<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>Webmaster.kapook.com</title>
	<atom:link href="http://webmaster.kapook.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://webmaster.kapook.com</link>
	<description>บันทึกการเดินทางที่มีแต่หนามกุหลาบ</description>
	<pubDate>Wed, 10 Jun 2009 11:14:37 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>โลกใบใหม่ (A New Earth)</title>
		<link>http://webmaster.kapook.com/a_new_earth/</link>
		<comments>http://webmaster.kapook.com/a_new_earth/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2009 10:28:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>editor</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://webmaster.kapook.com/?p=154</guid>
		<description><![CDATA[จิม แครี่ (Jim Carrey) ดาราฮอลลีวู้ดผู้มีชื่อเสียงเคยเขียนเช็คมูลค่า 20 ล้านเหรียญให้กับตัวเองเมื่อตอนเขาอายุได้ 17 ปี ในช่วงที่เขาเริ่มเข้าสู่ฮอลลีวู้ดใหม่ๆ เช็คใบนี้ใช้ขึ้นเงินไม่ได้ แต่เป็นการวาดเป้าหมายในชีวิตให้เห็นฝันของหนุ่มน้อยคนนี้เป็นภาพชัดเจนขึ้นมา เนื่องจากพ่อของเขาซึ่งเป็นนักบัญชีได้ถูกให้ออกจากงานไม่นานก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ทั้งครอบครัวต้องออกหางานทำ รวมทั้งจิม แครี่ ลูกคนสุดท้องที่ต้องทำงานในช่วงหลังเลิกเรียนถึงวันละ 8 ชั่วโมง ซึ่งเขาก็ตั้งใจทำมันอย่างดี

จิม แครี่ 
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก pinstripebindi.files.wordpress.com
จนครอบครัวเขาย้ายมาที่ฮอลลีวู้ดในปี ค.ศ. 1979 เขาได้มีโอกาสรับบทในรายการทีวี ซึ่งผู้ชมต่างพากันชื่นชอบที่เขาทำหน้าตาได้ตลก โดยเฉพาะที่การทำหน้าตายู่ยี่ไปมาและการทำปากสั่นๆ จากนั้นงานก็เริ่มเข้า เขาเริ่มได้รับเงินค่าจ้างมาเรื่อยๆ จนในปี ค.ศ. 1996 ภาพยนตร์เรื่อง “The Cable Guy” ก็ทำเงินให้เขาได้ 20 ล้านเหรียญจริงๆ ไม่ใช่เป็นเพียงความฝันอีกต่อไป
จิม แครี่ เผยหนึ่งในเคล็ดลับของเขาสั้นๆ ผ่านทางรายการ “The Oprah Winfrey Show” สุดยอดรายการทอล์คโชว์ชื่อดังของอเมริกาซึ่งเป็นตอนที่แนะนำหนังสือ &#8220;A New Earth: Awakening to Your Life&#8217;s [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://webmaster.kapook.com/a_new_earth/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ความลับของคุณซาบซึ้ง</title>
		<link>http://webmaster.kapook.com/gratitude/</link>
		<comments>http://webmaster.kapook.com/gratitude/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2009 10:27:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>editor</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://webmaster.kapook.com/?p=153</guid>
		<description><![CDATA[ผมเป็นคนที่ชอบดูหนังแนวไซไฟหรือนิยายวิทยาศาสตร์มาก และ Star Trek ก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งแน่นอนว่า Star Trek 2009 ก็เป็นตอนล่าสุดที่ดูแล้วสะใจไม่ผิดหวังจริงๆ ครับ
 
แต่ถ้ามีใครถามผมว่าผมชอบสตาร์เทร็คภาคไหนจากหลายๆ ภาคที่สร้างมามากที่สุด คำตอบของผมคือตอนที่สี่ครับ นั่นคือ Star Trek IV: The Voyage Home (1986) ซึ่งในภาคนี้ส่วนใหญ่เป็นการถ่ายทำบนพื้นโลกที่อ่าวในเมืองแซนแฟรนซิสโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในภารกิจสำคัญเพื่อช่วยไม่ให้วาฬหลังค่อม (Humpback Whale) ต้องสูญพันธุ์ไปจากโลก มิฉะนั้นอาจเกิดผลเสียหายอันยิ่งใหญ่ที่จะตามมาต่อมวลมนุษย์ชาติได้ เนื่องจากวาฬพันธุ์นี้ตัวใหญ่และคนก็นิยมออกล่ามันมาก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่ามันสื่อสารกันได้ด้วยเสียงแปลกๆ และคาดว่ามันน่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่คิดได้ด้วย

