The Mist - เริ่มที่ความกลัว อย่าให้ลงท้ายด้วยความสิ้นหวัง
August 31st 2008เห็นเหตุการณ์บ้านเมืองตอนนี้แล้ว คิดถึงหนังที่เข้ามาฉายบ้านเราเมื่อไม่นานมานี้เอง เรื่อง The Mist ชื่อแปลไทยว่าหมอก… อะไรนี่แหละ ตอนผมเห็นทีแรกก็ยังไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เลยไม่ได้ไปดูครับ จนมีคนเชียร์ว่าน่าดูถึงต้องไปหาซื้อแผ่นมาดูทีหลัง แต่พอมาเห็นว่าเป็นหนังจากนิยายสยองขวัญของ สตีเฟน คิง นักเขียนชื่อดังจึงค่อยรู้สึกมั่นใจในคุณภาพขึ้นมาอีกหน่อย

หากคุณยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้และสนใจขึ้นมา
นี่เป็นคำแนะนำก่อนที่คุณจะออกไปซื้อ/เช่า หรือ ยืมแผ่นหนังเรื่องนี้มาดูจากเพื่อน:
- สำหรับคนที่ใจอ่อน สงสารเด็ก ดูหนังแล้วอินมาก ผมไม่อยากแนะนำให้ดูหนังเรื่องนี้ซักเท่าไหร่ เพราะเดี๋ยวจะรันทดจนถึงขั้นจิตตกได้ ^^’ บางคนบอกว่าดูแล้วเกร็งมากเลย…น่าสงสาร
- ฉากโหดร้ายรุนแรงก็มีครับ แต่ฉากบีบคั้นจิตใจทำร้ายความรู้สึกนี่แรงกว่าซะอีกนะ
- ใครที่ชอบดูหนังแนวบู๊ล้างผลาญ แบบไม่ต้องคิดมาก ผมว่าไปดูเรื่องอื่นน่าจะมันส์กว่านี้ เช่นเรื่อง มัมมี่โป๊ะโกะ ภาคสาม ซึ่งเหมาะแก่การดูเอามันส์ล้วนๆ สาระไม่ต้อง แถมมีหมวยจีนอินเตอร์น่ารักๆ ให้ดูเป็นของแถมอีกตะหาก
- ถ้าคุณชอบดูหนังแบบเอามันส์ด้วย ได้แง่คิดด้วย แถมอยากจะรู้สึกมีส่วนร่วมไปกับเหตุการณ์บ้านเมืองตอนนี้ กรุณารีบไปหามาดูเลยครับช่วงนี้แหละกำลังแจ๋ว หนังดีจริงๆ ครับ แต่คุณควรจะหยุดอ่าน Blog นี้ของผมซะตั้งแต่ตอนนี้เพราะว่า….
ระวังเสียอรรถรส ข้อความด้านล่างนี้ มีการกล่าวถึง เนื้อเรื่อง หรือฉากจบของหนัง
===========================================

แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ หมอกและสัตว์ประหลาดในใจคน มีคำกล่าวที่ว่า คุณจะเห็นธาตุแท้ของคนก็ตอนที่ลำบากที่สุด ผู้หญิงคนหนึ่งที่ห่วงลูกมาก แม้ว่าจะกลัวสุดชีวิตแค่ไหน แต่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่จึงไม่ลังเลที่จะฝ่าอันตรายไปเพื่อลูก ซึ่งก็มาเฉลยตอนจบว่ารอดชีวิตด้วยทั้งแม่ทั้งลูกนะครับ และก็มีอีกหลายคนที่กล้าหาญเช่นกันแต่ก็กลับพบจุดจบที่สยดสยองแตกต่างกันไป แสดงว่าความกล้าไม่ได้จบลงด้วยผลลัพธ์เดียวกันเสมอ แต่จะแปรเปลี่ยนไปต่างกรรมต่างวาระ
ผู้คนที่หลบอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตต่างก็กลัวกันแบบขี้หดตดหาย แล้วก็เริ่มเถียงกัน เพราะแต่ละคนก็มีความเห็นที่แตกต่างกันไปในสถานการณ์เดียวกัน แต่แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งจำชื่อไม่ได้ ขอเรียกง่ายๆ ว่า คุณป้ามหาภัย ก็แล้วกัน (ใครที่คิดว่าผมหยาบคาย พูดจาไม่สุภาพ ขอให้ดูพฤติกรรมของเธอจากหนังเรื่องนี้ก่อนนะครับว่า เรียกแบบนี้มันเบาไปไม๊?) สิ่งที่เธอทำนั้นคือ การรวบรวมผู้คนที่จิตอ่อน มาฟังเธอพล่ามบรรยาย และคุณป้ามหาภัยนี้ก็ได้อ้างว่าเธอสามารถติดต่อกับพระเจ้าได้ (ซวยละพระเจ้าไม่ได้รู้เรื่องเลยแน่นอน) แถมยังกางคัมภีร์แล้วหยิบยกบางบท บางตอน บางประโยค มาตีความเข้าข้างตัวเอง พอผ่านไปนานๆ เข้าจึงเริ่มมีสาวกหลงเชื่อ เธอจึงสร้างความชอบธรรมด้วยการปลุกปั่นให้สาวกพวกนั้น ไปฆ่าฟันทำร้ายคนอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับเธอ
แต่ฉากที่ฮือฮาที่สุดคือ ฉากปลุกระดมมวลชนให้รุมจับเด็กไปบูชายันต์สัตว์ประหลาด โห… ยัยป้านรก สั่งฆ่าได้แม้กระทั่งเด็ก ดูแล้วแหมมันนนเครียดด… ดู่ดู้ดูดู้เธอทำ … แต่ฉากนี้จบแบบมีเฮนะครับ พลิกอารมณ์ไปเลย ถ้าไม่เชื่อลองคลิกดูได้ครับ
