กรรมของผม – I’m just trying to be a better person.
June 9th 2008
ผมเป็นคนที่ติด TV Serie อยู่หลายเรื่องแต่ไม่ใช่แนวเกาหลีตามสมัยนิยมนะครับ เมื่อก่อน พอมีเวลาต้องคอยตามดู CSI บ้าง แล้วก็มาติดงอมแงมกับเรื่อง LOST ที่พลาดไม่ได้ซักตอนเพราะจะดูไม่รู้เรื่อง (ขนาดไม่พลาด ยังดูไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลยนะเนี่ย) แต่เรื่องสั้นๆ ที่ดูแล้วจบในตอน หัวเราะได้ตลอดเรื่อง และให้แง่คิดมากจนต้องเอามาเขียนวันนี้คือเรื่อง My Name is Earl.
นาย เอิร์ล ฮิคกี้ เป็นพระเอกที่ผมคิดว่า หน้าตาสุดยอดแล้วครับ เรื่องอื่นๆ ส่วนมากพระเอกจะหล่อ เท่ห์ แต่เรื่องนี้ดูจะตั้งใจทำให้ตรงกันข้ามเลยทีเดียว

นายเอิร์ล สมัยเด็กนั้นแสบมากครับ ชอบก่อ “กรรม” ไว้เยอะ ส่วนมากคือการแกล้งชาวบ้านให้เดือดร้อน จนมาวันหนึ่ง เขาถูกรางวัล ได้เงินมาเยอะ !!! แต่เจ้ากรรม โชคมาปุ๊บ อารามดีใจทำให้ถูกรถชนต้องมานอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาลซะอีก
ทีนี้ตอนที่นอนอยู่ในโรงพยาบาล เขาก็คิดขึ้นมาได้ว่า ท่าทางกรรมเก่าจะมีจริงนะถึงได้เป็นแบบนี้ (ไม่น่าเชื่อว่าฝรั่งก็จะคิดเชิงพุทธได้) พี่แกก็เลยคิดจะ “แก้กรรม – Karma” โดยการทำรายการว่า เขาเคยไปทำผิดกับใครไว้ และจะหาทางไปทำความดีกับคนเหล่านั้นในทางใดทางหนึ่ง เพื่อชดเชยกับความผิดที่ได้ทำไว้ แต่… พระเจ้า… ทำไมรายการกรรมเก่ามันถึงได้ยาวเหยียดขนาดนั้นนะเนี่ย ทำให้การแก้กรรมในแต่ละตอนต้องเจอกับเรื่องฮาๆ แปลกๆ และให้แง่คิดดีๆ มากมาย
ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ชีวิตผมก็รู้สึกคล้ายๆ กันนี่แหละครับ เพียงแต่ผมไม่ได้โดนหนัก ขนาดล้มป่วยเหมือนนายเอิร์ล แต่ก็เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจ ซึ่งผมก็มาคิดได้ว่า ในอดีต ผมเองก็เคยพูด หรือทำอะไรบางอย่าง ที่น่าจะไปทำร้ายจิตใจคนอื่นเข้า ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเพิ่งผ่านมาหรือผ่านไปนานแล้ว วันนี้ “กรรมของผม” ก็คงตามมาเอาคืนบ้างแบบนายเอิร์ล นี่แหละ -__-’
พอคิดได้แบบนี้ ก็ต้องปรับปรุงตนเองครับ ผมหาหนทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนคติของตัวเองอยู่นาน เพื่อนจึงได้แนะนำให้ผมไปหาพระที่เพื่อนเคยรู้จักก่อนที่ท่านจะบวชเป็นภิกษุ ผมขับรถไปกราบนมัสการท่านที่ สวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
เมื่อได้มีโอกาสกราบท่านและสนทนาธรรมด้วย ผมจึงได้พบว่า แนวทางของสวนสันติธรรมดูจะเหมาะกับผมที่สุด เพราะท่านสอนให้ “ดูจิต” ถ้าให้อธิบายจะยาวครับ ขอสรุปสั้นๆ ว่า เรายังไม่ต้องรีบตัดกิเลสหรือระงับอะไร แค่ดูจิตตัวเองให้รู้ว่า ขณะนี้ มีเรื่อง รัก โลภ โกรธ หลง อะไรเกิดขึ้นมาบ้าง ซึ่งในกรณีผมจะเป็นเรื่องความโกรธเป็นหลัก เรียกว่า “ของขึ้น” ง่าย บางทีพอมีอะไรไม่พอใจเข้า ผมก็พูดออกไปทั้งๆ ที่อยู่ในอารมณ์โกรธ ก็เลยสร้างปัญหามากมาย เดือนนี้ทั้งเดือนเลยเน้นดูเรื่อง “ความโกรธ” เป็นหลัก
