เจ้าเด็กน้อย (Little Boy)
August 7th 2008วันที่ 6 สิงหาคมในอดีตนั้น เป็นวันคล้ายวันเกิดของเด็กน้อยๆ สองคน อันที่จริงเด็กสองคนนี้จริงๆ แล้วไม่ใช่คนหรอกครับ แต่มีประเด็นที่น่าติดตามว่า ในร้ายมีดี ในดีมีร้าย มันเป็นยังไง
เด็กแสบรายแรกนี้ผมอยากเรียกว่า “เด็กนรก” จะผิดไหมเนี่ย… เพราะเมื่อปี พ.ศ. 2488 ลุงแซมหรือประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ ที่มีโค้ดเนมว่า “ลิตเทิลบอย – Little Boy” เจ้าเด็กนรกนี้ได้ถล่มเมืองฮิโระชิมะ ของประเทศญี่ปุ่นจนเละ คาดว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 80,000 คน เป็นเรื่องน่าเศร้ามากและเป็นบทเรียนชิ้นสำคัญของชาวญี่ปุ่น ซึ่งต่อมาประเทศของเขาก็ได้พัฒนาจนเจริญมาก เพราะบทเรียนที่เขาได้รับนั้นสาหัสนัก

ในอดีต คนไทยได้เจอกับเหตุการณ์ ที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติอยู่หลายเหตุการณ์ แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงได้เจอนั้น บทเรียนของเราคง “ราคาถูก” เกินไป
ยกตัวอย่างเช่นประเทศเวียดนาม ในช่วงสงครามเวียดนามนั้น ชาวเวียดนามต้องเจอกับการรุกรานของต่างชาติ การสังหารหมู่ อาวุธเคมี การทิ้งระเบิดแบบปูพรม ทำให้ทุกวันนี้ พื้นที่จำนวนมากของเวียดนามยังเต็มไปด้วยลูกระเบิดและกับระเบิด จนไม่สามารถนำมาพัฒนาได้อย่างเต็มที่ ประชาชนของเขายังคงตระหนักถึงความยากลำบากในการดำเนินชีวิต การถูกกดขี่ข่มเหง และประสบการณ์อันเจ็บปวดรวดร้าวอยู่เสมอ
บทวิเคราะห์ของ คุณเจริญชัยจาก SIU ให้ความเห็นว่า คนไทยเรียนรู้เร็วจากบทเรียนใหญ่ๆ แต่ละครั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดเหตุการณ์เดิมซ้ำๆ ได้ค่อนข้างดีเลยครับ
แต่เป็นไปได้ไหมว่า เพราะเราไม่เคยมีสงครามที่รุนแรงและยาวนาน ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นแบบไร้ทางต่อสู้ ไม่เคยประสบกับมหันตภัย หรือแม้กระทั่ง แทบจะไม่เคยพบกับเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบ ต่อความเป็นอยู่และจิตใจของประชาชนอย่างรุนแรงโดยตรง ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาจึงทำได้แค่สอนเรา แต่คงไม่ได้สร้างรอยแผลที่บาดลึก และสร้างความทรงจำอันรวดร้าวพอที่เราจะสำนึกไว้ในใจเสมอว่า “ความรักชาติ” และ “ความสามัคคี” นั้น สำคัญเพียงใด
…นี่เรายังอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ประเทศของเราคงมีบุญมากจริงๆ
