ความลับของคุณซาบซึ้ง

June 9th 2009

ผมเป็นคนที่ชอบดูหนังแนวไซไฟหรือนิยายวิทยาศาสตร์มาก และ Star Trek ก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งแน่นอนว่า Star Trek 2009 ก็เป็นตอนล่าสุดที่ดูแล้วสะใจไม่ผิดหวังจริงๆ ครับ

แต่ถ้ามีใครถามผมว่าผมชอบสตาร์เทร็คภาคไหนจากหลายๆ ภาคที่สร้างมามากที่สุด คำตอบของผมคือตอนที่สี่ครับ นั่นคือ Star Trek IV: The Voyage Home (1986) ซึ่งในภาคนี้ส่วนใหญ่เป็นการถ่ายทำบนพื้นโลกที่อ่าวในเมืองแซนแฟรนซิสโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในภารกิจสำคัญเพื่อช่วยไม่ให้วาฬหลังค่อม (Humpback Whale) ต้องสูญพันธุ์ไปจากโลก มิฉะนั้นอาจเกิดผลเสียหายอันยิ่งใหญ่ที่จะตามมาต่อมวลมนุษย์ชาติได้ เนื่องจากวาฬพันธุ์นี้ตัวใหญ่และคนก็นิยมออกล่ามันมาก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่ามันสื่อสารกันได้ด้วยเสียงแปลกๆ และคาดว่ามันน่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่คิดได้ด้วย

Whale
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก en.wikipedia.org

ย้อนไปเมื่อราวๆ 3-4 ปีก่อน ก็เคยมีข่าวการช่วยชีวิตวาฬหลังค่อมนี้เหมือนกัน ในเช้าวันหนึ่งห่างจากชายฝั่งแซนแฟรนซิสโกออกไปราว 18 ไมล์ ชาวประมงพบวาฬเพศเมียขนาดใหญ่ หนักประมาณ 50 ตันและยาวร่วม 45-50 ฟุต ติดเข้ากับเชือกไนลอนผูกลอบปู การช่วยเหลือจึงต้องรีบขึ้นภายในบ่ายวันนั้น ทั้งนักประดาน้ำและชาวบ้านร่วมมือกัน เนื่องจากเจ้าวาฬตัวนี้กำลังเจ็บปวดทรมานจากการถูกเชือกรัดและขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำได้ลำบาก ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้หากไม่รีบเร่งช่วยเหลือ นอกจากนี้ มอสกิโต นักประดาน้ำหลัก ก็ได้สารภาพว่าในตอนแรกคงไม่สามารถจะช่วยเหลือมันได้ เนื่องจากเชือกมีน้ำหนักมากและพันรอบหางมันกว่าสี่รอบ มอสกิโตและนักประดาน้ำอีกสามคนจึงใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงในการใช้มีดแบบพิเศษตัดเชือกออกทีละเส้นๆ จนมันสามารถหลุดออกมาได้

หลังจากนั้น มอสกิโตได้เล่าว่า “เมื่อผมตัดเชือกที่คาดปากมันออกได้ เจ้าวาฬมองสบตาผมด้วยสายตาเป็นประกาย… ช่างเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผมเลยครับ”

เมื่อมันเป็นอิสระ เจ้าวาฬว่ายวนไปมารอบๆ เหมือนสุนัขที่กำลังดีใจ จากคำบอกเล่าของผู้ชวยเหลือ มันได้ว่ายน้ำเข้าไปหยอกล้อเล่นกับนักประดาน้ำทีละคนราวกับจะเป็นการขอบคุณ

“มันทำเหมือนสุนัขที่ดีใจที่ได้เห็นคุณ มันดูมีความสุข ผมไม่รู้สึกว่าจะมีอะไรเป็นอันตรายเลยครับ มันเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งและไม่น่าเชื่อเลย” มอสกิโตเล่าต่อด้วยความอิ่มเอมใจ