สิ่งที่ต้องทำนั้นง่ายมากครับ คือ ถ้าจิตมีความโกรธพุ่งขึ้นมา ผมก็จะนั่งดูความโกรธนั้นเฉยๆ ไม่พูด ไม่เขียน ไม่ทำอะไร คอยดูจนความโกรธลดระดับลงไปเอง น่าสนใจมากครับ เราไม่ต้องพยายามทำอะไรทั้งสิ้น มันลงของมันได้เอง การที่ผมไปครั้งนั้นแล้วนำกลับมาปฎิบัติได้ผลคืบหน้าพอสมควร แม้จะยังไม่ 100% แต่ก็ทำให้จิตใจสงบขึ้น คิดและเห็นอะไรต่ออะไรได้มากขึ้น
แต่กรรมเก่าของผมยังไม่หมดง่ายๆ หรอกครับ ผมจะต้องรีบทำรายการกรรมเท่าที่ผมนึกได้ และจะพยายามนึกให้ออกได้มากที่สุด และ แก้กรรม โดยเน้นกับคนใกล้ตัวก่อนแล้วจึงขยายออกไปเรื่อยๆ เพื่อจะได้มีโอกาสชดใช้ในสิ่งที่ผมได้ทำผิดพลาดไปแล้ว ให้ได้มากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ต้องขอบคุณกรรมเก่าจริงๆ ครับ ที่มาทวงคืนในช่วงชีวิตที่ผมยังมีแรงพอจะทำอะไรได้
เรื่องนี้น่าจะเล่าได้อีกเรื่อยๆ ซึ่งผมจะเล่าสลับกับประเด็นอื่นๆ ต่อไปนะครับ
ด้วยจิตคารวะ
“นายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ”


June 10th, 2008 at 7:37 am
สุดยอด เลยครับ ได้ทั้งสาระและ ธรรมะ ถ้าเป็นไปได้จะขอยืมหนังเรื่องนี้มาดูบ้างนะครับ
ดูๆไปช่วงนี้พี่เน้นเรื่องธรรมะเยอะเหมือนกันนะครับ
ถ้าจะเขียนเรื่องต่อไป ขอแบบว่าแนวให้กำลังใจคนที่ต้องการพัฒนาตัวเอง แต่ขาดเรื่อง ความคิดริเริ่มนะครับ
ขอบคุณมากๆครับ
June 10th, 2008 at 11:17 am
ตามแก้กรรมกับคนที่เราเคยทำไม่ดีไว้… ดีจัง คับ เป็นวิธีคิดที่อย่างน้อยก็ทำให้เจ้าตัวสบายใจ และเต็มใจที่จะทำความดี…
June 11th, 2008 at 11:39 am
เป็นบทความที่ดีที่จะกระตุ้นให้คนยุคนี้ที่เรียกตัวเองว่า ยุคดิจิตัล ที่ต่างดิ้นรนไขว่คว้าแสวงหาความสุขจากวัตถุภายนอก จนลืมนึกถึงความสุขอันประณีตจากภายใน ได้กลับมามองการกระทำของตัวเอง ผลที่เกิดจากการกระทำ เพื่อจะได้ช่วยกันทำแต่กรรมดี
ขอหยิบเอาพระธรรมเทศนาครั้งที่ 1 ของพระปราโมทย์ ปาโมชฺโช มากล่าวถึงประกอบ
ท่านกล่าวว่าพระพุทธเจ้าสอนให้พวกเราเป็นนักสู้ ความทุกข์อยู่ที่ไหน ท่านสอนให้เราไปเรียนรู้ที่นั่น
“ความทุกข์อยู่ที่กายของเรานี้ เข้ามาเรียนรู้ที่กาย
ความทุกข์อยู่ที่จิตใจเข้ามาเรียนรู้ที่จิตใจของเรา”
หวังว่าจะได้อ่านบความดีๆอีกนะค่ะ แล้วจะคอยติดตามค่ะ
June 11th, 2008 at 11:40 am
อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองทำผิดกับคนอื่นไว้เยอะเหมือนกันนะ (บาปหนักไปหน่อย เหอๆ ) แล้วคงต้องตามแก้กรรมที่ตัวเองทำไว้ ถึงไม่หมดทุกอย่างที่ทำไว้ แต่ก็จะพยายามแก้กรรมให้ได้มากที่สุดแล้วกันนะคะ อีกอย่างเรื่องนี้ก็อาจทำให้ทุกคนหันมาทำความดีกันมากขึ้น หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น…. ขอบคุณมากนะคะ สำหรับเรื่องราวดีๆ อย่างนี้
June 11th, 2008 at 11:43 am
เป็นวิธีคิดที่ดีค่ะ หลายคนก็ยังตัดกิเลสได้ไม่หมดเหมือนกันค่ะ และยิ่งความโกรธ ก็เป็นอีกกิเลสนึงที่คอยทำร้ายตัวเอง แต่ฝ่ายตรงข้ามที่เราไปโกรธ ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยซ้ำ.. วิธีระงับความโกรธ ถือเป็นวิธีปฏิบัติที่เรียบง่าย แต่ใช้ได้ผลค่ะ เห็นว่าพี่เอ๋อมี ซีดีที่ได้จากวัดด้วยอ่ะค่ะ ..อยากได้จังเลยค่า..จะเอาไปให้แม่ฟังบ้าง..
