บอกว่าคนที่สร้างสรรค์บางทีก็ไม่ได้จบปริญญา แต่มาจากไอเดีย อันสร้างสรรค์จริงๆ หลายคนที่เรียนได้เกรดน้อย หรือเรียนน้อย แต่เวลาให้ทำงานกลับทำได้ดีกว่าคนจบสูงๆ อีกเนอะ

  5. seng-han แสดงความคิดเห็น ว่า:

    more
    EQs,
    more
    Creativeness.

    I think like that…

  6. วิริยะ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ได้อ่านและเคยเขียนงานแบบตั้งคำถามกับแนวคิดของ Richard Florida ไว้เหมือนกัน ลองลิค์ไปที่ http://www.youtube.com/watch?v=AfqDVP_0O0c ที่จริงหลังจากงานเล่มนี้ฟลอริดาเขียนหนังสือและบทความอีกหลายชิ้นที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เล่มล่าวสุด Who is your city?

  7. นินจา แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ใช่เลยค่ะ ก็แค่ลงมือทำ just do it!

  8. วิริยะ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    โทษทีครับก็อปปี้ลิงค์ผิด( แต่ลิงค์ดูได้หากเป็นแฟนสตาร์วอส์) ลิงค์งานท่เขียนครับ
    http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=205

  9. KZ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    เห็นด้วยอย่างยิ่ง หากเมืองไทยมีคนคิดแบบนี้เยอะๆ ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองกว่านี้อีกเยอะ ๕คุณว่าจริงมะ

  10. rgb แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ชนชั้นที่ว่ามานี่แหละครับ สร้างอะไรต่อมิอะไรมาทำลายะรรมชาติได้มากมายเช่นกัน

  11. kurt cobain แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อยากก้าวเข้าไปอยู่ชั้น Creative Class จังเลยแต่ทุกวันนี้ก็ได้แต่ฝันนู่นฝันนี่อยู่จริงๆน่ะแหละ!!

  12. วิริยะ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ไม่ทราบได้อาสาสมัครครบหรือยัง… อยากฟัง Charles Landry พลาดงานสัมมนาที่เค้าไปร่วมที่บันดุงเมื่อ 2 เดือนก่อน …อย่างไรขอร่วมอาสาด้วยคนครับ( ร่วมฟังและเขียนบล็อก)

  13. คชสิทธิ์ จันทนบุบผา แสดงความคิดเห็น ว่า:

    น่าสนใจครับ ผมสนใจโดยเฉพาะหัวข้อสัมมนา คนต้นคิด วันสุดท้ายครับ
    ช่วงสัมมนาของ ดร. โยชิโร นากามัทส์ ครับ

  14. Maew merci แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ลองมองอีกมุมดูซิ !
    บางทีการมีชนชั้น มันจะเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนา…..
    และต่อมา ก็จะตามมาด้วย การลงมือทำ…..just do it…….

  15. malee tongnoy แสดงความคิดเห็น ว่า:

    คิดเหมือนกันเลยค่ะ เพราะตอนนี้ก็กำลังทำตามความฝัน
    บางทีก็คิดว่าตัวเองบ้า แต่ได้เกิดมาทั้งทีขอทำตามความฝันล่ะกัน

  16. เกียรติชัย ขัดใจวงค์ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อยากไปงานนี้มากเลยแต่ไม่มีโอกาสเพราะอยู่ไกลจะได้เลิกฝันแล้วลงมือทำเสียทีมีสัมนาที่ต่างจังหวัดมั้ยครับ

  17. นายประสาทแดK แสดงความคิดเห็น ว่า:

    >>>ด้านล่างนี้ว่า ต้องการเข้าฟังสัมมนาและร่วมเขียน Blog เกี่ยวกับงานนี้ ทาง TCDC จะเชิญคุณไปร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใด …รีบหน่อยนะครับ<<<<<

    โพสแล้วนะครับ เชิญผมไปด้วยนะครับ เพิ่งได้อ่านเนี่ยจะเขียนBlogก็ไม่ทันแต่ยอมรับว่างานที่ทำอยู่เกี่ยวข้องกัยการสัมมนานี้มาก