นับเป็นข่าวที่ผมอ่านแล้วคิดว่า นอกจากความซาบซึ้งที่เกิดกับเรื่องนี้จนต้องนำมาเล่าต่อแล้ว ผมคิดว่าวาฬตัวนั้นก็คงรู้สึกซาบซึ้งไม่น้อยที่ได้รับความช่วยเหลือ ที่จริงแล้วเราคงหาศัพท์เพียงคำเดียวมาบรรยายอารมณ์หรือความรู้สึกให้ตรงใจได้ยาก เพราะในหลายๆครั้ง อารมณ์หรือความรู้สึกของคนเราก็มีผสมผสานกันไป วันนี้ผมจะขอเล่าถึงคำสองคำที่น่าสนใจ เป็นศัพท์ในภาษาอังกฤษคำหนึ่งคือคำว่า “Gratitude” (อ่านว่า แกรท’ทิทูด) และเป็นคำไทยอีกคำหนึ่งซึ่งเราคงเคยได้ยินบ่อยว่า “กตัญญูกตเวทิตา”


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
sansego.blogspot.com

คำว่า “Gratitude” หากเปิดตามดิกชันนารีตรงๆ ตัวก็จะแปลว่า ความรู้สึกขอบคุณ Syn. appreciation, thankfulness Related ความรู้สึกซาบซึ้งใจ, ความรู้สึกสำนึกในบุญคุณ, ความกตัญญู แต่ผมชอบที่คุณจิระนันท์ พิตรปรีชา ได้แปลไว้ในหนังสือ “The Secret” ว่า “การสำนึกรู้คุณ” ซึ่งคำนี้เป็นหนึ่งในความลับที่ผู้ที่ประสบความสำเร็จหลายๆ คนในโลกต่างมีกันและถูกนำมาเผยแพร่ในหนังสือเล่มนี้ เนื่องจากผู้มีสำนึกรู้คุณจะดึงดูดสิ่งดีๆ เข้าหาตัวผู้นั้น ซึ่งคุณจิระนันท์ได้กล่าวถึงความลับจากในหนังสือนี้ไว้ว่า

“…ส่วนเรื่องการสำนึกรู้คุณนี่ชอบที่สุดเลยนะ เพราะจะรู้สึกเสมอว่าเรารู้สึกว่าเราโชคดี เราจึงไม่ฟูมฟาย คนทั่วไปเวลาอยากได้อะไร เราไม่เคยย้อนกลับไปดูหรอกว่าที่ผ่านมา เราได้อะไรมาบ้าง เราควรหัดสำนึกคุณกับชีวิต”

Gratitude ในสารานุกรม Wikipedia ได้ให้นิยามไว้ว่า เป็นอารมณ์หรือทัศนคติเชิงบวกที่ตอบรับเวลาที่เราได้รับประโยชน์จากผู้อื่น ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละคนก็จะรู้สึกต่างกันไป หลายคนก็มีทัศนคติในเชิงลบมากกว่าเชิงบวก คุณเคยพบไหมครับว่าในกรณีเดียวกันนั้น อาจจะมีคนสองคนที่คิดกันไปแบบตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งก็มีประโยคโดนใจจากหนังสือ The Secret ก็คือ

“”The relationship will really work, we need to focus on what we appreciate about the other person, not only complaining about” – “ความสัมพันธ์จะดําเนินไปด้วยดี หากคุณรู้จักชื่นชมสิ่งที่คุณประทับใจบ้าง ไม่ใช่เพียงแค่การบ่น ดุด่า หรือตำหนิ

เราเคยได้ยินคำว่า “กตัญญูกตเวทิตา” มาก่อนแล้ว ความกตัญญู คือ ความรู้คุณ หมายถึงความเป็นผู้มีใจกระจ่าง มีสติ มีปัญญาบริบูรณ์ รู้อุปการคุณที่ผู้อื่นกระทำแล้วแก่ตน ผู้ใดก็ตามที่ทำคุณแก่ตนแล้ว ไม่ว่าจะมากก็ตาม น้อยก็ตามแล้วก็ตามระลึกนึกถึงด้วยความซาบซึ้งไม่ลืมเลย เป็นหนึ่งในมงคลชีวิต 38 ประการ

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี)
พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี)

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ideaforlife.net

กตเวทิตา คือ รู้ว่าควรตอบแทนคุณท่านอย่างไร แล้วหาทางตอบแทนให้สมกัน พระพุทธพจน์ที่พระองค์ทรงตรัสไว้ให้ถือเป็นหลักในเรื่องนี้ก็คือ “ภูมิ เว สัปปุรสานัง กตัญญูกตเวทิตา” ความเป็น คนกตัญญูกตเวทีคือ พื้นฐานของคนดี และท่าน ว.วชิรเมธี ได้เคยกล่าวขยายความในเรื่องนี้ไว้ว่า