หนังเรื่องนี้เป็นการเตือนสติว่า คนเรานั้นกลัวและลำบากกันยังไง ก็อย่าปลุกระดมให้ถึงขั้นฆ่าแกงกันเองเลยนะครับ สามัคคีกันไว้ต้านภัยร่วมกันดีที่สุดนะ
ในที่สุดพระเอกของเรื่องก็ตัดสินใจขับรถหนี เพราะคิดว่าเป็นทางออกสุดท้ายแล้ว ขืนอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตต่อไปก็เป็นการรอความตาย เพราะสัตว์ประหลาดมากมายมันคอยโผล่มางาบคนไปเรื่อยๆ หลายคนแล้ว โดยพาแนวร่วมคนแก่ขับรถฝ่าหมอกออกไป จนได้เห็นว่าเจ้าสัตว์ประหลาดมันตัวโตน่ากลัวจริงๆ
จากนั้นน้ำมันก็หมด… ยังฝ่าไปไม่พ้นหมอกเลย.. ทำยังไงดี ทุกคนบนรถต่างก็รู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง จนนำไปสู่ฉากจบที่แสนสะเทือนใจ ถ้าใครขวัญอ่อนอย่าคลิกไปดูเลยนะครับ
นับว่าเป็นฉากจบของหนังที่เศร้าและบีบคั้นที่สุดเท่าที่ผมเคยดูมา อันเกิดจากความรู้สึก ท้อแท้ สิ้นหวัง และรีบ ถอดใจ เสียก่อนของคน จึงนำมาสู่ความเสียใจอย่างที่สุดในชีวิต แค่เพียงฮึดและอดทนกันอีกสักนิดเดียว ก็คงจะไม่เกิดเรื่องที่เสียใจถึงเพียงนี้
ดูจบแล้วก็อยากจะตะโกนดังๆ ว่า ปัญหาแม้จะหนัก มันจะหวานอมขมกลืน ยังไงก็อดทนให้ถึงที่สุดกันเถอะครับพี่น้อง… จะได้ไม่ต้องตัดสินใจทำอะไร ที่เราอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตนะครับ
ด้วยจิตคารวะ
“นายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ”



September 1st, 2008 at 10:47 am
เรื่องนี้ดูแล้วคับ คิดว่าเป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่งที่ based on สตีเฟ่น คิง
แต่ มันมีกลิ่นของ Signs อยู่นิดหน่อย (หรือแอบเยอะเลย)
ตอนจบของเรื่อง นับว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ กลั้นน้ำตา ไว้แทบไม่อยู่
(การดำเนินของภาพ+บรรยากาศ moment นั้นได้อารมณ์ และทำร้ายคนดูมาก)
ถ้าคุณ webmaster ชอบหนังของ สตีเฟน คิง แนะนำเรื่องที่ห้ามพลาดที่สุดในชีวิตคับ
“Shawshank Redemption ” แนวหนังชีวิตของชีวิต สุดๆ อ่ะคับเรื่องนี้
September 1st, 2008 at 1:31 pm
สะเทือนใจมาก ยังไงก็ขอให้คนไทยทุกคนอดทนนะครับ T-T
September 1st, 2008 at 1:35 pm
the mist หมอกมรณะ
ไม่รู้หมอกควันกลุ่มนี้จะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บ้านเมืองของเราตอนนี้อ่ะป่าว อิอิ
แก็สน้ำตา เด่วตูม เด๋วตูม เฮ้อๆๆๆๆๆๆๆๆ
เข้าเรื่องดีกว่า
ดูมาแล้วเรื่องนี้ ก็สนุกดี การดำเนินเรื่องชวนให้เราติดตามเนื่อเรื่องว่าจะเป็นยังงัย
แต่ตอนจบต้องติดตามเอาเอง คุณคาดไม่ถึงแน่ๆ
ไปแระๆๆๆๆ
September 1st, 2008 at 1:37 pm
เรื่องนี้เริ่มเรื่องอย่างสดใสของครอบครัวหนึ่ง
และก็จบด้วยครอบครัวเดียวกัน
สลด หดหู่ สยองขวัญ น่ากัวคับ
แนะนำเรื่อง Shawshank เหมือนกันครับ
รู้สึกจะเป็น Morgan Freeman เล่นนี้ละครับ
รับรองโดน ครับ เรื่องของคนคุก
September 1st, 2008 at 1:47 pm
ดูไป 5 รอบละครับ เรื่องนี้ ดูกี่ทีก็ยังหดหู่ แต่ว่าชอบอารมณ์ของหนังมากครับ
September 1st, 2008 at 1:53 pm
อยากให้ทุกคนคิดได้ เมื่อดูหนังเรื่องนี้จบ มันก็เป็นแค่หนัง แต่ชีวิตจริงสามารถนำแนวทางจากหนังมาช่วยนำทางให้เราคิด เพื่อดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างสงบ
รู้สึกกลัวนะกลัวบ้านเมืองเราจะจบแบบนี้
รักกันนะครับทุกท่าน+++ ^_^
September 1st, 2008 at 1:58 pm