    เล่นง่ายๆงี้เลยละกัน ถ้าไม่ได้ช่วยลดราคาบัตรของแต่ละวันได้มั้ยครับจะไปวันที่3-4-5เลยก็เพราะผมทำงานส่งตัวเองเรียนอยู่แถมงานที่รับทำก็ต้องใช้การสร้างสรรค์ที่สูงมากและไม่ต้องการเหมือนใครด้วยแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นปัจจัยในการลงมือทำมันต้องมีทุนด้วยแต่จะให้ไประดมทุนก่อนและไหนมือที่เลอะจะไม่ได้ล้างอีก จะออกงานสังคมวันพรุ่งวันมะรืนนี้อยู่แล้วจะทันหรืออย่างไร กล่าวคือ ประโยค “Get your hands dirty” ผมไม่เห็นด้วยในกรณีของผมตอนนี้ เพราะผมว่ามือเด็กไทยหลายคนตอนนี้ก็เลอะกันพออยู่แล้วจากความซวยของปัญหาต่างๆในประเทศถ้าจะให้เลอะกันเข้าไปอีกต้องสอนเทคนิคการล้างให้หมดจดพร้อมทั้งสอนให้รับมือเรื่องเลอะๆระดับชาติ-สากล แก่เค้าด้วยเค้าจะได้ออกไปเจอสิ่งเลอะๆครั้งใหม่ได้เต็มที่ และผมก็เป็นเด็กไทยคนนั้นที่รอโอกาสอยู่ครับ

    http://www.creativitiesunfold.com/th/schedule.html <<<ใครสนใจคลิกดูตารางแต่ละวันได้

    Comment : ผมดูข้อมูลคร่าวๆแล้วเห็นมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเรื่องต่างๆชาติต่างๆ น่าสนใจและแปลกใจเยอะมาก เช่น คุณนิน่า แวง และอัลเท เซนดิล / ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ โอว..สงสัยคนครีเอทอย่างเราจะทำตัวเป็นArtตัวพ่อตัวแม่ อย่างเดียวไม่ได้แล้วต้องเอาใจใส่คนรอบข้างบ้าง ฉะนั้นทุกคนที่อยากหาลู่ทางธุรกิจใหม่ๆหรือสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆเพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวเราและประเทศ ต้องมาเลยครับงานนี้ ไม่ต้องกลัวฟังฝรั่งไม่ออกนะครับสำหรับเพื่อนๆที่หัวคิดครีเอทแต่ไม่หัวคิดEnglish เค้ามีบริการหูฟังภาษาไทยด้วย แหม! น่ามีล่ามให้เช่าฟรีด้วยนะ จะได้ฝากถามอะไรต่อมิอะไรได้ตามสะดวกเฉพาะเจาะจงมากขึ้นแถมอัพเกรดตัวเองได้อีก (ผมหมายถึงอัพเกรดด้านความรู้นะไม่ใช่ดัดจริตยกClassอะไรเทือกนั้น…อิอิ)

    ปล.ถ้าพวกพี่ๆไม่เชิญผมนะผมจะปล่อยให้มือของผมเป็นเสมือนหางหมูที่มีดินพอกเลย จะเฉยชาต่อวงการสร้างสรรค์เผื่อวันนึงพวกพี่ๆจะได้รู้สึกว่ากำลังขาดCreative Classรุ่นใหม่อย่างผมที่พร้อมจะยกระดับประเทศไทยสู่ความประทับใจสากล และวันนั้นก็จะมีข่าวหน้าหนึ่งว่า วัยรุ่นประสาทแดกชอบเล่นอะไรเลอะๆ สมใจตกบ่อส้วมหลังบ้านตาย อ่านต่อหน้า 17

    ด้วยจิตคาราวะครับพี่ “นายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ”และพี่ๆ TCDC ด้วย
    โดย : “นายประสาทแดK”
    Email : powdermodernmedia@gmail.com
    (ต้องการเพื่อนแปลกๆซักคนแลกเปลี่ยนทัศนะปัญญาเมลมาได้hi5ก็มีนะ)

