Google อดอาหาร?
August 27th 2008วันนี้ได้อ่านข่าวมาใหม่ที่น่าแปลกใจมากอยู่ข่าวนึง คือ ทาง Google ตัดงบประมาณค่าอาหารของพนักงานลงอย่างมาก

ภาพ The Google Food Blog โดย Brett L.
เรารู้กันว่าบริษัท กูเกิล ผู้นำด้านอินเทอร์เน็ตของโลกนั้น เป็นผู้สร้างความฮือฮาไม่น้อย ในเรื่องของการสร้างความสะดวกสบายให้กับพนักงาน และที่ฮือฮามากเป็นพิเศษคือเรื่องอาหารอย่างดี แถม “กินฟรี” นี่แหละครับ แต่ตอนนี้ท่าทางจะไม่เป็นแบบนั้นซะแล้ว จากในข่าวบอกว่า Google ลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ลงด้วยการเลี้ยงอาหารเฉพาะบรรดา “Geek” เท่านั้น (กี๊ก คือ พวกวิศวกรคอมพิวเตอร์ โปรแกรมเมอร์ อะไรแบบนี้ และฝ่ายที่เป็นทีมงานหลักที่สร้างกลไกให้กับเว็บไซต์ของบริษัท เนื่องจากทาง Google แจ้งว่าได้เสียเงินค่าอาหารไปถึง 7,500 เหรียญสหรัฐต่อพนักงานหนึ่งคนต่อปีเลยทีเดียว ซึ่งถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ สองแสนกว่าบาทเลยนะคร้าบ โอ…น่าเสียดายจัง เพราะเงินจำนวนนี้ สามารถเอาไปเลี้ยงเด็กน้อยผู้หิวโหยได้ทั้งโรงเรียนเลยนะเนี่ย

ไหนๆ ก็จะเม้าท์เรื่องนี้แล้ว เลยต้องขอเล่าประสบการณ์ตรงหน่อยครับ ในฐานะที่ผมเคยไปเยือนที่สำนักงานของ Google หรือที่เรียกกันว่า “GooglePlex” มาแล้วสองครั้ง ในครั้งแรกที่ไป ผมไปแบบไม่เป็นทางการ คือไปดูงานแถวนั้นเลยแวะเข้าไปคุยกับเพื่อนที่นั่น จึงได้รู้ว่าห้องอาหารของฝ่ายพัฒนาธุรกิจนั้น ไม่หรูมาก และเมนูอาหารก็ไม่เลอเลิศมาก

ทางทีมงานที่เป็น Business Development แอบกระซิบมาว่า ที่บริษัทนี้ โปรแกรมเมอร์เป็นใหญ่ครับ การเป็นอยู่ของพวก Geek จะดีมาก มีของกินอย่างดี ตู้เย็นจะอยู่ใกล้ๆ บรรจุอาหารไว้เพียบเสมอ แถมเดินไปหยิบมาทานได้ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้นเงินเดือนผู้พัฒนาโปรแกรม ยังดีกว่าระดับเงินเดือนผู้จัดการแบบธรรมดาๆ อีกด้วย เนื่องจากคนเหล่านี้สามารถสร้างผลงานได้ไงครับ จึงได้รับการยอมรับให้มีความสำคัญสูงมากในบริษัทเทคโนโลยีแบบนี้ (โปรแกรมเมอร์ในบ้านเราจะมีโอกาสเป็นแบบนี้ได้บ้างไหมครับเนี่ย…?)