“คนเราทุกคนล้วนตกเป็นหนี้บุญคุณคนอื่นด้วยกันทั้งนั้น ใครก็ตามที่กล้าประกาศตนว่า เขาได้ดีมีสุขอยู่ทุกวันนี้ เพราะผลแห่งการต่อสู้ของตนเองโดยไม่เกี่ยวข้องกับใครเลยนั้น ต้องนับว่าเขาเป็นคนโกหก หรือไม่ก็เป็นคนประเภท วัวลืมตีน หรืออย่างเลวที่สุดก็เป็นคนเขลาเบาปัญญา ที่กล้าเอ่ยวาทะไม่ควร เอ่ยเช่นนี้ออกมาประจาน ตนเองต่อหน้าวิญญูชน”

เมื่อหันมองไปรอบตัวแล้วสำรวจด้วยใจเป็นกลาง เราจะพบว่าชีวิตเริ่มแรก ก็เป็นหนี้บุญคุณพ่อแม่ ต่อมาก็พี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหาย ครูบาอุปัชฌาย์ อาจารย์ เพื่อนบ้าน สิงสาราสัตว์ กุ้งหอยปูปลา พืชผักผลไม้ แม่น้ำลำคลอง อากาศ ผืนดินผืนน้ำ ป่าเขาลำเนาไพร ชาวไร่ชาวนา ต้นหอม ผักชี ข้าวเปลือก ข้าวสาร มังคุด ลิ้นจี่ ลำไย คนกวาดถนน คนเก็บขยะ คนส่งหนังสือพิมพ์.. นายกรัฐมนตรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช บรรพบุรุษ ฯลฯ

หากเรารู้จักมองโลกด้วยหลักอิทัปปัจจยตาที่ว่า “เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้จึงดับ” จะพบว่าชีวิต เรากับชีวิตคนอื่น สัตว์อื่น และ สิ่งอื่น ล้วนเกี่ยวพันกันเป็นห่วงโซ่แห่งความสัมพันธ์อันยืดยาว และกินขอบเขต กว้างขวางเกินกว่าจะประมาณได้ว่ามากมายเพียงไร และกินเวลามาเนิ่นนาน ขนาดไหน กี่ภพกี่ชาติแล้ว ที่เรา ต้องมาเกี่ยวข้องกันและเป็นหนี้บุญคุณกัน และกันไม่รู้จบสิ้น

ไม่มีใครในจักรวาลนี้เติบโตขึ้นมาเป็นตัวตนอยู่ได้อย่างเสรี โดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับใครและใครเลย คนทุกคนบนโลกนี้หรือแม้แต่สรรพชีพสรรพสัตว์ ในจักรวาลล้วนมีที่มา เฉกเช่นเดียวกับน้ำทุกหยดล้วนมีต้นน้ำ คนที่ปฏิเสธรากเหง้ากำพืดของตน ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม จึงเป็นคนเลวในทัศนะของพุทธศาสนา ส่วนคนที่ไม่เคยลืมที่มาของตนเองไม่ว่าจะยากดีมีจนหรือต่ำต้อย ด้อยค่าเพียงไร คือวิญญูชนคนดีที่น่ายกย่องสรรเสริญ คนชนิดเช่นนี้ ถึงเทพก็ชม ถึงพรหมก็สรรเสริญ”

The Secret

คำสองคำนี้จึงมีพลังอันยิ่งใหญ่ ทั้ง “Gratitude” และ “กตัญญูกตเวทิตา” เกิดจากอารมณ์ความรู้สึกที่ซาบซึ้งและต้องการทดแทนบุญคุณด้วยตนเองโดยไม่มีใครบังคับหรือต้องทวงบุญคุณแต่อย่างใด และในหนังสือ The Secret เองก็ได้บอกไว้ว่า หากสามารถเลือกทำตามในหนังสือนี้ได้เพียงข้อเดียว ให้เลือกข้อนี้เป็นสำคัญ แล้วคุณจะกลายเป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดความสำเร็จมาสู่คุณ

ท่านเจ้าคุณพระสุเมธาจารย์ (โรเบิร์ต สุเมโธ)
ท่านเจ้าคุณพระสุเมธาจารย์ (โรเบิร์ต สุเมโธ)