  18. กระบวย ดีไซด์ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ผมก็เป็นนักคิด นักฝันอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้จบปริญญาตรี แต่มีความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่ขาดโอกาส ขาดทุนและช่องทางในการสานต่อความคิดนั้น แต่ก็ไม่อยู่คิดฝันเพราะสักวันจะทำให้เป็นจริงได้สักวัน

  19. สุพจน์ จิรภาไพศาล แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ขอโทษที่มาอ่านช้า ถ้าผมอยากเข้าร่วมฟังจะได้มั๊ยครับ

    คิดว่าน่าจะทำให้ได้ความคิดและไอเดียใหม่ๆ แต่คิดว่าคงไม่น่าจะจัดเป็นคลาสหรือระดับชั้น เพราะว่าถ้าคุณทำอะไรที่เป็นระบบระเบียบมากๆ ก็จะทำให้เป็นการจำกัดซึ่งความคิดใหม่ที่จะคิดได้เสีย ในเมื่อเราคิดว่าการคิดนอกกรอบจะทำให้เกิดการสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ก็ไม่ควรแบ่งแยก ใครก็สามารถสร้างไอเดียใหม่ๆ ได้
    ถ้ามีคนให้โอกาส และ ไม่จำกัดขอบเขตในความคิด สำหรับประเทศไทย อาจจะห่างไกล แต่ไม่สายที่จะเริ่มต้นสิ่งดีๆ เหล่านี้ สำคัญที่อย่าท้อในการเสนอความคิดใหม่ๆ เสียก่อน ถึงจะไม่มีใครเห็นด้วยทุกคนก็ตาม

  20. NAL แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ใช่เลยครับ โดนใจสุดๆ ผมมีความคิดไอเดียดีๆ มากมาย แต่ไม่ได้ลงมือทำ สักที
    ช่วยกระตุ้นหน่อยครับ อยากได้แรงบันดาลใจ

  21. iamjarm แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อยากไปร่วมงาน และ เขียน blog

    “หมดเวลาฝัน หยุดฟุ้งซ่าน ได้เวลาลงมือทำแล้ว” ยูต้อง “Get your hands dirty” ลงมือทำงานเถอะ ได้เวลามือเลอะแล้ว ถึงการทำงานจะมีผิด มีพลาด ไม่มีใครทำงานที่สมบูรณ์แบบได้ตั้งแต่ชิ้นแรก ”

    ถ้าได้แต่คิด แต่ไม่ลงมือทำ และ ใครจะมองเห็นและเข้าใจความคิดคุณ

  22. กาญจนา แสดงความคิดเห็น ว่า:

    “just do it .. just one more ” อยู่ต่างจังหวัด ค่ะ อยากไปร่วมงานด้วย

  23. ทาทาทา แสดงความคิดเห็น ว่า:

    น่าสนจัย

  24. เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อ่านบทความและประทับใจมาก
    ผมคิดว่า “คนไทย” ถ้าอยากเอาตัวรอดในอนาคต
    จะต้องขาย “แรงงานสร้างสรรค์” มากกว่า “แรงงานราคาถูก”

    “ทางรอดของเรา ทางรอดของชาติ”

    ขอตามไปสนับสนุนด้วยอีกคนนะครับ

    ส่วนผลงานกระผมซึ่งพอมีบ้าง ก็ขอโชว์พอเป็นน้ำจิ้มบ้าง ดังนี้

    1. บทวิจารณ์วรรณกรรม เคยลงตีพิมพ์ใน “มติชนสุดสัปดาห์”
    http://www.siamintelligence.com/wordpress/wongyi-1/

    2. บทความสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือที่รัก (ตีพิมพ์ในมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน)
    http://www.midnightuniv.org/midarticle/newpage38.html

    3. บทความเชิงกลยุทธ์ ให้กำลังใจในห้วงวิกฤต
    http://www.siamintelligence.com/wordpress/future-goldmine/