ครั้งที่สองที่ได้เดินทางไป คราวนี้ไปกันหลายคนหน่อยครับ เพราะได้มีโอกาสเป็นผู้น้อย พาผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านไปดูงาน Web 2.0 Conference and Expo 2008 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี่เอง รายละเอียดของการเดินทางนั้น ทางพี่แฮมได้นำกลับมาเขียนถึงในนิตยสาร Lips ไปแล้วถึงสองตอนติดต่อกัน ไว้วันหลังผมจะนำมาเล่าต่ออีกที ตรงที่พี่แฮมยังไม่ได้เล่านะครับ

ตอนนี้ขอเม้าท์เรื่องอาหารต่อ ทริปนี้ทีมงานจึงได้ไปทานอาหารกันที่โรงอาหารใหญ่ และมีที่นั่งกลางแจ้งที่เป็นร่มหลากสี หน้าตึกสำนักงานที่มีสถาปัตยกรรมการออกแบบ ที่ดูสวยและมีศิลป์มาก บรรยากาศก็ดีครับ เจ้าภาพที่ดูแลชาวคณะของเราก็คือ คุณกระทิง พูลผล คนไทยที่ได้มีโอกาสทำงานใน Google ซึ่งได้ให้ความเป็นกันเองและดูแลพวกเราดีมากครับ
เมื่อเราทานอาหารเที่ยงเสร็จ คุณกระทิงก็จึงขอตัวไปทำงานต่อ ทางคณะของเราจึงไปดูรอบๆ สำนักงานแบบเป็นทางการหน่อย (Official Tour) ซึ่งจากการหาข้อมูล แบบซอกแซกว่อกแว่กของผมไปเรื่อยๆ ทำให้ผมแอบรู้ความลับสวรรค์มาว่า พนักงานหลายคนของที่นี่ บางคนมาทำงานแต่เช้านะครับ นึกว่าขยันมาก แต่เปล่าหรอก มากินข้าวเช้าบวกข้าวกลางวัน ต่อด้วยข้าวเย็น แถมยังมีพวกซูชิ ขนม ของว่าง เค้ก ระหว่างวันอีก เท่านี้ยังไม่พอ บรรดาพนักงานบางคน (ไม่อยากบอกเลยว่า ส่วนใหญ่พนักงานชาวเอเชียนี่แหละ อายจังวุ้ย) พอจะถึงวันหยุดมีการเอาของกินกลับไปหม่ำต่อที่บ้านอีกด้วยนะ
งานนี้เพื่อนเล่นแฉให้ผมฟังเลยว่าไปหาที่หอมา เจอแต่ของกินจากบริษัทเต็มตู้เย็น มิน่าหละทาง Google ถึงได้อ่วมจนต้องเลิกนโยบายนี้ พนักงานบางคนก็รักที่จะทำงานจัด ถึงขั้นมาที่ทำงานในวันหยุดครับ เพราะจะเอาผ้ามาซักฟรี มาเล่นเกมแข่งกะเพื่อน (ผมเห็นมีเครื่องเล่นเกม Wii วางอยู่เป็นจุดๆ แถมยังมีโต๊ะสนุ้กอีก) มันส์เขาล่ะ แล้วจะออกไปเที่ยวข้างนอกให้เปลืองทำไม?

ร้านอาหารใน Google มีหลายแห่ง ถึงจะบริการฟรีแต่พ่อครัวและแม่ครัวก็แข่งขันกันปรุงจนสุดฝีมือ เพื่อแย่งลูกค้ากันด้วยนะครับ เพราะกติกาของที่นี่คือใครทำดีได้ดี ร้านไหนคนทานเยอะก็จะส่งผลต่อรายได้ครับ ร้านไหนไม่มีคนชอบทานอาจถูกเปลี่ยนคนปรุงได้ และก็จะเป็นแบบนี้กับอย่างอื่นด้วย เช่น คลาสเรียนโยคะ สอนสมาธิ แต่ไม่ต้องกลัวว่าพนักงานที่นี่จะอ้วนจนขยับไม่ได้หรอกครับ เพราะเขามีบริการที่ออกกำลังกายซะด้วย ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำแบบมีกระแสน้ำออกมาให้เราว่ายอยู่กับที่ ไปจนถึงโรงยิมอย่างดีแบบชนิดที่ฟิตเนสในไทยเห็นแล้วอาย ขนาดลู่วิ่งยังมีจอภาพส่วนตัวที่สามารถกดดูทีวีเรื่องโปรด ได้ไปจนถึงเช็คอีเมลได้อีกด้วย (อะไรจะขนาดน้าน !)