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก en.wikipedia.org
ย้อนไปเมื่อราวๆ 3-4 ปีก่อน ก็เคยมีข่าวการช่วยชีวิตวาฬหลังค่อมนี้เหมือนกัน ในเช้าวันหนึ่งห่างจากชายฝั่งแซนแฟรนซิสโกออกไปราว 18 ไมล์ ชาวประมงพบวาฬเพศเมียขนาดใหญ่ หนักประมาณ 50 ตันและยาวร่วม 45-50 ฟุต ติดเข้ากับเชือกไนลอนผูกลอบปู การช่วยเหลือจึงต้องรีบขึ้นภายในบ่ายวันนั้น ทั้งนักประดาน้ำและชาวบ้านร่วมมือกัน เนื่องจากเจ้าวาฬตัวนี้กำลังเจ็บปวดทรมานจากการถูกเชือกรัดและขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำได้ลำบาก ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้หากไม่รีบเร่งช่วยเหลือ นอกจากนี้ มอสกิโต นักประดาน้ำหลัก ก็ได้สารภาพว่าในตอนแรกคงไม่สามารถจะช่วยเหลือมันได้ เนื่องจากเชือกมีน้ำหนักมากและพันรอบหางมันกว่าสี่รอบ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://webmaster.kapook.com/gratitude/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เที่ยวท้ายเกาะช้าง</title>
		<link>http://webmaster.kapook.com/koh-chang/</link>
		<comments>http://webmaster.kapook.com/koh-chang/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2009 07:20:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>editor</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://webmaster.kapook.com/?p=152</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ&#8230;.จากที่คราวก่อน (ซึ่งนานมากๆๆ) ว่าจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางสนุกๆ ของพวกเราพนักงานกระปุกดอทคอมไว้นั้น หลังจากดองไว้นาน (-_-‘) อันเนื่องมาจากหน้าที่และภารกิจอันรัดตัว ซึ่งก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ และแล้ว&#8230;.ก็ถึงเวลามาเล่าสู่กันฟังแล้วล่ะครับ เย้ๆ
บางครั้ง &#8220;กินเที่ยว มันเป็นเรื่องเดียวกัน&#8221; วันพักผ่อนก็เหมือนช่วงเติมพลังงานชีวิต อยากจะหยุดเรื่องเครียดๆ ทั้งของตัวเรา และรอบตัวเรา ด้วยการสูดอากาศสดชื่นให้เต็มปอด มองบรรยากาศรอบๆ กว้างไกล เออ&#8230; เวลามองอะไรกว้างๆ ก็ให้ความรู้สึกที่ดีอีกแบบ อย่างเช่น ขึ้นที่สูง มองวิวกว้างๆ มองทะเลสุดลูกหูลูกตา ทอดสายตาออกไปยาวๆ เหม่อมองด้วยหัวสมองโล่งๆ ซึมซับพลังงานของธรรมชาติ การได้กินอาหารอร่อย ก็ถือเป็นความสุขเล็กๆ ระหว่างทางของชีวิตในแต่ละวัน ลองกินอะไรแปลกๆ อร่อยถูกปาก ใกล้บ้าง ไกลบ้าง ก็ถือว่าเป็นกำไรชีวิตอย่างหนึ่ง ว่าไหมครับ
 “&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..” เสียงมือถือดัง ฉุดตัวเองออกจากภวังค์ “เพ่ๆ บริษัทจะพาไปเที่ยวไหนกันดีล่ะเพ่” เสียงลูกน้องบังเกิดเกล้าโทรย้ำ ว่าอย่าลืมนะ
โดยปกติแล้ว ไอ้เรื่องไปเที่ยวเนี่ย ในแต่ละปีเราจะมีการโหวตสถานที่ที่อยากไปกัน ไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา หรือน้ำตก แต่ยังไงก็แนวๆ จะออกทะเลกันเป็นส่วนใหญ่ คราวก่อนๆ ไปชุมพรบ้าง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://webmaster.kapook.com/koh-chang/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ยืนเคียงข้างฉัน (Stand by Me)</title>
		<link>http://webmaster.kapook.com/stand_by_me/</link>
		<comments>http://webmaster.kapook.com/stand_by_me/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Mar 2009 10:53:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>editor</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://webmaster.kapook.com/?p=151</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ผมมีเพลงเพราะๆ ที่มีความหมายดีๆ มาฝากกันนะครับ ชื่อเพลง Stand by me ครับ
เวอร์ชั่นที่ผมจะนำมาแนะนำในวันนี้ เป็นการแสดงส่วนหนึ่งจากสารคดี ที่ได้รับรางวัลในโครงการ “Playing For Change: Peace Through Music” หรือแปลเป็นไทยว่า &#8220;เล่นดนตรีเพื่อการเปลี่ยนแปลง: สันติภาพผ่านเสียงเพลง&#8221; ซึ่งได้นำเพลงในอดีตมาทำใหม่ (Cover) ได้อย่างไพเราะและมีความหมาย
โดยเฉพาะเพลง Stand by me ในเวอร์ชั่นนี้ ร้องและแสดงโดยศิลปินจากทั่วโลกมากมาย ซึ่งหลายท่านเป็นศิลปินเปิดหมวก เล่นดนตรีเพื่อสร้างสรรค์อย่างแท้จริง แม้ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร แต่ใครก็ตาม คนแล้วคนเล่าที่ได้ฟังเพลงนี้ ต่างก็เกิดแรงบันดาลใจในการต่อสู้ชีวิต ในการสร้างสันติภาพ แทบทั้งนั้น&#8230; ผมเชื่อเหลือเกินว่า ไม่ว่าเราจะเป็นใคร เราก็สามารถจะช่วยเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้นได้ โดยเริ่มต้นที่ตัวเรา คนใกล้ชิดที่จะอยู่เคียงข้างเรา ต่อๆ กันไปครับ
Stand by me เป็นเพลงที่ Ben E. King, Jerry Leiber และ Mike Stoller ได้ร่วมกันเขียนขึ้น และขับร้องโดย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://webmaster.kapook.com/stand_by_me/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Slumdog Millionaire - คำตอบสุดท้าย อยู่ที่หัวใจ</title>
		<link>http://webmaster.kapook.com/slumdog-millionaire/</link>
		<comments>http://webmaster.kapook.com/slumdog-millionaire/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Feb 2009 08:44:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>editor</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ดูหนัง]]></category>