    4. รายการ TV internet เชิงธุรกิจ Review หนังสือ Blueprint to a Billion
    http://www.siamintelligence.com/wordpress/practical-utopia-special-i-billion-dream/

    5.ผลงานหนังสือ ตีพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ สยามอินเตอร์
    http://www.siamintelligence.com/wordpress/introduction-jomkon/

    ไม่รู้จะ “สร้างสรรค์” พอจะไปร่วมงานด้วยหรือเปล่านะ อิอิ
    ยังไงก็ขอตั๋ว 1 ใบนะครับพี่

  25. designLikeUs แสดงความคิดเห็น ว่า:

    designlikeus.blogspot.com คือสิ่งที่ผมทำอยู่

  26. I think แสดงความคิดเห็น ว่า:

    The “rise” in the case means “to grow” or “to increase in amount”. Nothing to do with rich or poor.

  27. antactica แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ชนชั้นที่ว่าไม่มีจริงหรอกครับ เป้นเพียงการจัดประเภท เป้นวิธีคิดของนักวิชาการเท่านั้นเอง
    เรียกว่า กลุ่มนักคิดจะเหมาะสมมากกว่า ใช้คำว่า creative class เหมือนพยายามยกยอตัวเอง
    อย่างระดับชั้นคนจน ชนชนกลาง ชั้นสูงคนรวย “มีลักษณะ”เป้นชั้น แต่ในความเป้นจริง ตามธรรมชาติมันมันไม่ได้ถูกแบ่งอย่างนั้น จะถูกแบ่งก็แบ่งหน้าที่
    แล้วคนไทยเองก้มีความคิดสร้างสรรหลายคน แต่ระบบสังคมมันไม่เอื้อ มันไม่ไช่ knowleg society เหมือนบ้านเมืองเค้า แรงผลักดันมันไม่มี มีแต่แรงกดันและแรงกดหัว ตั้งแต่ไนครอบครัวเลย เถียงพ่อเถียงแม่นรกกินกะบาล

    ผมเนี่ยเป็นครีเอทีพ เป้นจิตรกรคนนึง ยังรุ้สึกไม่ดีกับคำนี้เลย

    ไอ้ฝรั่งขี้นก

  28. antactica แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อยากไห้เมืองไทยเป็อย่างเค้าบ้างหรอครับ พอมีทาง

    - ผู้มีอำนาจเก่าๆ ลดบทบาทไป หาผู้นำที่มีวิสัยทัศ

    - ปฎิรูปการศึกษาซักที ไห้เด็กคิดเป็น ภาษาอังกิดต้องได้ โทรทัศสาระกว่านี้หน่อย

    - สร้างองค์ความรู้ วิจัย พัฒนา เผยแพร่

    - สังคมต้อง ยอมรับความแตกต่างหลากหลาย เดินไห้อยู่บนเส้นทางประชาธิปไตย
    -
    -
    -

  29. antactica แสดงความคิดเห็น ว่า:

    คนชาติไหนก็ฉลาดไม่แพ้กัน คนเราเกิดมาพร้อมอัจฉริยะภาพ เราทุกคนเคยฉลาดก่อนที่จะถูกครอบงำจากความคิด ความเชื่อของคนส่วนใหญ่

  30. gotji แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อยากไปสัมมนาเหมือนกันครับ แต่ติดทำงานอยู่ต่างประเทศ เซ็งเลย จริงๆแล้วผมก็เริ่มเขียนบล๊อกมาได้สักพักแล้วล่ะ

  31. สำลี แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ชนชั้นสร้างสรรค์ต้องไม่ไปพ่นสีใส่ร้านชาวบ้านเค้านะครับ