แต่จะว่าไปสำนักงานแถวนั้นคือ Silicon Valley ผมว่าหาของกินยากเหมือนกันนะครับ เหมือนเข้าแล้วเข้าเลยออกมาลำบากด้วย ถ้าไม่มีบริการอาหารก็คงลำบากน่าดู จะว่าไปผมไม่อิจฉา Google หรอกนะ เพราะผมว่าเมืองไทยนี่แหละเป็นเมืองที่อาหารอร่อยที่สุดแล้ว แถมราคาก็ไม่แพงด้วย นึกอยากกินอะไรก็ออกไป ใกล้ๆ ออฟฟิศก็มีให้เลือกกันเพียบเลย จริงไหมครับ (ว่าแล้วก็ออกไปสั่งส้มตำดีกว่า..ซู๊ด…)
ก็ขอเล่าเรื่องอาหารการกินใน Google ตามกระแสข่าวเท่านี้ก่อนนะครับ แต่ยังมีเรื่องอื่นๆ อีก ถ้ายังไม่เบื่อกันซะก่อน ก็จะมาเล่าสู่กันฟังต่ออีกทีนะครับ
ด้วยจิตคารวะ
“นายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ”



จำเอาไว้ จงจำเอาไว้

August 27th, 2008 at 4:14 pm
น่าไปทำงานดีนะครับ
August 27th, 2008 at 4:45 pm
โอ้วววววว
แค่เห็นภาพอาหาร 2 ภาพแรก ก็น่ากินแล้ววววววววว
ได้ความรู้ใหม่ๆ อีกด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
อิอิ
August 27th, 2008 at 5:28 pm
อู้วววว บอกได้คำเดียวว่า “หรูหรา ไฮโซ” เจ้าค่ะ
อยากไปอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้จังรุยยย
August 27th, 2008 at 5:36 pm
ถึง Google จะอด แต่ผมไม่อด อิอิ
August 27th, 2008 at 5:51 pm
อยากไปทำงาน เหมือนคุณ kohsija บอกเลยครับ
แต่ถ้าไปได้คงต้องเก่งน่าดู
อีกอย่างคือ ผมก็แอบหวังๆ ว่าโปรแกรมเมอร์จะมีความสำคัญ
เหมือนอย่าง google ให้ ความสำคัญแบบนี้เหมือนกัน ครับ
ฝันต่อไป เมืองไทยของเรา -”-
August 27th, 2008 at 8:16 pm
อ่านแล้วอึ้งค่ะ
August 27th, 2008 at 8:35 pm
ทำงานที่กูเกิล ก็ดูดีนะ แต่ไม่เร้าใจอ่ะ
ต้องนี่….เล๊ย…
เปิดร้านเน็ต
เป็นเจ้าของร้านเน็ต
ในประเทศไทย
รับร๊องง พี่น้องเอ๋ย
ทั้งตื่นเต้นและเร้าใจ ใจ ใจ ใจ ใจ ใจจจจจจ !!!!!
ตรูจะโดน เข้าวันไหนล่ะเนี่ย อิ อิ
August 27th, 2008 at 9:07 pm
ที่จริงการจะลดความอ้วน ต้องมาจากความอดทนของคนลดน่ะดีที่สุด แต่การที่เอานู้นเอานี้มาเป็นตัวกระตุ้นหรือผลักดันก็น่าจะได้ผลนะคะ
August 27th, 2008 at 9:26 pm
อิอิ อยากไปทำงานที่นั้นมานานแล้วครับ แต่ยังไม่มีโอกาศ อะ
วิวะคอม ไม่มี งาน อิอิ
August 27th, 2008 at 10:03 pm
ดีจังเลยค่ะ อยากให้มีในออฟฟิตบ้าง
August 28th, 2008 at 12:41 am
Goolgle มันอยู่ประเทศอารายหรอครับ (ไม่ฉลาดอะ)
แล้วทำไมไม่มีกฏให้กินได้ตอนเช้า เที่ยง เท่านั้นอะ แบบนี้ก็เปลืองอย่างว่าอะจิ
August 28th, 2008 at 1:28 am
กูเกิ้ล มันรู้จักเลี้ยงคน
มันเลี้ยงคนเอาความคิด
เลี้ยงโดยมีกรอบเพียงแค่ “เอ็งต้องมีงานให้ตูนะ”
ที่เหลือคือ เอ็งจะทำอะไรก็ทำกันไป. . .