		<category><![CDATA[Slumdog Millionaire]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://webmaster.kapook.com/?p=150</guid>
		<description><![CDATA[จากการประกาศผลรางวัลออสการ์ในปีนี้ ภาพยนตร์เรื่อง Slumdog Millionaire (สลัมด็อก มิลเลียนแนร์) ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครองอย่างสวยงาม และยังได้รับรางวัลอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 8 รางวัล (จากการเสนอชื่อเข้าชิง 10 รางวัล)

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก nytimes.com
แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้ใช้ทุนในการสร้างมากมาย ไม่มีดาราที่ค่าตัวแพงหรือมีชื่อเสียงระดับโลก ไม่มีฉากถ่ายทำที่สวยงาม ไม่มีสเปเชียลเอฟเฟ็คที่ยิ่งใหญ่ตระการตา แต่ภาพยนตร์ที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้เพียงอย่างเดียว ตรงกันข้าม นักแสดงส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวอินเดีย ซึ่งนักแสดงนำ 2 คน ในวัยเด็ก  เป็นเด็กที่มาจากสลัมมุมไบจริงๆ  (เดิมชื่อ บอมเบย์)   พร้อมการเดินเรื่องในสลัม ที่เมืองมุมไบ ของประเทศอินเดีย เป็นการแสดงให้เราได้เห็นถึงความแออัดยัดเยียด ทั้งผู้คน บ้านเรือน รวมทั้งการดำเนินชีวิตแบบสลัมเสียเป็นส่วนใหญ่ 

สำหรับผมแล้ว คิดว่าปัจจัยที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จนั่นก็คือ บทภาพยนตร์ที่ดี ซึ่งถ่ายทอดมาจากบทประพันธ์ของชาวอินเดีย อีกทั้งการคัดเลือกนักแสดงที่เหมาะสมกับบท การลำดับภาพ และเพลงประกอบที่โดดเด่น รวมถึงฝีมือการสร้างและการกำกับของทีมงานโดยผู้กำกับชื่อดังชาวอังกฤษ ซึ่งมีผู้กำกับร่วมหรือ Co-Director เป็นชาวอินเดียด้วย จึงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง

ยิ่งไปกว่านั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้มีการเล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจและชวนติดตาม เมื่อเปิดเรื่องมาก็บอกเลยว่า พระเอกของเรื่องได้เข้าแข่งขันในรายการเกมส์โชว์ชื่อดัง Who want to be millionaire [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://webmaster.kapook.com/slumdog-millionaire/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