  32. JUM แสดงความคิดเห็น ว่า:

    เพิ่งเข้ามาเยี่ยมชมเป็นครั้งแรก ประทับใจค่ะ

  33. เนม แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ผมเห้นด้วยกับความเห็นนี้นะครับเพราะประเทศหรือโลกของเราที่เจริญมาได้จนถึงทุกวันนี้มาจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ครับถึงแม้คนเราจะไม่ได้สำเร็จการศึกษาในระดับที่สูงก็สามารถทำอะไรให้เกิดประโยชน์ต่อโลกและมวลมนุษยชาติได้มากครับ

  34. ขึ้นบันไดไต่ตึก แสดงความคิดเห็น ว่า:

    หนูไม่ใชผู้วิเศษ
    หนูไม่ใช่ผู้ชาย
    แต่หนูเชื่อว่าสิงที่ทุกคนมีคือความคิดสร้างสรรค์และความฝันดีออกนะ
    ถ้าเมื่อไหร่ที่หยุดฝันความสร้างสรรค์หนูก็จะไม่บังเกิด
    หนูเป็นแค่คนธรรมดาไม่ต่างจากคนอื่นแต่รู้มั้ยสิ่งที่หนูต่างจากคนอื่นคือ
    หนูเป็นตัวหนูได้ชัดเจนมากที่สุดกว่าคนอื่น
    ทุกอย่างออกมาจากข้างใน….อย่า……
    หยุดคิด หยุดฝัน

  35. nhu แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อยากไปๆๆๆๆ อยากเป็นนักออกแบบ แต่จบ medtech

  36. แคป แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อยากให้มีงานดี ๆ แบบนี้อีกหลาย ๆ รอบค่ะ สนใจอยากเข้าร่วมสัมนาด้วยคนค่ะ

  37. ขวานผ่าซาก แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ทำไมถึงมีแต่คนเห็นด้วยล่ะ
    ไม่เห็นมีข้อโต้แย้งเลย
    แล้วจะมีความคิดสร้างสรรค์ได้ยังไง

  38. boom แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ทุกอย่างอย่างอยู่ที่ความอดทน ความคิดสร้างสรรค์ ช่างสังเกตุ สุดท้ายก็ลงมือทำมันแค่นั้นเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นต้องจบปริญญาหรอก

  39. สิ่ที่มีประโยชน์ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    มีริเริ่ม สร้างสรรค์ เกิดขึ้ได้กับทุกอย่างที่เราตั้งใจและหวังให้ออกมาดี
    การทำงานบ้านก็เป็นงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้ เช่นรดนำต้นไม้ ปกติ เติมนำจากก๊อกใส่ถังฝักบัวเดินรดที่ละต้นหนัก ใส่ความคิดสร้างสรรค์ สายยางดีไหม ต่อก็อใกล้ๆต้นไม้
    เอาขวดนำเกลือที่ใช้แล้วมาทำให้มันค่อๆหยดลง สฟิงค์เกอร์ ท่อรดนำต้ไม้ท่อยาวเจาะตรงกับต้นไม้เปิดที่เดียวรดเสร็จก็ปิด ถ้าสร้างสรค์กว่านี้การถือถังรดนำต้นไม้เป็นการออกกำลังกาย ขา แขน ได้สัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์

  40. การบิน..711 แสดงความคิดเห็น ว่า:

    การสร้างสรรค์ผลงาน
    ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุด
    คือ..การปลุกอารมณ์
    ปลุกจิตวิญญาญขึ้นมา
    แล้วทุกอย่างจะลื่นไหล
    ไปได้สวยและสมบูรณ์แบบ..

  41. paint แสดงความคิดเห็น ว่า:

    “The Rise of the Creative Class”