August 28th, 2008 at 1:41 am
ไม่เบื่อหรอกค่ะ ชอบเรื่องที่เล่านะคะ เหมือนได้ไปเที่ยวสนุกดีค่ะ แล้วจะเข้ามาอ่านตอนต่อไปนะคะ
August 28th, 2008 at 8:31 am
ดีจังเลยเห็นแล้วอยากไปทำงานบ้าง มีอาหารกินฟรี
มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้วย
น่าอิจฉาพนักงานที่นั่น จริงๆ
August 28th, 2008 at 9:15 am
สุดยอดอะคับ ส่วนตัวชอบเรื่องกินอยู่แล้ว อย่างนี้ถ้ามีห้องพักภายในบริษัทให้พนักงานอยู่ด้วยแล้วล่ะก็ ไม่ต้องเห็นเดือนเห็นตะวันกันแน่ เพราะอยู่ที่นี่มีทุกอย่างเลย แต่ก็รู้สึกเหมือนขังตัวเองยังไงก็ไม่รู้นะ
August 28th, 2008 at 9:47 am
มุมหนึ่งก็น่าอิจฉา แต่อีกมุมหนึ่งก็เห็นด้วยที่บอกว่าอาหารไทยอร่อยที่สุด ^_^
August 28th, 2008 at 12:13 pm
สายอาชีพผมนี่หว่าาา ต้องขยันแว้วววว
August 28th, 2008 at 12:14 pm
อยากทราบว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่โปรแกรมเมอร์เหล่านี้ เกิดทางตันคิดอะไรไม่ออกแล้ว จะยังมีสวัสดิการดีๆอย่างนี้เลี้ยงหรือเปล่าคะ?
August 28th, 2008 at 12:54 pm
google ฉลาดเรื่องการดูแลพนักงานจริงๆครับ
สร้างความแตกต่างที่ทำให้คนเก่งๆต่างอยากเข้าไปทำงานด้วย
August 28th, 2008 at 1:08 pm
เห็นแล้วก็อิ่ม
August 28th, 2008 at 2:02 pm
การดูแล และสวัสดิการ ให้พนักงานนั้นเป็นความคิดที่ดี ท่ทำให้พนักงาน รัก และหวงแหนองกรณ์ ชองตัวเอง
August 28th, 2008 at 4:34 pm
ว่าแล้วก็อิจฉาเค้าเหมือนกันนะ
August 28th, 2008 at 10:00 pm
พี่ กูจะดีเเค่ไหนไม่สนครับ หนึ่งเดียว ในใจ oil&gas shalumberger เท่านั้น
คนละระดับ กับพี่กูครับ
August 29th, 2008 at 6:13 am
ถ้าเป็นบริษัทที่เกิดจาก Silicon Valley แท้ๆๆ จะมีแนวปฎิบัติต่อพนักงานอย่าง Google แต่อย่างว่าเดี๋ยวบริษัทแถว Silicon Valley ถูก take over จากฝั่ง East coast หมด สวัสดิการของพนักงานก็เปลี่ยนไปด้วย
August 29th, 2008 at 8:47 am
พี่ผมก็ทำงานให้บริษัทญี่ปุ่นแถวสีลมจำชื่อบริษัทไม่ได้เป็นพวก Geek มีเครื่องดื่มฟรีตลอด กาแฟ เป๊บซี่ มีหมด แต่ไม่ถึงกับเลี้ยงอาหาร
August 29th, 2008 at 12:26 pm
ขอนับถือ ยังกะศูนย์การค้าเลย แต่ดีครับ ในแง่การดูแลพนักงานที่ดี แต่บริษัทก็แบกรับภาระมากครับ
August 29th, 2008 at 1:39 pm
ดีเนอะ ถ้าเมืองไทยมีก็ดีสิ แต่ทุกวันนี้คนไม่มีกินก็ไม่มีกินต่อไป
การเมืองก็วุ่นวายไปหมด น่าเบื่อ
August 29th, 2008 at 2:31 pm
สวย หรู ดูดี มีสไตล์ น่าทำงานด้วยมากๆ
August 29th, 2008 at 9:50 pm