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก skyd.org

เราควรจะกตัญญูแม้แต่กับคนที่เราคิดว่าไม่น่านับถือหรือไม่? หลวงพ่อสุเมโธ หรือ ท่านเจ้าคุณพระสุเมธาจารย์ (โรเบิร์ต สุเมโธ) เจ้าอาวาสวัดป่าอมราวดี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้เคยเล่าย้อนความหลังเมื่อครั้งเป็นสามเณรไว้ด้วยว่า

“มีเรื่องหนึ่งอาตมาอยากเล่าให้ฟัง ปีแรกที่อาตมาเป็นสามเณรอยู่ที่หนองคาย อาตมาได้พบพระรูปหนึ่ง เดินธุดงค์ไปจากอุบลฯ พระรูปนี้อายุเท่าอาตมา เคยทำงานในราชนาวีไทย อาตมาก็เคยอยู่ในกองทัพเรืออเมริกันในสงครามเกาหลี… ท่านเป็นพระไทยรูปแรกที่อาตมาได้พบที่พูดภาษาอังกฤษได้ แม้ว่าจะพูดได้อย่างงูๆ ปลาๆ แต่อาตมาก็ดีใจที่มีใครสักคนที่พอจะพูดด้วยได้ในเวลานั้น พระท่านเป็นพระที่เคร่งมาก ดูเคร่งครัดในพระวินัยทุกข้อ ฉันอาหารในบาตร ใช้จีวรสีกรักอย่างพระป่า แต่ในวัดที่อาตมาอยู่นั้น พระใช้จีวรสีเหลืองส้ม อาตมาประทับใจในตัวท่านมาก

“ท่านได้แนะนำว่าอาตมาควรจะไปอยู่กับหลวงพ่อชา ดังนั้นหลังจากได้ อุปสมบทเป็นพระภิกษุและท่านอุปัชฌาย์อนุญาตแล้ว อาตมาก็ออกเดินทาง ไปอุบลฯ กับท่านทันที แต่ระหว่างทางท่านก็ทำให้อาตมาเสื่อมศรัทธาและรู้สึกเบื่อหน่ายจนสุดจะทน เพราะท่านจุกจิกจู้จี้และมีเรื่องตำหนิพระอื่นๆ อยู่ตลอดเวลา ท่านคิดว่าเราเท่านั้นเป็นพระดีที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่อาตมารับไม่ได้ อาตมาได้แต่หวังว่าหลวงพ่อชาจะไม่เป็นเหมือนพระรูปนี้ ตอนนั้นชักไม่แน่ใจว่ากำลังทำอะไรกับตัวเอง

“เมื่อไปถึงวัดหนองป่าพงและได้กราบหลวงพ่อแล้ว อาตมาก็รู้สึกโล่งใจ หายกังวลทันที ปีต่อมาพระรูปนั้นก็ลาสิกขา แล้วก็เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ท่านอดเหล้าได้เฉพาะช่วงที่อยู่ในสมณเพศเท่านั้นเอง พอลาสิกขาแล้วก็เลยเมาหยำเป กลายเป็นคนจรจัด น่าสมเพช เมื่ออาตมาทราบข่าวก็รู้สึกโกรธและนึกรังเกียจ

“เย็นวันหนึ่งเมื่อได้คุยเรื่องนี้กับหลวงพ่อ หลวงพ่อบอกอาตมาว่า ‘ท่านต้องกตัญญูต่อเขา เพราะเขาเป็นคนพาท่านมาที่นี่ ไม่ว่าเขาจะประพฤติตัวหรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม ท่านก็ต้องถือเสมือนเขาเป็นครูคนหนึ่งของท่าน และแสดงความกตัญญู เพราะการที่เขาได้พาท่านมาที่นี่อาจจะเป็นคุณความดีเพียงอย่างเดียวที่เคยทำในชั่วชีวิตนี้ เป็นสิ่งเดียวที่เขาจะภูมิใจได้ ไปบอกให้เขารู้สึกดีๆ ในเรื่องนี้ บางทีเขาอาจจะเปลี่ยนก็ได้’