    “The Rise of the Creative Class” เป็นหนังสือที่วางขายตั้งแต่เมื่อหกปีที่แล้ว สิ่งที่คนเขียนบรรยายในหนังสือนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่สำหรับผม ผมไม่ชอบชื่อหนังสือเลยให้ตายสิ! เพราะถ้าแปลกันตรงตัว มันคือ “ความรุ่งเรืองของชนชั้นสร้างสรรค์” ในความรู้สึกของผม ผมว่าไอ้เรื่องการแบ่งชนชั้นนั้น เราก็ยอมรับว่ามันมีของมันอยู่ แต่ก็ไม่ควรที่จะเอามาตอกมาย้ำกันขนาดนี้ แต่ก็เอาเถอะครับ อย่าไปสนใจเรื่องของคำศัพท์เลย มันก็แค่สิ่งที่ใช้เรียกเพื่อจะบอกเล่าถึงเรื่องราว ให้เข้าใจกันมากขึ้นเท่านั้นแหละนะ เพราะไม่ว่าเราจะทำงานอาชีพอะไร เราต่างก็มีความสำคัญในสังคมด้วยกันทั้งนั้น มองง่ายๆ ว่า ถ้าไม่มีชาวนาแล้วเราจะเอาข้าวที่ไหนทานกันล่ะ จริงไหมครับ

    ผู้ที่พยายามอธิบายความหมายของคำว่า ชนชั้นสร้างสรรค์ (Creative Class) นี้ก็คือ ศาสตราจารย์ ริชาร์ด ฟลอริดา แห่งมหาวิทยาลัย คาร์นากี้ เมลลอน ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มจากประวัติศาสตร์โลกที่ผ่านมา ชนชั้นแรงงานอาจจะเคยเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ประเทศไหนมีแรงงานมากก็จะเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ แต่นั่นมันกว่า 100 ปีมาแล้วนะครับ ต่อมา พอมีการประดิษฐ์เครื่องจักร ก็กลายเป็นว่าใครมีโรงงานผลิตได้ดีกว่า มากกว่า ก็จะนำความมั่งคั่งมาสู่ประเทศได้ และต่อมาความได้เปรียบ เช่น ทุนที่มากกว่า หรือ เทคโนโลยีที่เหนือกว่า ก็กลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศแทน

    หนังสือเล่มนี้ได้พยายามบอกเราว่า นวัตกรรม (Innovation) อันเกิดจากความคิดสร้างสรรค์นั้น จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการนำความเจริญมาสู่ประเทศ และครั้งนี้แหละที่ความสำคัญนั้นได้ตกมาอยู่ที่ “คน” มากที่สุด เพราะ ชนชั้นสร้างสรรค์ (Creative Class) ในความหมายของ ศาสตราจารย์ฟลอริดา คือชนชั้นอาชีพ ซึ่งไม่ได้หมายความถึงศิลปินและดีไซน์เนอร์เท่านั้น แต่ยังหมายถึงผู้ที่ออกแบบสินค้า บริการ และ อื่นๆ ซึ่งได้แก่ นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร สถาปนิก นักกฎหมาย โปรแกรมเมอร์ ฯลฯ ซึ่งอาชีพที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์นั้นมีอีกมากครับ เรื่องอาชีพนี่ไม่เกี่ยวกับการจบปริญญาอะไรมาหรอกนะครับ หลายต่อหลายคนที่ผมรู้จักนั้น เป็นครีเอทีฟตัวจริงโดยไม่ต้องมีดีกรีด้านนั้นๆ เลย หรือบางคนก็มีกระดาษเอาไว้แปะข้างฝาเท่านั้น ไม่เคยได้สร้างสรรค์อะไรเลยก็มี อืม เรื่องนี้อยู่ที่ตัวบุคคลล้วนๆ นะครับ