แฟนก้อทำงาน Google เยอรมันนี เค้าส่งรูปถ่ายที่ออฟฟิศกับห้องทำงานส่วนตัวมาให้ดู
โห อย่างหรูเลย แต่ไม่เชื่อเค้าเท่าไหร่ ขอบคุณเจ้าของกระทู้ค่ะ ทำให้รู้ว่า เค้าไม่โกหก
August 30th, 2008 at 12:28 pm
น่าอยู่จริงๆค่ะ
แต่คงจะสำหรับคนที่เก่งคอมเท่านั้น โง่ๆคอมอย่างเราจะไปมีสิทธ์ไร
เซ็.งจังฮู……………
August 30th, 2008 at 12:39 pm
ขอคุณเจ้าของกระทู้ ค่ะ ได้ความรู้ ใหม่ ๆ อีกค่ะ
August 30th, 2008 at 10:14 pm
[...] Google อดอาหาร?August 27th [...]
August 31st, 2008 at 9:20 am
ผมชอบมากลย
ผมอยากไปทำงานที่นั่นมากเลย
น่าอิจฉาเค้า
หุหุหุ
August 31st, 2008 at 11:23 am
เปงบริษัทที่เจ๋งเป้ง…น่าทำงานแนะ..แตก้อสู้เมืองไทยไม่ได้จริงเพราะเมืองเราเปงอู่ข้าวอู่นำเนาะ..โดยเฉพาะเรื่องผลไม้
August 31st, 2008 at 10:02 pm
อยากทำงานแล้วมีความสะดวกสบายแบบนี้จัง.. จะได้ไม่เครียดดดดดด
September 1st, 2008 at 7:10 am
น่าอยู่มากๆๆ
September 1st, 2008 at 8:02 am
อื่ม ดีจัง อยากให้บริษัท ทีเอ็มที เป็นอย่างนี้บางจัง
September 1st, 2008 at 8:51 am
คนทำงานใน google ต้องอัฉริยะแน่นอน
ดูแลกันดีขนาดนั้น…แต่มันคงดีเกินไปนะจ๊ะ (ว่ามั้ย!!!)
September 1st, 2008 at 9:03 am
อยากเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานจังเลย
September 1st, 2008 at 9:36 am
ขอบคุณค่ะ เป็นอีกด้านจริงๆ แต่ขอเพิ่มเติมจากที่ได้อ่านมาบ้าง เกี่ยวกับเรื่องสาเหตุการลดปริมาณอาหารของ google นะคะ
ขอให้เครดิด จากที่มาก่อนนะคะ BrandAge ไม่แน่ใจว่า ตอน December ‘07 or June ‘08 นะคะ น่าจะถูก อิอิ คือ ที่ได้ทราบมาคือ พนักงานชอบกินอาหาร แบบ อ้วนแน่ อะไรงั้นอ่ะค่ะ และพนักงานก้อ request ได้ด้วยว่าอยากกินอะไร (แล้วเค้าก้อชอบบบ สรร เมนูใหม่ๆ แปลกๆ อ้วนๆ กันออกมา) แต่ว่า เค้าก้อมีอย่างอื่นให้นะคะ แบบ พวกผลไม้ แต่คนไม่ค่อยกินกัน แล้วพอตรวจสุขภาพก้อไม่ค่อยดี ฝ่าย ที่จัดการอาหารก้อเลยต้อง เริ่มทำการจำกัดอาหาร มี บาง บ. ที่ทำแบบเดียวกัน ในเวลาไล่เลี่ย เพราะเกี่ยวกะสุชภาพค่ะ และอีกเรื่องคือ เค้าคิดถึงเรื่องอาหารเหลือทิ้ง เป็นจำนวนเงินด้วยน่ะค่ะ ว่ามันมากมาย
ถึงเค้าจะมีที่ออกกำลังกายก้อจริงค่ะ แต่ว่า Krispy Cream ใส้ bacon+cheese ก้อไม่ได้ทำให้อะไรๆ มันดีขึ้น เพราะว่า การจะลด นน 1 กก ต้องผลาญ 7700 Kcal เลยนะคะ … แต่ว่ารู้สึกว่าอันนี้ไม่ได้ผลเท่าไหร่ เพราะว่า พนักงานเหมือนจะ บ่นๆ กันอ่ะค่ะ เค้าเลยต้องนำงบอาหารกลับมาเหมือนเดิม