หนังสอนให้รู้ว่า อย่าพึ่งกลัวอะไรเกินเหตุครับ อย่าพึ่งหมดหวังต่อเมื่อถึงจุดสิ้นสุดจริงๆ การที่พระเอกรีบตัดสินใจเร็วเกินไปนั้น อาจทำให้เสียใจภายหลังได้ หนังสัตว์ประหลาดเรื่องนี้ถือว่าทำออกมาดีและสมจริง ไม่ใช่เพราะcgเหมือนแต่เป็นเพราะ สัญชาติญาณของสัตว์ที่ไม่ใช่นักล่าอย่างบ้าคลั่ง จนเกินจริง มีบางฉากที่สัตว์ประหลาดก็ไม่สนใจพวกพระเอกเหมือนกัน เสมือนกำลังจะบอกว่าเรากลัวกันเกินไป
September 1st, 2008 at 3:29 pm
มันเศร้า มากๆเลยตอนจบอะ
แบบว่า
ทำไปได้
น้ำตาร่วงเลย
September 1st, 2008 at 3:34 pm
หา ยัยป้า นั้น กระบาล แตก
September 1st, 2008 at 4:02 pm
ก็ดูดีครับเนื้อเรื่องใช่ได้ แง่คิดที่ได้คือใจเย็นใช้สติคิดอย่าวู้ว้ามแบบกลุ่มของพระเอกอย่าดิ้นรนจนเกินไป
September 1st, 2008 at 4:17 pm
…สิ่งที่ทุกคนต่อสู้ในภาวะตีบตัน..คือจิตใจตัวเอง
ไม่ใช่เรื่องง่าย เราดูแล้วออกมาจากโรงยังรู้สึกเหมือนไม่จบ
กลับบ้านมายังคิดต่อ…สุดท้ายเราพบว่า มนุษย์อ่อนแอมากกว่าที่ตัวเองคิด
เราพยายามเอาชนะธรรมชาติ แต่เราไม่เคยเอาชนะใจตัวเองได้เลย
September 1st, 2008 at 4:33 pm
ผมก้อดูแล้วคับ น่าสงสารดีแต่ถ้าเปนผม
คงต้องหาทางไปต่อแน่นอนล่ะคับ
ไม่ใช่มายิงกันตายแบบนี้ มาด้วยกันตั้งหลายคน
ต้องมีคนรอดบ้างล่ะ ยังไงก้อไม่ขอตายแบบนี้ล่ะคับ
September 1st, 2008 at 4:43 pm
ดูแล้วเหมือนกัน นึกว่าจะเป็นหนังแนวสัตรว์ประหลาดซะอีก กว่าสัตว์ประหลาดจะโผล่ออกมาได้ เซ็งเลย ไม่น่าหลวมตัวไปดูเลย
September 1st, 2008 at 5:12 pm
ดูแล้วเหมือนกัน ผมว่เป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่งคับ มีคนหลายคนบอกว่าไม่ชอบตอนจบเรื่องนี้ ต่างคนก็ว่ากันไป แต่สำหรับผมแล้ว ถือเป็นการจบที่คาดไม่ถึง แต่ก็จบออกมาดีคับ ได้คิดอะไรๆหลายอย่าง ผมว่ามันคือความจริง ทุกสิงทุกอยางมันมันไม่ได้สวยหรูเสมอไป เอาว่าผมชอบคับ
September 1st, 2008 at 5:29 pm
แนะนำ ดูDVDนะครับ มีตอนจบอีกแบบ ตอนจบที่ใช้ในโรง เค้าถ่ายใหม่ครับผู้กำกับมันโรคจิต
หนังแนวนี้โดยส่วนตัวไม่ชอบ มันไร้เหตุผลเกินไป ชอบแนว ฟอเรตต์ กัมต์ หนังไร้เหตุผลแต่รู้สึกดี
September 1st, 2008 at 6:49 pm
ไม่ชอบตอนจบเลย มันสะเทือนใจมากแบบมีลูกแล้วอ่ะเลยอินไปหน่อย
September 1st, 2008 at 6:49 pm
ไม่ชอบตอนจบเลย อินเยอะไปหน่อย มันเศร้า
September 1st, 2008 at 7:22 pm
หนังเรื่องนี้ตอนจบสอนอะไรเราหลายอย่าง
1 เลย อย่าเห็นแก่ตัว
2 เรื่องศาสนามันรุนแรงกว่าที่คิด
3 อย่ายอมแพ้ จนกว่าจะตาย
แต่พูดตรงๆ ตอนจบ เล่นเอาผมอึ้งจริงๆ
September 1st, 2008 at 7:52 pm
สรุปผิด….สุดท้าย..คนที่เขาถูกไซโค…พวกเขาที่คุณว่านะ…พวกเขารอดนะ….รอด…คนที่ตื้อรั้นนะ….ตาย…ฮิฮิ
September 1st, 2008 at 8:30 pm
สวัสดีค่ะ ขออนุญาตนะค่ะ
Thanks you…Thanks you…Thanks you….!
I am so graeteful that i am seeing the truth of life with more clarity every day.
I am the spirit.I am the air. I am the water.I am the fire.I am the day .I am the night.
I am the spring. I am the summer. I am the winter. I am the fall.
I am the moon. I am the sun. I am the shining light.
I am the star of the universe.
May we livve and grow together in a peaceful and yielding ways,
May we proper in good balance, and live in moderation,
May we be determined to persevere on the right path, to bring about the best of our
human qualities to contribute to this community, to our nations, and to this world.
I am a world walker.