    มีการสำรวจพบว่า ในสหรัฐอเมริกามีคนทำงานถึง 30% ที่จัดเป็นชนชั้นนี้ ซึ่งสิ่งที่ทำให้ ชนชั้นสร้างสรรค์ (Creative Class) สามารถสร้างผลงานสร้างสรรค์ได้นั้น ผมเชื่อว่ามาจากความหลงใหล คลั่งไคล้ จนอาจเลยเถิดไปถึงขั้น “หมกมุ่น” กับสิ่งที่ตนเองสนใจ ไม่เสียเวลาไปกับความคิดที่เป็นอุปสรรค แต่มุ่งความสนใจไปที่การแก้ปัญหา หาวิธีการใหม่ๆ หากรอบให้เจอแล้วลองคิดนอกกรอบดู เพราะความสำเร็จไม่จำเป็นต้องส่งผลทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่รวมถึงผลต่อสังคมด้วย เช่น เราอาจจะสร้างสิ่งดีๆ ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมได้จริงๆ และผมเชื่อว่าหากประเทศไทยเรามีคนทำงานต่างๆ ที่อยู่ในชนชั้นนี้เยอะๆ น่าจะก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่าการขายแรงงานราคาถูก และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมอีกด้วยครับ แต่หากเราไม่ทำ น่ากลัวว่าอีกหน่อยประเทศอย่าง จีน อาจขยับตัวขึ้นมาจากการขายแรงงานราคาถูก เป็นการขายสินค้าที่มีความคิดสร้างสรรค์ แล้ววันนั้นเราจะหนาววววว รับรองได้

    เป็นที่น่าเสียดาย หลายคนที่สนใจอยากจะสร้างนวัตกรรมดีๆ แต่ก็ไปจบลงตรงที่การเรียน การเข้าฟังบรรยาย การไปอบรม การประชุม สัมมนา ระดมสมองเพื่อหา “ไอเดียดีๆ” แต่สุดท้ายก็ไม่มีการสร้างผลงาน ไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สร้างสรรค์ออกมา เคยมีครูฝรั่งคนหนึ่งเตือนสติผมแรงๆ ว่า “หมดเวลาฝัน หยุดฟุ้งซ่าน ได้เวลาลงมือทำแล้ว” ยูต้อง “Get your hands dirty” ลงมือทำงานเถอะ ได้เวลามือเลอะแล้ว ถึงการทำงานจะมีผิด มีพลาด ไม่มีใครทำงานที่สมบูรณ์แบบได้ตั้งแต่ชิ้นแรกหรอกครับ ผิดขึ้นมาเราก็แก้ไข ทำใหม่ได้ และก็ได้เรียนรู้ไปด้วย และมันต้องสำเร็จสมใจเข้าสักวัน ดีกว่ามัวแต่ฝัน มัวแต่ฟุ้ง อยากทำโน่น อยากทำนี่ ไอเดียดีๆ มีเพียบ แล้วจะให้ใครทำ?

    อย่าคิดว่าคุณจะเดิน… เดินไปเลย (ไม่งั้นก็ไม่ได้เดินซะทีมัวแต่คิด)

    รองเท้าไนกี้ยังมีสโลแกนบอกว่า “Just do it” ก็แค่ลงมือทำ อยากทำอะไร ทำไปเลย!

    พื้นที่โฆษณา : ถ้าใครอยากเริ่มอะไรดีๆ ผมขออาสาสมัครสัก 5 คนนะครับ ใครที่เขียน Blog ไว้อยู่แล้ว อยากจะเชิญไปฟังสัมมนา Creativities Unfold, Bangkok 2008 – Connecting Dots – Business : People : Culture ที่ TCDC วันที่ 2 - 5 ตุลาคม 2551 ณ ห้องนิทรรศการ 2 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม เป็นงานที่เชิญวิทยากรระดับสุดยอดมาบรรยาย ซึ่งเก็บค่าเข้าฟังในราคาที่เทียบกับเนื้อหาแล้ว ถือว่าไม่แพงเลยครับ แต่สำหรับอาสาสมัครทั้ง 5 คน ผมจะให้ทาง TCDC ช่วยเชิญมาครับ เพียงคุณช่วยโพสต์ข้อความไว้ที่ Comment ด้านล่างนี้ว่า ต้องการเข้าฟังสัมมนาและร่วมเขียน Blog เกี่ยวกับงานนี้ ทาง TCDC จะเชิญคุณไปร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใด …รีบหน่อยนะครับ

  42. mega แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ร้อยรู้ไม่สู้หนึ่งทำ ยังใช้ได้ดีเสมอมา ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบคิด สร้างสรรค์งาน ผลที่ได้เกิดจาก
    การปฏิบัติ ต้องคิดด้วย ทำด้วยจึงจะเกิดประโยชน์

  43. Sui แสดงความคิดเห็น ว่า:

    “The Rise of the Creative Class”

    INTERESTING!