ชาวโลกได้เรียนรู้ถึงภัยของอาวุธนิวเคลียร ์และได้พยายามลดการใช้อาวุธนี้ในเวลาต่อมา แต่ก็แปลกนะครับ เทคโนโลยีที่ผลิตอาวุธร้ายแรงขนาดนี้ กลับกลายเป็นต้นกำเนิดของพลังงานให้มนุษย์ได้ใช้กันอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา ในปัจจุบันน่าจะมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์มากกว่า 400 โรงทั่วโลก และจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเมื่อแหล่งพลังงานหลัก เช่น น้ำมัน กำลังจะหมดไปจากโลกในอีกไม่นานเกินชั่วชีวิตเรา

ภาพประกอบจาก Atomicarchive.com
เด็กอีกคนที่เกิดวันนี้ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างพวกเราๆ ท่านๆ กันมาก โดยเฉพาะอาชีพของผม ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ต้องสำนึกบุญคุณของท่านผู้นี้เลยครับ จึงขอบันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติใน Blog แห่งนี้ด้วยนะครับ
วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) – ทิม เบอร์เนร์ส-ลี ได้เผยแพร่แฟ้มที่อธิบายแนวคิดเกี่ยวกับ “เวิลด์ไวด์เว็บ” (WWW- World Wide Web) ซึ่งเป็นแนวคิดแบบ Hypertext คือลิงค์ที่เราคลิกแล้วกระโดดไปกระโดดมาในหน้าเว็บนี้ล่ะครับ ใครที่สนใจหรือน้องนักศึกษาถ้าอยากหาความรู้เพิ่มเติม เชิญคลิกที่นี่เลยครับ
เพราะถ้าใครจะขนานนาม คุณทิม ว่า “บิดาแห่งเว็บไซต์” ก็ไม่น่าจะผิด และสิ่งที่น่ายกย่องมากที่สุดก็คือ คุณ ทิม เบอร์เนิร์ส-ลี เวลาที่คิดค้นอะไรได้ก็จะเปิดเผยความคิดดีๆ ให้แก่ทุกคนและทุกองค์กรโดยไม่คิดมูลค่า เขาไม่เคยจดทะเบียนลิขสิทธิ์การค้นคิดของเขาเลย รวมทั้งไม่เรียกค่าตอบแทนหรือรางวัลอื่นใดจากใคร นอกจากเงินเดือนปกติ ความที่ใจดีแบบนี้ทำให้ คุณทิม ได้รับการยอมรับจากวงการต่างๆ อย่างกว้างขวาง เป็นการยืนยันแนวคิดว่า สมัยนี้ ใครที่ “ยิ่งให้ – ยิ่งได้รับ” เลยนะครับ
แต่ในอนาคต ใครจะคาดเดาได้ว่า เด็กคนนี้ที่ชื่อ “เว็บ” จะกลายเป็นผู้ร้าย แสดงด้านมืดขึ้นมาทำร้ายคนอื่นได้หรือไม่ โดยเฉพาะการทำร้ายเด็ก หรือเป็นเครื่องมือให้มนุษย์ใช้ในการทำร้ายร่างกาย และจิตใจซึ่งกันและกัน มนุษย์จะสูญเสียการควบคุม “เครื่องมือ” ที่สร้างขึ้นมาหรือไม่ อนาคตของโลกจะถูกกำหนดโดย คน หรือโดย เครื่องจักร…
ในร้ายมีดี ในดีมีร้าย
อนาคตเป็นสิ่งที่พอจะคาดเดาได้ แต่คงต้องเริ่มลงมือทำอะไรกันแล้วตั้งแต่วันนี้ละครับ
ด้วยจิตคารวะ
“นายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ”



August 7th, 2008 at 11:55 pm
กากของสารกัมมันตรังสี จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่เราเอามาใช้ประโยชน์ตอบสนองความต้องการในปัจจุบัน จะทิ้งปัญหาไว้ให้ลูกหลานเราในอนาคตหรือปล่าว
อีก 4-5 ร้อยปีข้างหน้าลูกหลานเราและ พืช สัตว์ทั้งหลาย จะพิกลพิการเจ็บป่วยก้นหรือปล่าวล่ะนี่