ขอแสดงความนับถื่ออย่างสูง
ใจไทย ค่ะ
September 1st, 2008 at 8:40 pm
มี คําศัพท์ที่ พิมพ์ ผิดคือ 1. Live..2. Prosper…ต้องขออภัยด้วยน่ะค่ะใ
September 1st, 2008 at 9:30 pm
ดูแล้วเหมือนกันมีซีดีอยู่เลยด้วยซ้ำเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่
ให้เห็นสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่มีอยู่ในตัวเมื่อถึงจุดๆหนึ่งใน
การเอาชีวิตรอด แต่มันก็เป็นหนังเรื่องหนึ่งที่สอนคน
ว่าแม้เพียงเสี้ยววินาทีที่คิดจะทำอะไรก็อาจเปลี่ยนชีวิตคุณ
ไปตลอดกาลเลยทีเดียว ขอบอกว่าตั้งแต่ดูหนังหลายๆเรื่องมาเรื่อง
นี้เป็นหนังที่แม้จะสะเทือนขวัญแต่ก็ดีที่สุดสำหรับเรา
ไปลองหามาดูกันน่ะ
September 1st, 2008 at 9:34 pm
ดูตั้งเเต่เเรกจนจบ มันระทึกทั้งเรื่องแต่มันเสียความรู้สึกตรงตอนจบ นี่เเระ ไม่รู้คืดได้ไง
September 1st, 2008 at 10:12 pm
ดูแล้วเหมือนกัน รู้สึกอึดอัดแทนถ้ามีคนอย่างคุณป้ามหาภัยกับพวกที่งมงายคุณป้าอยู่ในสังคม เพราะไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้เลิกงมงายซักที เหมือนการประท้วงเหมือนกันครับ สู้กับคนโลภ มาชุมนุมเพราะผลประโยชน์พวกนี้แก้ไม่ยากครับ แต่พวกที่มาด้วยใจจริงๆมาด้วยความ(คิดว่า)รักชาติที่มีคนมาเป่าหู พวกนี้แก้ยากมากน่ากลัวสุดๆ ยังไงก็สามัคคีกันไว้นะครับคนไทย
September 1st, 2008 at 10:19 pm
ผมรู้สึกสะใจนิดๆตอน ยายป้ามหาภัยนั่นโดนหน่ะคับ
- -*
แต่ดูแล้วเศร้าจิงๆคับ
September 1st, 2008 at 10:26 pm
ชอบเรื่องนี้นะ หนังสนุกมีเยอะแล้วล้นบ้านเราแล้วละ เอาหนังที่มันให้แง่คิด เตือนสติเราได้บ้างดีกว่า ชอบบนะ ชอบเนื้อเรื่องก็ชอบ แล้วก็ ที่เค้าว่าตอนจบมันรันทดหนะ เราว่านะ เรากลับรู้สึกสะท้อนและเห็นคุณค่าของหนังก็ตอนจบนี่เเหละ จะท้อจะแท้ จะหมดหวังยังไง ก็จะไม่ยอมปลิดลมหายใจ ซึ่งลมหายใจนี่แหละคือความหวังที่ลิบหรี่ที่สุดที่ คนมักมองข้ามกัน
September 1st, 2008 at 11:54 pm
ชอบตอนจบนะเป็นปรัชญาชีวิตคนที่ดีว่าเราไม่ควรจะสิ้นหวัง สะเทือนใจ
September 2nd, 2008 at 12:07 am
ตอนแรกที่ไปดูเรื่องนี้ก็คิดว่าเป็นหนังดาดๆทั่วไปนะ แต่เล่นกับอารมณ์ได้ดีมาก ได้แง่คิดดีนะ แต่ถ้าคิดตามมันเครียดมากเลยนะ แต่มันก็สอนอะไรเราได้นะ คนเราถ้ามันไม่สู้หรือถ้าไม่กล้าก้าวไปข้างหน้ามันจะมีประโยชน์อะไร จิตใจของคนนี้แหละหยั่งยากที่สุด คนที่คิดว่าดีไม่มีพิษมีภัยอะไร อาจอันตรายสุดขีด คนที่น่าจะเข้มแข็งกลับอ่อนแออย่างไม่น่าจะเป็น แต่ถ้าเราจับมือร่วมกลุ่มสามัคคีกันไว้ ก็จะผ่านไปได้นะ ผมว่าน่าจะเอาเรื่องนี้ไปให้คนทั้งทางพันธมิตรและทางนปกดูด้วยก็ดีนะเพื่อจะได้มีความคิดกันมั่ง
September 2nd, 2008 at 12:45 am
นอนคิดเกี่ยวกับตอนจบของหนังไป2-3วันเลยหนังปูแนวทางให้เราคิดว่าพระเอก
ทำดีมาทุกอย่างต้องรอดแล้วสุดท้ายจิตตกเลยครับเดินออกมาจากโรงไม่มีใครคุยกันเลย
เครียดกันไปตามๆกัน
September 2nd, 2008 at 12:55 am
รู้ไหม..สิ่งที่ชอบมากในเรื่องคืออะไร…ฆ่าอินังพูดมากนั่นไง..(แต่ผมคิดว่าคนที่อยู่ใน super market ทุกคนที่ไม่กล้าออกมาน่าจะรอดนะ)
และ ไม่ชอบที่สุดคือ..ตอนจบ..มันได้ใจเกินไป..ทำร้ายคนดูจนต้องไปดูรอบ 2 เพื่อเก็บรายละเอียดว่า..เค้ามีเหตุผมพอที่ฆ่าตัวตาย..เพื่อหนี สิ่งนั้นเหรอ..ผมว่ามันยังไม่ถึงขีดสุดนะ..
September 2nd, 2008 at 1:07 am
ชอบตอนจบที่สุด
เลยง่ะ
เศร้า….