แล้วก้อเรื่อง การดูแลที่แตกต่าง ระหว่าง สาขาที่ทำงาน แง้ๆ ฟังแล้ว สงสารคนที่อยู่ business unit จังเลยค่ะ แต่อย่างว่า บ.เค้าเน้นเรื่อง IT ก้อคงต้องยอมเค้าเป็นใหญ่ใน บ. นิเนอะ
September 1st, 2008 at 4:21 pm
อาชีพเดียวกัน แต่อยู่ที่มันสมองจริง ๆ
September 2nd, 2008 at 9:39 am
น่าลองเข้าไปทำงานดูเพราะฟังดูเขาใหความสำคุญกลับโปรแกรเมอร์มากเห็นด้วยเพระาโปรแกรมเมอร์ต้องทำงานหนักก่วาใครเพื่อน
ุ
ุ
September 3rd, 2008 at 1:56 pm
เป็นกุศโลบาย เลี้ยงคน ให้อิ่มทั้งกาย และใจ แล้วเค้าจะรู้สึกทุ่มเททำงาน ที่สำคัญความจงรักภักดีต่อองค์กร อยากให้ผู้บริหารที่อื่นๆ เรียนรู้กลยุทธนี้บ้าง
September 3rd, 2008 at 8:10 pm
อยากดู บริษัทของ ไมโครซอฟท์จังเลย จะหรูแบบนี้มั้ย
September 3rd, 2008 at 9:45 pm
แค่นี้ก็หรูกว่า บ.เรา เป็นไหนๆ แล้วครับ
บ.ผมใครก็อาจมองว่าใหญ่ เทห์เชียว แต่ผมดูแล system ทุกวันนี้ยังแทบกินแกลบ รัดเข็มขัดติ้วๆ เลย - -”
September 4th, 2008 at 8:23 am
อยากไปทำงานที่นั้นจังเลย
แต่ว่าภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง ถ้าได้ทำคงต้องศึกษาอย่างดีที่สุดแน่
แต่เราทำด้าน Hr. จะสู้ได้หรือเปล่านะ สู้ๆ ชีวิตเพื่อสู้
September 4th, 2008 at 12:49 pm
ตอนเน้เราทามงานในgoogle อยู่เหมือนกาน
แค่คล้ายๆแหละ
ไม่สบายอย่างที่คิดหรอกนะจ้ะ
..
September 4th, 2008 at 5:37 pm
= = เรียนวิศวะคอม จบมาอยู่ในประเทศไทย จะได้เกิดมั้ยหว่า
อยากจะทำผลงานเด่นๆ ให้เข้าตากรรมการ
แต่ก็นะ ประเทศไทยไม่ค่อยจะมีบริษัทเกี่ยวกับทางด้านนี้โดยตรง
หรือว่าไม่มีเลยหว่า เหอๆ …
September 5th, 2008 at 8:45 am
อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ Google จังเร๊ย อิจฉาๆๆๆ พนักงานที่นั่นที่สุด ^^
September 5th, 2008 at 11:43 am
เล่าเรื่องได้สนุกและเป็นกันเองมากเลยคะ ไม่ได้ไปก็เหมือนไปด้วย ภาพประกอบน่ารักน่าทานมาก แต่ขอบอกว่าอย่างไรก็รักเมืองไทยที่สุด ไม่ว่าที่ทำงานจะดูแลเรื่องกินอยู่ดีแค่ไหน ทำงานเหนื่อยแล้ว ขอกลับบ้านดีกว่าค่ะ
September 6th, 2008 at 9:28 am
อีกหนึ่งที่ๆดีที่สุดของโลก มีแต่คนฝันอยากเป็นส่วนหนึ่งกับ Google
แต่ผมอยู่ประเทศไทยดีกว่า
September 7th, 2008 at 2:38 pm
ดีจังอยากไปอยู่บ้าง แต่ความสามารถมีแค่เรื่องกินเท่านั้น ฮิๆๆๆ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่มาเป็นอาหารสมองในยามว่าง
September 7th, 2008 at 2:52 pm
แวะมาอ่านว่าอะไร….?