“แล้วหลวงพ่อก็เร่งเร้าให้อาตมาไปตามหาโยมคนนั้น ไปคุยกับเขา ขอบคุณที่พามาหาหลวงพ่อ ซึ่งอาตมารู้สึกว่าเป็นสิ่งที่งดงาม น่าปฏิบัติตาม จริงๆ ถ้าให้อาตมาไปพูดดูถูกเขา อย่างนี้ก็ง่าย…”

“โยมทำให้อาตมาผิดหวังมาก โยมเคยตำหนิคนอื่น คิดว่าตัวเองเป็น พระดีแล้วดูสิ ตอนนี้โยมเป็นยังไง”

บางทีเราก็อารมณ์เสียเพราะขัดเคืองที่เขาไม่เป็นไปอย่างทีเราคาดหวัง แต่หลวงพ่อจะบอกว่า…

“อย่าไปทำอะไรอย่างนั้น เสียเวลาเปล่าๆ แล้วก็อันตรายด้วย ทำสิ่งดีๆ จากจิตที่ประกอบด้วยความกรุณาดีกว่า…

เมื่ออาตมาได้พบเขาอีก เขาก็ยังดูโทรมอยู่อย่างเดิม ไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ทุกครั้งที่เห็นอาตมา ดูเขาดีอกดีใจ เพราะเขาจำได้ ในชีวิตของเขาคงมีไม่กี่ครั้งหรอกที่จะได้รู้สึกดีๆ อย่างนั้น อาตมาก็รู้สึกดีใจที่ทำให้เขามีความสุข แม้จะเป็นเพียงชั่วขณะหนึ่ง คนที่มีความทุกข์มากๆ นั้น ถ้าเราทำให้เขามีความสุขบ้าง แม้แค่สองสามครั้ง เราจะรู้สึกปลื้มมาก

The Way of Zen
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ecx.images-amazon.com

ครูบาอาจารย์หลายคนที่อาตมาสนใจผลงานแต่ไม่เคยรู้จักเป็นส่วนตัว อย่างเช่น อลัน วัตต์ส (Alan Watts) ผู้เขียน“วิถีแห่งเซ็น” (The Way of Zen) ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับพุทธศาสนาเล่มหนึ่งที่อาตมาได้อ่านในระยะแรกๆ จำได้ว่าประทับใจมาก อ่านแล้วอ่านอีกหลายเที่ยว แต่ต่อมาภายหลังอาตมาทราบว่าเขาชักไม่ได้เรื่องแล้ว เมื่ออาตมามีโอกาสได้ไปฟังเขาพูดที่แซนแฟรนซิสโก ยอมรับว่าเขาพูดเก่ง แต่ตอนนั้นคิดว่ายังไม่ดีพอ

แต่ปัจจุบันเมื่อระลึกย้อนกลับไป อาตมาก็รู้สึกขอบคุณและกตัญญูต่อ อลัน วัตต์ส ตลอดทั้งนักเขียนและ ครูบา อาจารย์อีกหลายๆ คนที่เคยให้ความรู้แก่อาตมา ชีวิตส่วนตัวของเขาจะเป็นอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องของเรา ที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์หรือฝังใจอยู่กับความบกพร่องผิดพลาดของเขา

“ผู้มีเมตตาและกตัญญูต้องเลือกจดจำเฉพาะด้านที่ดีของผู้อื่นเท่านั้น”

…………..

ปล. แถมท้ายนิดนึงครับ:) ใครอยากได้โมเดลวาฬซาบซึ้ง น่ารักๆ ไว้ตั้งโชว์เล่น ลองเข้าไปโหลดรูปมาตัดประกอบเองได้ง่ายๆ ที่เว็บนี้ครับ http://squaredeye.com/notebook


ตัวแบบก่อนตัด^

ตัวแบบหลังตัด ได้มา 3 ชิ้นแบบนี้^

ประกอบเสร็จแล้ว พร้อมโชว์ อิอิ:D


ด้วยจิตคารวะ

“นายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ”


22 ความคิดเห็น to “ความลับของคุณซาบซึ้ง”

  1. ทูน่า แสดงความคิดเห็น ว่า:

    เคยได้อ่านข้อเขียนเกี่ยวกับเซ็น ครั้งหนึ่ง สั้นๆ ง่ายๆ แต่ โดน โดน โดน เต็มหน้าเลยว่า
    “หมั่นตรวจสอบตัวเอง อย่ามัวเอาแต่ตรวจสอบผู้อื่น” อูย ยย
    ที่เคยบ่นนู่น โทษนี่ ต้องหยุดหันมาดูตัวเองจริงๆ เอาเลย
    ได้ผล เมื่อรู้จักหันมามองแต่มุมดีๆ ของผุ้อื่น แทนที่จะหมกมุ่นอยู่กับข้อบกพร่องของเค้า
    ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ บรรเจิดขึ้นเยอะเลย

  2. แวะมาซาบซึ้ง แสดงความคิดเห็น ว่า:

    การซาบซึ้งเป็นสิ่งดีๆที่ทั่วโลกยกย่อง

  3. น้องเตย แสดงความคิดเห็น ว่า:

    เดี๋ยวจะเข้าไปโหลดนะค่ะ อยากๆได้ปลาวาฬ

  4. *น้องหยก** แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อ่านแล้วเข้าใจอะไรมากขึ้นเลย

  5. indy แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อ่าน..ซาบซึ้งมากครับ

  6. Big Mama แสดงความคิดเห็น ว่า:

    รู้สึกซาบซึ้งแทนเจ้าวาฬตัวนั้น

  7. Mr.T แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ซาบซึ่งจริงๆครับเรื่องนี้ อันดับแรก สงสัยต้องหาโอกาสไปดู star trek ด้วย แล้วก็ หนังสือของท่าน ว.วชิรเมธี ที่ได้รับมาอ่านแล้วก็มีประโยชน์มากๆครับ แต่ยังอ่านได้เพียงเล็กน้อย แต่ตั้งใจว่าจะอ่านจนจบเล่มเลยครับ และสุดท้าย Model ปลาวาฬ นี่น่ารักดีนะครับ เหมือนเห็นแว๊บๆ ใน office ที่ผมทำงานอยู่ อิอิ ต้องลองเอามาทำเองบ้างแล้วล่ะครับ

  8. เบ๊อะจัง แสดงความคิดเห็น ว่า:

    เฮ่ เฮ่ โมเดลวาฬซาบซึ้ง ไปโหลดมาให้ลูกสาวเล่นดีกว่า

  9. spoonman แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ลองดูสักชั่วโมงหนึ่งนะครับ ลองสำนึกรู้คุณกับทุกๆสิ่ง ให้รู้ถึงคุณค่าของความดีงาม เชื่อนะครับว่าจะมีสิ่งดีๆที่เราไม่คาดคิดเกิดขึ้นมาอย่างแน่นอน

  10. betamat3 แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ชอบปลาวาฬซาบซึ้งค๊าบ เด๋วจะไปโหลดที่ซาบซึ้งมั่ง

  11. เฉาก๊วย แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ถึงจะเป็นสัตว์แต่ก็ยังสำนึกรู้คุณ เพราะนั่นคือความเป็นความตายของสิ่งมีชีวิตหนึ่ง แม้ยากลำบากแค่ไหนก็พยายามช่วยเหลือ และผู้ได้รับการช่วยเหลือก็สัมผัสได้ถึงความเมตตาที่ออกมาจากใจจริง …ต่างฝ่ายต่างรับรู้ถึงความรู้สึกของกันและกัน คุณซาบซึ้งช่างเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้จริงๆ ค่ะ

  12. wanida แสดงความคิดเห็น ว่า:

    กำลังพยายามทำอย่างในบทความเล่ามา ยอมรับว่ามนุษย์เรา กิเลสหนา มักโทษผู้อื่น สิ่งรอบข้างก่อน ตนเองเสมอ แต่ทำและคิดแบบที่ว่าแล้ว สุขใจจริงๆค่ะ ตั้งใจว่า จะทำให้ได้มากขึ้น และ มากขึ้นคะ

  13. LINH แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ดีจังค่ะ เหมือนวันนี้เรามีเรื่องดีๆ มาเล่าสู่กันฟัง และจะได้เตือนคติ เตือนใจ ไปในตัวด้วยค่ะ ซาบซึ้งกันไป :>