September 2nd, 2008 at 2:03 am
เหตุที่ตอนจบมันต้องยิงอะเพราะพ่อได้สัญญากับลูกไว้ว่าจะไม่ยอมให้ลูกถูกกิน”อย่างเด็ดขาด”ลูกเป็นคนย้ำเองพ่อเลยจำใจอะสะเทือนดี
September 2nd, 2008 at 2:43 am
เรือ่งนี้เป็นอีกเรื่องที่ดูแล้วสะเทือนใจมากๆคับ ปกติเป็นคนชอบหนังแนวสัตว์ประหลาดแบบนี้อ่ะคับเลยชวนแฟนไปดู พอดูจบแล้วผิดคาด อ่ะคับไม่ใช่แบบที่คิดไว้ ตอนจบสะเทือนอารมณ์มาก ได้ข้อคิดกลับไปด้วย สรุปเป็นหนังอีกเรื่องที่ดูแล้วได้อารมณ์หลายๆอย่าง ถือว่าคุ้มคับที่ได้ไปดู ขอบอกๆๆๆๆๆ
September 2nd, 2008 at 3:14 am
มันสิ้นหวังนะ
สงสารผู้ชายสุดๆ
อีกนิดเดียวอะ
September 2nd, 2008 at 8:09 am
เป็นการจบที่คาดไม่ถึง และเป็นการจบที่สะเทือนใจใครหลายๆคน หนังเรื่องนี้สอนเราให้รุ้ในหลายๆแง่มุม ถือเป็นหนังที่ดีมากเรื่องนึง
September 2nd, 2008 at 9:00 am
ตอนแรกเห็นหน้าหนังเป็นหนังสัตว์ประหลาดก็ตั้งใจไปดูแก้เครียดเพราะชอบหนังแนวนี้อ่ะbutดูจบแล้วเครียดหนักกว่าตอนเข้าไปดูอีกอ่ะ…ไม่น่าเลยเรา(T_T) จบแบบเครี๊ยดดดดดด
September 2nd, 2008 at 9:50 am
หนังดีมาก ๆ ครับ สอนอะไรเยอะแยะเลย สุดท้ายอยากจะบอกไว้ว่าอย่าสิ้นหวังง่าย ๆ จงทำให้ถึงที่สุดของชีวิต
September 2nd, 2008 at 9:59 am
สุดยอด หนังเรื่องนี้ เป็นหนังหักมุม สุดๆๆ ที่ตอนจบของเรื่อง มันน่าเศร้าอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ดูแล้ว จิตตกเป็นอย่างมากๆ แต่หนังเรื่องนี้ ดูแล้วสุดยอดมาก เครียด..เป็นที่สุด แต่ถือเป็นหนังที่โอเคเลยทีเดียว แต่ตอนจบหักมุมสุดๆๆ
September 2nd, 2008 at 10:09 am
อดทน อดกลั้น สามัคคี
ท้ายสุดแล้วสำหรับคนไทย
แผ่นดินเกิดนี้จะกลบและฝังทุกอย่าง
September 2nd, 2008 at 10:20 am
พูดถึงสะเทือนใจในเรื่องนี้ผมว่ามันน่าจะเป็นคำว่าหักมุมมากกว่านะ (หรือคล้ายๆ กันหว่า) แต่ถ้าพูดถึงหดหู่เรื่องที่ผมดูแล้วรุ้สึกหดหู่ที่สุดตั้งเคยดูมาขอยกให้ชิลเลอร์ ลิสต์ ส่วนเรื่องที่ดูแล้วรู้สึกอนาจใจ ดูแล้วใจสั่น แบบต้องหันหน้าหนีขอยกให้เรื่องจับคนมาทำเชื้อโลก (ชื่อนี้ป่าวหว่า) เหอๆ
September 2nd, 2008 at 10:38 am
เออ แปลกใจหนังเรื่องนี้มากอ่ะ
น่าจะสร้่างเป็นแบบ หมอก แบบมีสัปปาหาดน่ากลัว แต่นี้เปน หนังที่เกี่ยวกับ ศาสนามากกว่าอีก
ไม่ชอบเลย
September 2nd, 2008 at 10:55 am
เรื่องนี้อ่ะ
ตอนจบไม่น่ารีบฆ่าตัวตายกานเลย
ถ้าทนอีกนิดก็ได้มีความสุขกานแล้วอ่ะ
ผุชายคนนั้นน่าจะรอให้สัว์ปะหลาดมาก่อนแล้วค่อยฆ่าก็ได้อ่ะ
ไม่น่าเลย
September 2nd, 2008 at 11:11 am
ผมชอบหนังนี้นะ
” ความหวังย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าเราศรัทธา “
September 2nd, 2008 at 12:32 pm
ดูเรียบร้อยก่อนจะมาอ่านบล๊อกนี้ครับ ยอมรับว่าสะเทือนใจอย่างแรงในตอนจบ เล่นหักมุมสุดๆแบบนี้ผู้สร้างเขาคงจะตั้งใจให้ผู้ชมรู้สึกแบบนี้อยู่แล้วล่ะครับ ดูรอบเดียวไม่กล้าเปิดรอบ2เลย สำหรับท่านที่อยากดูหนังคุณภาพสักเรื่องนึงก็แนะนำ Shawshank ครับในimdbเป็นอันดับ1ในการโหวตจากผู้ชมทั่วโลก ผมชมมาแล้ว2-3รอบ ขอบอกว่าสุดยอดจริงๆครับ
September 2nd, 2008 at 1:07 pm
เป็นเรื่องที่ดีมากเลยนะคะ สะเทือนอารมและจิตใจมากเลยทีเดียว
ดิฉันดูหลายสิบรอบก็ไม่เคยเบื่อเลย เพราะมันให้แนวคิดที่ว่า
เราควรจะมีสติ(ต่อทุกเหตุการณ์) รวมทั้งมีความอดทนด้วยนะคะ
เรื่องนี้เหมือนจะเล่นกับพระเจ้าพอสมควร
เพราะต้นเรื่องและปลายเรื่องสอดคล้องกันอย่างชัดเจน
คือผู้หญิงที่ไม่ได้รับช่วยเหลือในตอนแรกได้สาปแช่งทุกๆคนไว้
และตัดสินใจเดินฝ่าสายหมอกไปเพียงลำพัง
แต่สึดท้ายเธอและลูกๆก็ปลอดภัย
แววตาที่เธอมองมายังพระเอกที่ทรุดตัวลงด้วยความสิ้นหวังนั้น
ช่างสะเทือนไปถึงอารมเสียจริงๆ
ดิฉันชอบภาพยนต์เรื่องนี้มากค่ะ
September 2nd, 2008 at 2:27 pm
ตอนดูจบ มองหน้ากับเพื่อนแต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลย……
มันรู้สึก อึดอัด ระคน หดหู่ ชอบกล
เห็นด้วยกับคุณเจ้าของบล็อค หนังเรื่องนี้ให้แง่คิดเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองเราเป็นอย่างดี
ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ อยากให้คนไทยรักกันเข้าไว้ ยังไงเราก็อยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน….