อย่างไร…?
ที่ไหน……?
September 8th, 2008 at 5:37 pm
องค์กรในฝัน
แต่ไม่ได้มาทางสายโปรแกรมเมอร์นี่สิ - -”
เราไปอยู่ คงไม่มีใครให้ความสำคัญขนาดนั้นแหงๆ
เรื่องอาหารไม่สน สนว่า เค้าเอาใจใส่ก็โอเค
(จะว่าไป พวกที่เอาอาหารกลับบ้านเนี่ย น่าเกลียดจริงๆ แหละ เกิ๊น….นนน)
September 8th, 2008 at 7:45 pm
อยากไปมั่งจังเลยครับ
September 8th, 2008 at 9:08 pm
ต้องการพยาบาลไปช่วยดูแลมั้ย
September 8th, 2008 at 11:11 pm
อ่านหลายๆความคิดก็ดีนะครับบทความก็ดีแต่บ้างความคิดทำไมต้องดูถูกประเทศตัวเอง
ไม่เข้าใจผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งได้แฟนเป็นฝรั่งแล้วมีบ้างเรื่องผมไม่ค่อยชอบใจเท่าไร
มันบอกแต่ว่าฝรั่งถูกเค้าวิจัยมาแล้วแล้วไงผมว่าฝรั่งมันยังไม่ค่อยเชื่อผลวิจัยมันเองเลย
แต่ที่พูดคือไม่อยากให้เกิดค่านิยมที่ว่าฝรั่งมันดีทุกอย่างที่จริงคนไทยนี้แหละเก่งทุกสุด
อยากให้ทุกคนคิดแบบนี้มีความเป็นชาตินิยมกันบ้างในบทความเองยังแสดงความเป็นชาตินิยมเลยที่ว่าบ้านเราของกินอร่อยที่สุดผมว่าดูได้รับได้แต่อยากไปตามทั้งหมดปรับใช่เป็นแบบของเราของคนไทย
September 9th, 2008 at 12:20 pm
ดีคะ
September 10th, 2008 at 3:49 am
น่าไปทำงานที่นันจัง แต่ไม่ได้เรียนวิวะ คอม เรียนวิวะเครื่องกล เข้าจะรับป่าวนี้ 555+
September 10th, 2008 at 1:16 pm
อาหารน่าทานมาก ๆ
September 10th, 2008 at 3:57 pm
น่าไปทำมาก ๆ เลยค่ะ
September 10th, 2008 at 6:18 pm
สุดเจ๋ง☺☻๏€
September 10th, 2008 at 7:49 pm
ที่ทำงานของเขาเหมือนกับสวรรค์บนดินดีๆนั่นแหละ สิ่งของทุกอย่างภายในสำนึกงานล้วนแต่อินเทรนทั้งนั้น ทั้งรูปแบบ ดีไซน์ ที่หลากหลาย แปลกตา เห็นแล้วน่าอิจฉาพนักงานที่นั่นมาก
September 11th, 2008 at 4:42 pm
ไปทำงานทีนี่ ชาตินี้ให้เท่าไรก็ไม่อยากออก ที่ทำงานยังก่ะสวรรค์
September 12th, 2008 at 2:32 am
อ่านแล้ว อย่าไปนั้งตากแอร์ใน google จัง ฮาฮา !