August 8th, 2008 at 9:36 am
ก็เพราะท่าน อัลเบิรต ไอสตรายคิดค้นทฤษฎี E = MC๒ นั่นซีคุณถึงใด้มี(little bom)
August 8th, 2008 at 11:44 am
ที่โลกเราเป็นอย่างนี้ก็เพราะเจ้าลิงตัวนั้นนั่นเอง ที่ดันรู้วิธีใช้ ไฟ แถมยังพยายามเดิน 2 ขาอีก ถ้าย้อนอดีตไปได้นะ…………….น่าดู แล้วจะมีผมมานั้งพิมพ์อยู่ตอนนี้หรือเปล่าเนี่ย -_-”
August 8th, 2008 at 12:02 pm
ลองดูหนังเรื่องwall-eดูครับคงเป็นแบบนั้น
August 8th, 2008 at 1:46 pm
หลังจากที่ญี่ปุ่น โดน ระเบิดลูกแรกนามว่า little boy ก็ยังไม่ยอมแพ้ อเมริกาจึงส่ง ระเบิดลูกที่ 2 นามว่า “Fat man” มาลงที่ นากาซากิ ในวันที่ 9 สิงหาคม ปี 1945 (หลังจาก little boy 3วัน) ทำให้ชาวญี่ปุ่นอีกนับพันคนตายในทันที ซึ่งผู้บาดเจ็บอีกราว 20000คนทนรังสีไม่ไหวต้องตายในเวลาต่อมา… ญี่ปุ่นจึงประกาศยอมแพ้สงคราม…
August 8th, 2008 at 3:11 pm
ลองไปอ่านหนังสือเรื่อง The Rape of Nanking(หรือค้นในเว็บ) ดูสิแล้วจะรู้ว่าที่ญี่ปุ่นโดนBom แค่2ลูกยังน้อยไป
August 8th, 2008 at 5:08 pm
บ้าเกินไป
August 8th, 2008 at 5:22 pm
การข่มขืนของนานกิง หรือ The Rape of Nanking เห็นแล้วจะรู้ว่า ที่เราเจอ 6 ตุลา นี้ถือว่า
น้อยมากๆถ้าเทียบกับที่อื่น ประเทศเราแค่เกิดอุบัติเหตุ แต่ประเทศอื่นเขาเป็นโศกนาฎกรรมอย่างแท้จริง แต่ยังไงก็ขอแสดงความเสียใจกับทุกความสูญเสียไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่
August 8th, 2008 at 6:30 pm
ถูกตาม ค.ห.ที่6 ญี่ปุ่นเดินทัพไปถล่มจีน แถมยัง ข่มขืนผู้หญิง ฆ่าชีวิตเด็ก บังคับพ่อข่มขืนลูก ส่วนเด็กน้อยจะถูกจับลง กระทะที่ร้อนระอุด้วยน้ำมันเกือบเต็ม นี่โดนนิวเครียร์แค่ 2ลูก น้อยไปครับ ความจริงน่าจะหมดเกาะเลย แถมยังถล่ม เพิลฮาเบอร์ (กองทัพเรือสหรัฐ) โดยที่ประกาศสงครามแค่รุ่งเช้าก่อนวันที่จะเข้าถล่ม โดยที่ทหารสหรัฐยังไม่ได้ตื่นมาแปลงฟันเลยด้วยซ้ำ ส่วนเรื่อง The Rape of Nanking นี่ครับ มีอยู่จริงครับ ไปศึกษาได้ ความโหดที่ญี่ปุ่นทำ
August 8th, 2008 at 6:43 pm
ทำไมอเมริกาต้องทำรุนแรงขนาดนี้ด้วยล่ะคับ ท่านทั้งหลายรองคิดเอา แล้วกัน หรือต้องการไห้ชาวโลกกลัวในอาวุธ ของตัวเอง ก็เหมือนสงครามที่ไช่มีดสู้กัน เรามีปืน2นัดแล้วเราจะไช่ไหม ล่ะ เออ…
August 8th, 2008 at 7:51 pm
คห.6
สิ่งที่ทหารกระทำ ก็ควรจะไปลงโทษที่ตัวทหาร
ชาวบ้านที่เค้าไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำไมต้องมาโดนระเบิดตายแบบนี้ล่ะครับ
ทุกสิ่งทุกอย่าง มีร้ายก็ต้องมีดี ประเทศที่เคยเป็นเมืองขึ้นของประเทศอื่น ก็รับเอาวัฒนธรรม และภาษาของประเทศนั้นๆมาใช้