September 2nd, 2008 at 3:16 pm
สะเทือนอารมณ์มาก ร้องไห้เลย เราเป็นคนชอบดูหนังอารมณ์เยอะๆถ้าใครชอบแนวนี้ก็ใช่เลย
September 2nd, 2008 at 3:16 pm
ดูมาแล้วครับ แต่ไม่ค่อยชอบมุมมองสุดท้ายที่หนังพยายามสื่อ ถึงการจบชีวิตเพราะสิ้นหวังแบบนั้นจัง สงสารเด็ก
September 2nd, 2008 at 3:21 pm
สยองดีแต่อีกอารมณ์ก็ เสียดายที่คน เดินเรื่องไม่ได้สู้กับตัวใหญ่ๆเลย
September 2nd, 2008 at 3:54 pm
เราดูหนังเรื่องนี้ดูตอนที่จิตใจแย่อยู่แล้ว(อกหัก)
ตอนจบเอาแบบว่าอยู่ไม่ได้เลยร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวน
สุดๆจริง สู้ต่อไปเถอะ
September 2nd, 2008 at 4:32 pm
คนอย่างป้ามหาภัยมีอยู่จริง
ตอนนี้ก็กำลังสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองอยู่แถวๆนี้
September 2nd, 2008 at 5:16 pm
จะอ่านหมวดตี้และผูกองแคน หายไปไหน
September 2nd, 2008 at 5:18 pm
ดูแล้วครับซื้อดีวีดีมานานและ
มันแปลกแหวกแนวดีโดยเฉพาะตอนจบนี่แหละ
ดูในเรื่องแล้วกดดันมาก
September 2nd, 2008 at 5:44 pm
ดูแล้วครับ อยากจะบอกว่าที่ตอนท้ายพระเอกต้องทำแบบนั้นหน่ะ เค้าจำเป็นต้องทำ
จำช่วงกลางๆ เรื่องได้นะครับ ที่ลูกบอกว่า “พ่อต้องสัญญานะ ว่าจะไม่ยอมให้สัตว์ประหลาดนั่น กินผม” พอผมดูตอนจบผมก้อเสียความรู้สึก แต่พอนึกได้ถึงประโยคนี้ ผมแทบจะร้องไห้ เพราะผมเองก้อมีลูก ถ้าผมกับลูกตกอยู่ในอารมณ์แบบนี้ ก้อไม่รู้เหมือนกันว่าจะยอมให้สัตว์หลาดกินลูกหรือจะทำแบบพระเอก แล้วเสียสละตัวเองให้สัตว์หลาดกินแบบทรมาน ซึ่งพระเอกเค้ายอมตายแบบทรมาน ให้คนอื่นตายแบบที่ไม่เจ็บปวด เพราะผมคิดว่าเค้าคงยิงคนอื่นตรงหัวหน่ะครับ คงจะไม่เจ็บเท่าไหร่ มั้ง เพราะยังไม่เคยโดนยิงหัว
อย่าเครียดนะครับ ก้อแค่ความเห็นของคนๆ หนึ่ง ซึ่งมันคงไม่เหมือนกับความเห็นของอีกหลายๆ คน
September 2nd, 2008 at 5:49 pm
หนังดีมาก สื่อให้เห็นว่าการตัดสินใจพลาดไปแม้เสียววินาที ก็จะทำให้เสียหายมากมายมหาศาล ในสถานการคับขันหากไม่สามัคคีกัน ก็จะเป็นอย่างนี้แหละ
September 3rd, 2008 at 12:40 am
จริงๆ ตอนจบ ทำผมอึ้งเลย ผมจะจำไว้ว่า เมื่อยังไม่ตาย ยังไม่สิ้น เราจะต้องมีความหวังเสมอ
ถ้าผมเป็นพระเอกในเรื่อง แล้วคนที่ตายไปต่อหน้าผมเป็นภรรยาที่รัก เท่าชีวิต และลูกที่เหมือนดวงใจ ผมคงต้องบ้าแน่ๆ คงรับไม่ได้ อาจต้องฆ่าตัวเองตายไปด้วย เค้าเรียกว่าอย่าด่วนตัดสินใจถ้ายังไม่ถึงที่สุดจริงๆ
September 3rd, 2008 at 12:46 am
อยากบอกว่าลุ้นตั้งแต่ต้นจนจบ แต่แนะนำเสียงประกอบสุดท้ายเนี่ยะ น่าจะ ” แป่ววววว ” สุด ๆ
September 3rd, 2008 at 4:25 am
ทุกคนมีสิทธิ์เลือกที่จะอยู่หรือตายด้วยตัวเอง
September 3rd, 2008 at 6:21 am
ดูแล้วเหมือนกันค่ะ สนุกมาตลอดทั้งเรื่องเลย ลุ้นระทึกมากๆ แต่น่าเสียดายตอนจบของเรื่องนะคะ ว่า ไม่น่าคิดสั้น หรือตัดสินใจเร็วเกินไปขนาดนั้นเลย น่าจะรอให้ถึงที่สุดน่ะค่ะ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ก็มาซะได้เวลาที่เหล่าผู้กล้าฆ่าตัวตายกันแล้ว น่าเสียดายมากๆ ตอนนี้บีบเค้นหัวใจมากๆ ค่ะ สงสารพระเอกของเรื่องมากๆ เลย