June 11th, 2008 at 11:45 am
ดีค่ะ อ่านแล้วชวนให้ คิดดี ทำดี..เพราะกรรมเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ถ้าเราไม่ทำเราก็สบายใจ…และถ้าเราเคยทำไปเราก็จะได้คิดแก้ไขค่ะ….สาธุ 555+++
June 11th, 2008 at 2:53 pm
อ่านแล้วรู้สึกดีจังเลยคะ ทำให้สบายใจขึ้นเยอะเลย นึกถึงคำำคำนึงขึ้นมาเลย “เวรต้องระงับด้วยการไม่จองเวร” (ไม่รู้มันเกี่ยวกันอ่ะป่าว) แต่ทุกครั้งที่โกรธ โมโห หงุดหงิด อารมณ์เสีย ก้อตามแต่ จะพยายามคิดถึงคำคำนี้ ซึ่งมักจะได้ผลทำให้ใจเราสงบลง ใจเย็นขึ้น และความโกรธที่มีอยู่ก้อค่อย ๆๆหายไปทันที จะลองเอาไปใช้ก้อได้นะคะ ไม่ว่ากันอยู่แล้ว
June 12th, 2008 at 3:31 pm
กรรมย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร … ถ้าเราทำได้ชีวิต Happy Happy แน่นอนค่ะ
June 12th, 2008 at 3:34 pm
เราเป็นคนนึงที่เชื่อในกฎแห่งกรรม หลายคนอาจจะเคยคิดว่า “ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำดีได้ชั่วมีถมไป” แต่ในทางพุทธศาสนา ได้กล่าวไว้ว่า คนที่คิดแบบนี้ เพราะเขาไม่ได้เห็นตลอดทั้งสายของชีวิต เพราะเรื่องกฎแห่งกรรมไม่ได้รวมถึงแค่ภพปัจจุบันเท่านั้น ยังมีเรื่องของชาติที่แล้ว และชาติหน้าด้วย
นักการเมืองที่โกงกินทำไมสุขสบาย ร่ำรวยเป็นแสนล้าน… นั่นอาจเป็นเพราะว่าเค้าเคยทำบุญมาเยอะในชาติที่แล้วก็ได้ หรือภายนอกที่เราเห็นว่าเค้ามีความสุข แต่จริงๆ ในใจเค้าอาจจะกำลังทุกข์อย่างแสนสาหัส เงินซื้อปัจจัยภายนอกมาปรนเปรอเราได้ แต่นั่นเป็นแค่ความสุขผิวเผิน… ความสุขจริงแท้ อยู่ที่ “ใจ” ใจเราเลือกได้ว่าจะสุข หรือทุกข์ ดังคำพูดที่ว่า “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว”
จงเชื่อมั่นเถอะ – ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แน่นอน.
June 12th, 2008 at 4:05 pm
ไม่รู้จะเม้นท์อะไร…ขอเข้ามาขำหน้าตาพระเอกอย่างเดียวละกันนะค๊า…ได้ใจเจงๆ
June 13th, 2008 at 4:52 pm
อาจารย์โยดา กล่าวไว้ว่า รัก โลภ โกรธ หลง เป็นหนทางสู่ด้านมืด และด้านมืดมันสามารถเข้าครอบงำจิตใจเราได้ง่ายกว่าด้านสว่าง แต่มันไม่ยั้งยืน
June 13th, 2008 at 5:36 pm
เชื่อเรื่อง “การทำดี” และ “กรรม” ค่ะ
June 13th, 2008 at 5:55 pm
เรื่องนี้มีเนื้อหาที่ไม่ยาวมาก ทำให้ผู้อ่านกล้าที่จะอ่านให้จบ
เพราะถ้ายาวเกินไปคนอ่าน (ที่มีเวลาน้อยหรือไม่ชอบอ่าน) อาจท้อได้
ถ้าเรื่องสั้นๆ แต่ได้ใจความผมจะชอบอ่านมากๆ เลยคร้าบบบบบบบบบบบบ
เรื่องนี้ดีมากๆ อ่านแล้วคิดถึงตัวเอง
บอกอะไรได้เยอะ เพราะผมก็ “ของขึ้น” ง่ายเหมือนกัน แต่ก็ใจเย็นเป็นบางเรื่องนะคับ
ชอบๆๆๆๆๆๆ
ต่อไปต้องหัดนิ่งๆ บ้างแระ คิกๆๆๆ
July 1st, 2008 at 11:41 pm
ฉาธุคับ
บทความนี้ดีมีประโยชน์กับชีวิตประจำวันมากเลยคับ