เห็นง่ายๆคืออินเดีย อินเดียเป้นประเทศที่เก่งภาษาอังกฤษมาก เพราะเคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ
ผมเห็นด้วย ที่ไทย ยังไม่เคยมีบทเรียน ราคาแพงๆ อย่างมาก เราก็เคยเป็นเมืองขึ้นของพม่า แค่ชั่วครั้งชั่วคราว
ประเทศไทย เป็นประเทศที่ผมว่า อุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก ถ้าญี่ปุ่น มีลักษณะทางภูมิศาสตร์แบบไทย
ญี่ปุ่นคงแซงหน้าอเมริกาไปไกลละครับ
August 8th, 2008 at 7:55 pm
เมื่อไหร่จะเอามายิงใส่กันอีกหน้อ…..กล้าๆกันหน่อนดิหว้า…..อยากเห็นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
August 8th, 2008 at 9:58 pm
“ไม่มีสงครามใดๆ ที่ปราศจากการสูญเสีย”
August 9th, 2008 at 12:16 am
ในตัวมนุษย์ ยังมีพยาธิ์
ประสาอะไรกับ
ในโลกใบนี้ ยังมีมนุษย์
กระทั่ง
ในตัวฉลาม ยังมีเหาฉลาม
ประสาอะไรกับ
ในโลกใบนี้ ยังมีมนุษย์
ให้ฟรีเหมือนกัน
August 9th, 2008 at 3:45 am
Nobody want to be part of the war,but the war always affect the whole world.What had happened in the past is like a lessen for everyone to learn and try not to let it happen again.Fighting,killing,bombing doesn’t help to solve the problem.
What happen in Japan during the world war II was not all American’s fault.Don’t forget that Thailand had to be part of the World War II because of the Japanese.
They started the World War II in Asia and the German ( Hitler) start the World War II in Europe.That’s how it began.They started at first place and they had lost at the end.Who to blame??
August 9th, 2008 at 7:53 am
แล้วทีญี่ปุ่นจับคนจีนไปทดลองอาวุธเคมีตายตั้งเยอะ และฆ่าคนตั้งมากในสมัยนั้น มันก็น่าจ่ะโดนมากกว่านี้อีก สองลูกน้อยไป
August 9th, 2008 at 9:21 am
– the 9000- pound, 10 foot-long “little boy” the first uranium bomb. The bomb utilized the process known as fission, in which atomic nucleus was bombarded with neutrons and split, setting of a chain reaction that releases massive amounts of energy – the equivalent of approximately 20,000 tons of TNT.
At precisely 8:16 AM, the bomber ( Enola Gay ) dropped its cargo, which exploded 580 yards above ground and only 300 yards from its target ( Aioi Bridge in downtown Hiroshima). There is a blinding flash of light – called a pika – produced by a fireball 180 foot in diameter but brighter than 1000 sun.