September 3rd, 2008 at 8:12 am
ดูแล้วรู้สึกแค้นใจมาก
เพราะอีกนิดเดียวแท้ๆ
ถ้าไม่มีความกดมากๆก็คงไม่จบด้วยเหตุการน่าเศร้าแบบนี้
ดูแล้วรู้สึกอึดอัดครับ แต่เนื้อหาและความหมายของเรื่อง
จัดได้ว่าเยี่ยมเลยครับ
September 3rd, 2008 at 8:40 am
หนังนี้มันสะท้อความจริง เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงก็คงมีทั้งพวกฮีโร่ คนธรรมดา คนสิ้นหวัง คนที่ไม่มีทางสู้ หลายคนก็คงจะมีวิธีแก้ไขปัญหาคนละแบบ แล้วจบอย่างมีความสุข-ไม่ก็เศร้า
September 3rd, 2008 at 9:01 am
ผมดูเรื่องนี้สองรอบเพราะรอบแรกดูตอนยังไม่เข้าโรง ดูแล้วนึกถึงสถาณการณ์ตอนนั้นเหมือนกัน มันเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อ, ความศัทรา, ความไว้ใจ, ความเชื่อใจ ความกดดันต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลต่อการกระทำของคน และนี่คือเรื่องหนึ่งที่สะท้อนออกมาทั้งหมด ตอนนี้เราก็ตกอยู่ในสถาณการณ์ตอนนี้ไม่แตกต่างในหนังเลยเพียงแต่แรงกดดันยังไม่มากพอที่ทำให้พวกเราคนกลางจะเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เราอย่าลืมว่าวันนั้นอาจมาถึงเร็ว ๆ นี้แล้วเราจะตัดสินใจเลือกข้างไหน
September 3rd, 2008 at 10:18 am
ผมดูหนังเรื่องนี้แล้วรู้สึกสนุกครับ หนังหักมุม ชอบฉากที่ ป้ามหาภัย พล่ามๆๆๆ ไป พล่าม มา แล้ว…ปัง!…สะใจครับ นั่นแหล่ะ ที่ต้องการ แต่ตอนจบสะเทือนใจมาก เอาไปเปิดให้ พวกประท้วงดูกันครับ ผมแนะนำ
September 3rd, 2008 at 11:25 am
หนังเรื่องนี้เน้นทางด้านอารมณ์และความรู้สึกกับคนดู กดดัน บีบคั้น ตึงเครียด อุปสรรค ดูแล้วได้อารมณ์เป็นอย่างยิ่ง ติตรงเรื่องที่เน้นทางความเชื่อทางศาสนามากเกินไปนึงนึง(ลดลงมาหน่อยจะพอดี) ติที่สองสถานการณ์ในหนังกำหนดให้ทุกคนอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตมากจนเกินไป น่าจะให้ย้ายหรือเคลื่อนไปสถานที่อื่นบ้างคนดูจะได้ไม่เบื่อ และจุดที่ผมมองว่าไม่ควรเลยคือตอนจบของเรื่อง ผมว่าพระเอกสิ้นหวังจนเกินไป ตัดสินใจในสิ่งที่ยังไม่ถึงจุดที่ควรจะทำ มีโอกาสที่จะสู้ได้ต่อแต่ไม่ทำ คิดสั้นเกินไป ขัดกับนิสัยของพระเอกที่สู้และยืนหยัดมาตั้งแต่ต้นแต่พอต้อนท้ายสิ้นคิดซะงั้น ถึงแม้ว่าหลายคนจะบอกว่าลูกเป็นคนขอร้องพระเอกไม่อยากให้สัตว์ประหลาดกินก็ตาม พระเอกน่าจะสู้หาทางรอดมากกว่านี้ แต่โดยรวมถือว่าหนังให้อารมณ์ที่ดีมาก สัตว์ประหลาดทำออกมาได้ดี สมจริง น่ากลัว ดูแล้วแทบจะไม่มีจุดบกพร่องเลย อารมณ์ความรู้สึกร่วมของหนังเรื่องนี้เต็ม 10 เอาไป 9.5-10 เลย สัตว์ประหลาดเต็ม 10 เอาไป 9 ส่วนตอนจบของเรื่องเต็ม 10 ผมให้ 0 ครับ เพราะขาดเหตุผลจนเกินไป อันนี้ส่วนตัวครับผม
September 3rd, 2008 at 12:23 pm
ขอบอกว่าไม่ผิดหวังที่ได้ดูเรื่องนี้ ขอบคุณน่ะค่ะที่เอามาเขียนในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองกำลังคับขัน ดูแล้วให้แง่คิดที่ดีมากค่ะ คนเราต้องไม่สิ้นหวังและต้องสู้กันต่อไปค่ะ เป็นกำลังให้กับทุกคนน่ะค่ะ
September 3rd, 2008 at 12:47 pm