September 12th, 2008 at 12:06 pm
ก็ดีคะ เขาจะได้ประหยัดงบลงเผื่อจะได้นำมาบริจาคให้กับเด็กไม่มีอันจะกินได้ (ถ้าเขาคิดได้อะนะ) ส่วนพนักงานชาวเอเชียที่ชอบห่อของกินกับบ้านนั้น เราว่า เอาแต่พอเหมาะนะคะ ไม่ห้าม หรอกคะ แต่คนเราต้องเดินทางสายกลางนะคะ
September 12th, 2008 at 7:36 pm
คงสมบูรณืกันมากเลยเนอะที่นั่น
September 14th, 2008 at 12:57 pm
บ.ในฝัน เลยนะคะเนี่ย ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับข้อมูลที่ดีๆค่ะ อยากทราบจังเลย ในเมืองไทยจะมีอย่างนี้บ้างมั้ยคะ อิอิ
September 14th, 2008 at 3:58 pm
อย่ากไปจังเลย
September 14th, 2008 at 9:03 pm
สวัสดีคะ จริงๆแล้วบังเอิญมากที่ได้เข้ามาอ่าน
เพราะว่าเป็นความโชคดีที่คลิกผิดที่ 555+ เลยได้มาดู บล็อคที่น่าสนใจมากมายขนาดนี้
แอบเห็นด้วยกับพี่ที่ว่า คนเอเชียส่วนใหญ่ที่แอบเอามากินกลับบ้านด้วย
ฮั้วไม่ได้ไปที่นั่นนะค่ะ แต่เคยเห็นอยุ่ ก็คนเอเชียเนี่ยะละคะ กินจุมากกกกกกก
ไม่ใช่แค่มากธรรมดานะค่ะ อย่างกะจะเก็บกลับไปกินได้อีกเป็นเดือนๆเลยอ่ะ
(อายเหมือนกัน )
และเห็นด้วยรอบสองกับที่พี่บอกว่า อาหารไทยอร่อยแล้วก็แสนถูกด้วย ว๊า
พูดแล้วหิวค่ะ อิอิ บะบายนะค่ะ
ดีใจที่ได้เข้ามาอ่าน
ส่วนอันนี้เป็นบล็อคของนู๋ http://payoon.diary.postjung.com/
ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ
September 15th, 2008 at 1:29 am
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแบบนี้ด้วยน่าทึ่งจริงๆอยากให้มีแบบนี้ในไทยมั่ง
September 15th, 2008 at 9:06 pm
ต่อให้ตัดอาหารอีก
ก็ยังน่าทำอยู่ดี
ของแต่ละอย่างดีโครตตตตตตตตตตต
September 16th, 2008 at 10:55 am
อ่านแล้วได้ความรู้ดี เอาประเทศไทยไปเปรียบกับต่างประเทศไม่ได้หรอก
September 17th, 2008 at 12:18 pm
ก็โอนะ
September 18th, 2008 at 10:53 am
คุณปรเมศวร์โชคดีจัง.. เราทางนี้ก็คงจะได้เห็นแต่รูป
จากเมล์ที่เค้า fw กันต่อๆมา ก็เห็นว่าเค้าลงทุนกับพนักงานจริงๆ
แต่ก็อย่างว่า.. งานจะออกมาดี ความคิดสร้างสรรค์จะบรรเจิด
คนมันก็ต้องสมองเปิดโล่ง สบายทั้งกายและใจ
เค้าเลี้ยงดูคนได้อย่างดี มันก็สมแล้ว
เจ้านาย หรือเจ้าของบริษัทคนไทย ก็ดูเป็นเยี่ยง.. เอาอย่างได้ในบางส่วน..
ว่างๆ ก็เข้าไปช่วยโหวต http://www.9destinations.com ด้วยนะ.. เที่ยวไทยๆๆ
September 28th, 2008 at 1:14 am
ถึงแม้ว่าจะตัดเรื่องอาหารนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็ยังเป็นบริษัทที่น่าไปทำงานด้วยจิงๆ อิอิ