    HOPE I CAN BE THERE
    T^T

  44. สาน แสดงความคิดเห็น ว่า:

    แล้วเอาชนชั้นแรงงานรวมทั้งแรงงานเถื่อน(พม่า)เอาไปไว้ไหนล่ะพวกนี้คือผู้สร้างโลก ปิระมิดถ้าไม่มีแรงงานทาสก็ไม่มีทางยิ่งใหญ่ได้ทุกวันนี้ความคิดสร้างสรรค์เหมือนเสือกระดาษอยู่ในหัวหรือแบบพิมพ์เขียว ไม่ว่าจะจัดลำดับอะไรอยู่ตรงไหนโลกนี้ก็ไม่บริบูรณ์สมบูรณ์ด้วยด้วยทรัพย์ อ่านดูแล้วมันเหมือนกับถ้าตูอยูชั้นนี้มันเหนือกว่าชนชั้นแรงงานอื่นอะไรทำนองนั้น มันจะให้ดีต้องเกิดเมื่อ 65 ล้านปีที่แล้วสมบูรณ์ด้วย ออกซิเจนปริมาณมาก ต้วก็ใหญ่ อาหารก็เยอะหันไปทางไหนก็อาหาร อยากไปอยู่สมัยนั้นจัง หวังว่าตัวเราคงใหญ่เห็นไดโนเสาร์ตัวเท่ากิ้งก่าน่ะ

  45. ninu แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อยากไปฟังจัง คงด้ายอะไรดีๆ เยอะเรย เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างงานดีๆต่อไป

  46. NUTTY แสดงความคิดเห็น ว่า:

    งานนี้ชื่องานปล่อยแสงป่าวค่ะ เคยเห็นเอามาฉายในทีวี

  47. Shane แสดงความคิดเห็น ว่า:

    “Different or die”

  48. ssdd แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ดีใจมากที่โอบามาขนะ 55555555555555555555555555555555++++++++++++++++++++++++++

  49. อยากรู้ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    โอ้ว? โดนใจเลยว่ะ เป็นเรื่องจริงที่สุดเลยนะที่บอกว่า ใบประกาศไม่ใช่ตัวชี้ว้ดการงานของคนเรา เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่คนไทยส่วนหนึ่งเขาไม่ได้คิดเช่นนี้อะดิ นี่คือสาเหตุที่ประเทศไทยเดินเตาะแตะต้วมเตี้ยมเหมือนเต่าคลาน อดที่จะสงสารตัวเองไม่ได้ ที่ต้องทนหวานอมขมกลืนอยู่กับคนจำพวกนี้…? เชงจางเยย

  50. oy แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อยากระบาย ตัวเองเป็นคนเข้าข่ายชนชั้นสร้างสรรค์ แต่ไม่มีความสุขเลย ความคิดมันไหลออกมาไม่หยุด กระเพาะกำเริบ เครียดจัด อ้วก-ลมออกจากท้องประจำ รายได้มากจนคนรอบข้างอิจฉา ต้องคอยแอบซ่อนปิดบังสิ่งที่ได้รับมาจากมันสมองและสองมือ ที่สำคัญอีกย่างสำคัญมากๆ เลยคือโอกาสต้องแสวงหาให้เจอ ไม่งั้นสิ่งทีคิดมาทั้งหมดก็ไม่ได้ออกแสดงนะ

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันนะ

- กรุณาใส่ให้ครบทั้งสองช่องนะค่ะ -


กรอกรหัสตามภาพเพื่อส่ง ความคิดเห็นนะค่ะ

 
ปรเมศวร์ มินศิริ กับ เว็บ2.0 | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ ค่ายพุทธบุตรสัญจร | ปรเมศวร์ มินศิริ เปิดตัว browser | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ เบราเซอร์พันธุ์ไทย | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ พ.ร.บ.คอมฯ | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ เว็บมาสเตอร์ แคมป์