August 9th, 2008 at 10:07 am
โลกนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งหมดเพราะการคิดของมนุษย์ที่ฉลาดและไม่สนใจสิ่งแวดล้อม
August 9th, 2008 at 11:49 am
สิ่งเดียวที่ทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ คือการที่คนดีนิ่งดูดาย
August 9th, 2008 at 5:00 pm
อันนี้ก็น่าเห็นจายอ่ะน่ะ
August 9th, 2008 at 10:21 pm
มนุษย์ = มีทั้งความดีและชั่ว
ทรัพยากรหรือสิ่งของต่างๆ = ไม่มีความดีและชั่วใดๆ
แต่เมื่อ
มนุษย์ + ทรัพยากรหรือสิ่งของต่างๆ = สิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง
มนุษย์ + ทรัพยากรหรือสิ่งของต่างๆ = สิ่งที่เลวร้ายสุดจะบรรยาย
สรุปคือ
ทรัพยากรหรือสิ่งของต่างๆ เมื่อถูกมนุษย์นำไปใช้จะมีค่าแปรผันไปตามค่ามนุษย์เสมอ
ซึ่งค่าที่เป็นไปได้ของมนุษย์ อย่างน้อยมี 2 ค่าคือ ดีและเลว
August 10th, 2008 at 1:48 am
มนุษย์ คือ สัตว์ที่มีเหตุผล
August 10th, 2008 at 3:00 pm
ถึ่งข้อความที่ 5
ระเบิดนิวเคลียร์ลูกที่ 2 ชื่อ fat boy ครับไม่ใช่ fat man นะครับ
August 10th, 2008 at 8:36 pm
อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวนนะค่ะ
August 10th, 2008 at 9:51 pm
เหตุที่อเมริกาทิ้งญี่ปุ่นน่าจะมี 2 เหตุผลด้วยกัน คือ เหตุผลที่ 1 นั้นการทิ้งที่ญี่ปุ่นนั้นปลอดภัยกว่าทิ้งที่เยอรมันเพราะญี่ปุ่นนั้นเป็นเกาะอยู่กลางทะเล กัมมันตรังสีจะแพร่กระจายเฉพาะญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ถ้าทิ้งที่เยอรมัน กัมมันตรังสีก็จะแพร่กระจายไปทำอันตรายยังประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรด้วย คือ ฝรั่งเศส อังกฤษ และโซเวียต เหตุผลที่ 2 คือ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเขตทะเลติดกับทวีปอเมริกาเหนือ และเป็นอันตรายใกล้กับอเมริกามากกว่าสงครามด้านยุโรป
August 10th, 2008 at 10:08 pm
เห็นด้วยกับ ข้อความที่21 ครับ
นี่แหละครับ คือความหมายของคำว่า “มนุษย์จริงๆ”
August 11th, 2008 at 12:48 am
คุณ คห.ที่ 23 ครับ
คุณคงตกวิชาสังคมหรือไม่ก็ประวัติศาสตร์นะครับ
ระเบิดนิวเคลียร์ลูกที่ 2 ที่ถล่มนางาซากิ เมื่อวันที่ 9 สิงหา 1945
ชื่อว่า “FAT MAN” น่ะ ถูกแล้วครับ ตรวจสอบข้อมูลก่อนโพสท์นิดนึงนะครับ
หรือถ้ายังไม่เคลียร์ ตามลิ้งค์นี้เลยครับ http://en.wikipedia.org/wiki/Fat_Man
ใช้อินเตอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์หน่อยสิครับ
สงสัยมัวแต่ฟัง fat boy slim มาก เลยเบลอ 555+
August 11th, 2008 at 12:59 am
พูดเรื่องนี้แล้วก็ทำให้นึกถึงสาวน้อย ซาดาโกะ ซาซากิ เหยื่อที่รอดจากสงครามแต่ต้องทนทุกข์ทรมาณกับการติดเชื้อสารกัมมันตภาพรังสี เธอเป็นต้นแบบของการพับนกเพื่อสันติภาพ
ลองไปอ่านประวัติของเธอดูครับ น่าเศร้าแค่ไหน
August 11th, 2008 at 11:02 am
oooooooooooooooooooooookkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkk
August 11th, 2008 at 2:16 pm
มีใครเคยรู้ความโหดร้ายของพี่ยุ่นในสมัยนั้นไหม ทั้งการข่มขืน ฆ่าคนแบบโหดร้าย
ทำร้ายเชลยศึกรูปแบบต่างๆในหลายแห่งอย่างที่สะพานมรณะ หรือขึงถุงอัณฑะเชลยแล้วไปตากแดดจัดๆเพื่อพนันกัน กรอกทุกๆอย่างที่ใครไปขโมยมาจากค่ายทหาร(อย่างในคู่กรรม)
และอื่นๆอีกมากมาย เราไปตัดสินไม่ได้ว่าทำไมประชาชนที่ตายเพราะปรามาณูนั้นเป็นเหยื่อฝ่ายเดียว แล้วคนไทย-จีน ชาติอื่นๆที่โดนเหล่าทหารยุ่นกระทำล่ะเป็นเหยื่อไหม
August 11th, 2008 at 4:58 pm
ohoo on
August 11th, 2008 at 6:32 pm
แล้วลูกหลานมนุษย์จะทำลายล้างกันเอง
1. ความคิดเห็นที่ไม่ยอมให้อภัยกับความผิดพลาดของอดีต
2. สงครามที่เกิดขึ้นเพราะจากความคิดด้านลบของมนุษย์
3. ความเจริญทางด้านวัตถุที่แข่งขันกันเพื่อเป็นใหญ่ทางด้านเศรษฐกิจและการครอบครองทุกสรรพสิ่ง
แต่เราลืมไปว่าไม่เคยมีใครได้อยุ่ค้ำฟ้าแม้แต่คนเดียว
4. เมื่อเราใส่ข้อคิดเห็นที่เป็นลบเข้าไปนั่นคือการเผยแพร่ด้านมืดในตัวตนออกมาสู่ใจคนที่ไม่รู้ตัวตน ซึ่งมีจำนวนมากในสังคมทุกวันนี้ที่พยายามกระเสือกกระสนเอาตัวให้รอดจากภาวะการบีบคั้นของสังคม
5. เราลืมคิดไปว่าหรือส่วนใหญ่ที่ไม่รู้ว่าทุกเหตุการที่เกิดจากการกระทำของเราล้วนส่งผลต่อลุกหลานของเราทั้งสิ้น นี่คือวัฏจักรของสิ่งมีชีวิต ที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพียงแต่ว่าเรากำหนดมันได้ว่าจะให้เกิดอะไรขึ้นกับอนาคตของเรา เพียงเพราะว่าเราไม่รู้จักวิธีที่จะกำหนดมัน
ก็เพราะว่าเราให้อารมภ์มากำหนดชะตาชีวิตของเรา
สิ่งที่จะบอกคือการมีสติอยู่กับตัวของเราเองเป็นตัวกำหนดความเป็นไปของเราเอง เมื่อเราอยู่กับธรรมชาติแล้วธรรมชาติก็จะอยู่ในจิตวิญญาณของเราเพราะฉะนั้น ชีวิตเราเราก็กำหนดมันได้เสมอแม้ไม่อาจฝืนกาลเวลา
August 13th, 2008 at 8:09 pm
คห.11 แล้วที่ทหารญี่ปุ่นทำกับชาวบ้านในประเทศต่างๆหละ เค้าจะไปเรียกร้องเอาอะไรกะใครได้ แล้วเค้าผิดตรงไหน ประชาชนทุกคน ก็มีชีวิต มีคุณค่า มีศักด์ศรีความเป็นคนเท่ากันทุกคนไม่ใช่เหรอ การที่เข้าไปรุกรานคนอื่น แล้วโดนตอบแทนความเลวร้ายที่ตัวเองได้ก่อไว้มันไม่สมควรหรอกหรอ
August 18th, 2008 at 4:09 pm
เห็นแค่นี้อย่าเพิ่งสงสารญี่ปุ่นครับ นี่เป็นแค่ผลกรรมที่คนญี่ปุ่นเคยสร้างไว้ในอดีต
มันย้อนกลับมาทำร้ายคนของเขาเอง ความโหดร้ายของญี่ปุ่นมีมากกว่าที่คุณคิด 100 เท่านัก
โดยเฉพาะการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในนานกิง ที่สร้างความแค้นให้กับชาวจีนจนถึงทุกวันนี้
ญี่ปุ่นปิดเรื่องนี้มาตลอด ปิดความต่ำช้าเลวทรามของตนเองเพื่อไม่ให้ชาวโลกประนาม แต่พอโดนทิ้งบอมพ์ก็ทำให้ตัวเองน่าสงสาร แต่คนบริสุทธิ์ที่ต้องรับกรรมต้องมาทนทุกข์ทรมาณ