  14. MoreThan แสดงความคิดเห็น ว่า:

    เชื่อว่าคนทุกคนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเรา เป็นคนที่ควรสำนึกซาบซึ้งให้หมด ถึงแม้เราจะเกลียดหรือไม่ชอบขี้หน้าก็ตาม เพราะอย่างน้อยเขาเหล่านั้นก็ให้แง่คิดในการหันกลับมามองตัวเราเอง ว่า…ถ้าเราเกลียดหรือไม่ชอบเค้าก็อย่าทำตัวเองให้เป็นอย่างนั้น อย่างที่เราไม่ชอบ

  15. PM แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อ่านหนังสือ The Secret แล้วอ่ะ ให้แนวคิดดีๆๆ มากมาย

  16. Fairy Girl แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ชอบเรื่องของวาฬจัง ถึงจะสื่อสารทางคำพูดกับคนไม่ได้ แต่สิ่งที่แสดงออกก็มีความหมายมากมายไม่ต่างกันล่ะค่ะ

  17. น้าม๋าฉะ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    รู้สึกดีจริงๆครับ อิ่มเอิบใจมากๆเลย
    โดยเฉพาะเรื่องที่ปลาวาฬมันดีใจตอนที่คนช่วยชีวิตเค้าได้น่ะคับ(เหมือนหมาเวลาดีใจเลยเนาะ)
    นำทางให้ผมอ่านจนจบเลยทีเดียว

  18. เจี๊ยบ แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ทั้งซาบซึ้งและสำนึกบุญคุณ ในตัวของผู้ชายคนนึง ที่เป็นทุกสิ่งอย่างในชีวิตเรา ผู้ชายคนนี้ให้ความรัก ให้ความรู้ ให้ชีวิต ให้โอกาส ให้กำลังใจ ให้ทุกสิ่งที่ชีวิตนี้ก็ไม่สามารถตอบแทนหรือชดใช้หมดซาบซึ้งบุญคุณที่มากมาย นอกจากพ่อแม่ ผู้ชายคนนี้คือทุกสิ่งในชีวิต

  19. ตุ้ยนุ้ย แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจอ่านบทความหรอก แต่พอออ่านๆมาถึงรูปThe secret ขอบอกเลยว่าเริ่มตั้งใจอ่าน
    เพราะทราบมาว่า the sesret เป็นหนังสือที่ดี และเรื่องราวก็น่าอ่าน ซึ้งมันก็เป็นความจริงดังที่คนแต่งเขากล่าวนะคะ
    และที่น่าซาบซึ้งใจ ก็คงหนี้ไม่พ้น พ่อแม่ ที่คอยทำนุดูแลเรามาโดยตลอด จนถึงทุกวันนี้คะ

  20. parew แสดงความคิดเห็น ว่า:

    ดีใจมาก

  21. TIM แสดงความคิดเห็น ว่า:

    อยากทำใจใหซาบซึ้งแต่ความคิดของคนมันห้ามไม่ได้ทุกวันนี้มีแต่ความทุกข์อยากมีความสุข

  22. พัน ดาทอง แสดงความคิดเห็น ว่า:

    เมื่อก่อน เคยเข้าใจ แต่พอนานๆ ก็ลืมตัวกว่าจะเรียกสติตัวเองกลับมาได้ ก็นานเหมือนกัน อย่างว่าเราเป็นมนุษย์ อดไม่ได้ที่จะมีกิเลส เราอาจจะรู้แจ้งเห็นจริงเกือบเสียทุกเรื่อง แต่ก็ไม่อาจหลีกหนี้ชะตาชีวิตได้ มีอย่างเดียวพอเจออะไรที่มันร้ายๆ ประสบการณ์ และสติเท่านั้นที่จะช่วยเรา หากไม่ได้เจออะไรด้วยตัวเองจะไม่มีทางเข้าใจหรอก

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันนะ

ร่วมแสดงความคิดเห็น สำหรับผู้ใช้ Twitter คลิ๊กปุ่ม Sign-in

- กรุณาใส่ให้ครบทั้งสองช่องนะค่ะ -


กรอกรหัสตามภาพเพื่อส่ง ความคิดเห็นนะค่ะ

 
ปรเมศวร์ มินศิริ กับ เว็บ2.0 | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ ค่ายพุทธบุตรสัญจร | ปรเมศวร์ มินศิริ เปิดตัว browser | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ เบราเซอร์พันธุ์ไทย | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ พ.ร.บ.คอมฯ | ปรเมศวร์ มินศิริ กับ เว็บมาสเตอร์ แคมป์