หนังเรื่องนี้ดูแล้วค่ะ ดีมาก ๆ ถึงจะจบหดหู่ก็ทำให้รู้ว่าบางครั้งการตัดสินใจที่เราคิดว่าดีที่สุดแล้ว อาจไม่ใช่ หนทางที่ดีที่สุด แต่เราต้องยอมรับสภาพของเหตุการณ์ให้ได้ค่ะ ท้อได้ค่ะ แต่ห้ามถอย พยายามมองแต่สิ่งดี ๆ คิดถึงอะไรก็ได้ที่แย่กว่าเราแล้วจะรู้ว่าเราไม่ได้อยู่กันลำพังเฉพาะ คนเดียว กลุ่มเดียว แต่เราอยู่ร่วมกันค่ะ
คิดให้ดี ๆ ค่ะ ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เพื่อตัวเราเอง เพื่อคนอื่น นั้นต่างกันอย่างไร เพราะเราอยู่ร่วมกัน สิ่งที่ทุก ๆ คนทำไปมิได้มีผลต่อตัวเราคนเดียวค่ะ ยังไงก็ต้องส่งผลต่อคนอื่น แน่นอน อย่างน้อยก็ลูกหลานไทย ที่โตมพบว่าผู้ใหญ่ใช้แต่ความรุนแรงตัดสินปัญหากัน และก็ไม่มีเหตุผลกันทั้งนั้น แล้วอยากจะให้ ลูกหลานเอาตามอย่างใครล่ะคะ
คิดดี ๆ ค่ะ คิดนาน ๆ เราจะพบความจริง
คิดไม่ตรงกันน่ะได้ค่ะ แต่ต้องเข้าใจเหตุผลของเขาและของเราและหาจุดตรงกลางค่ะ ไม่มีใครขาวและดำด้านเดียวค่ะ
อยากให้บ้านเราสงบสุขค่ะ
September 3rd, 2008 at 2:31 pm
เคยดูแล้ว….จิตตกไปอย่างมากค่ะ แต่หนังก้อสอนอะไรได้เยอะทีเดียววว
สำหรับคนขวัญอ่อน และอินกับหนัง แนะนนำว่าอย่าดูค่ะ เพราะดิฉันจิตตกไปเปนอาทิตเลยที
เดียว
แต่รับประกัยคุณภาพของหนังที่แฝงงงงสิ่งที่เอาไว้เตือนไว้คิดได้เยอะมาก
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ได้อยู่ภายนอกตัวเราหรอก..แต่เป็นจิตใจของตัวเรามากกว่า
September 3rd, 2008 at 3:51 pm
เรื่องนี้ผมก็ ดูมานานและคับ โดนใจสุดๆ ไม่คิดว่า เขาจะหักมุมได้ ขนาดนี้
September 3rd, 2008 at 4:29 pm
ต้องมีความหวังค่ะ คนที่หมดความหวัง ชีวิตก็เหมือนหมดไปแล้ว
September 3rd, 2008 at 4:57 pm
ดูแล้วมันเซงมาก จิตตก กดดัน ท้อแท้ แล้วก็อีกหลายความรู้สึกที่ เซ็งเอามากๆ
จริงๆ แล้ว เป็นหนังดี แต่ ดูแล้วมันอึดอัด
ถ้าเลือกได้ ผมจะไม่ดูมันตั้งแต่แรก
September 3rd, 2008 at 6:29 pm
ผู้กำกับโรคจิตจริงๆ
แทนที่จะจบเศร้าทั้วๆไป
ยังมีการให้เด็กตื่นขึ้นมาหลอนนิดๆอีก
อารมณ์ค้างเป็นอาทิตย์
บทความดีคับ หวั่งว่าจะมาบรรยายในหนั่งดีๆ เรื่องๆอื่นๆอีกนะครับ
ไทยจ๋า อย่าสิ้นหวัง
September 3rd, 2008 at 9:40 pm
ดูแล้วจิตตกอย่างเจ้าของบล็อกว่าจิงๆครับ แต่ถึงจิตตกก็ได้ข้อคิด ว่าอย่าในยามที่เข้าตาจนอย่าทำเหมือนพ่อของเด็กก็แล้วกัน ทุกปัญหามีทางออก ถ้าจะตายก็ขอให้ตายเพราะสู้ อย่าตายเพราะยอมแพ้ครับ
September 3rd, 2008 at 11:14 pm
ลองอ่านหนังสือดูค่ะ สนุกไปอีกแบบ แต่ตอนจบไม่เหมือนกับในหนังนะค่ะ หนังเอามาหักมุม
ซะเศร้าเลย….
September 4th, 2008 at 3:34 am
หนังแนวนี้สรุปได้อย่างจิงๆ เจอกับตัวเองคงไม่รู้นะว่า จะทำไงดีที่จะอยู่ให้รอด คนเขียนบทนี้คิดได้ไง. มันหดหู่แบบสุดเลย..
September 4th, 2008 at 4:16 am
จะเปงยังไง ถ้าแป๊ะลิ้มกับเกรียนลอง โดนแบบป้ามหาภัย ปราศรัยอยู่ดีๆๆๆ ปัง! คงสนุกไปอีกแบบอิอิ อย่าคิดมากนะ ขำๆ
September 4th, 2008 at 5:43 am
เป็นเรื่องที่ดีครับ
ถ้าเหตุการณืนี้เกิดขึ้นกับผมน่ะ
ผทก็คิดไปด้วยดูไปด้วยแล้วน่ะตอนที่ดูหนัง
ผมคิดใว้เสมอว่า ผมจะพยายามอยู่ด้านใน และพยายามสร้างสิ้งป้องกันอันตรายให้มากที่สุด แถม มีเสบียงเพียบ และรอเวลาคนมาช่วยเหลือ หรือไม่มี ผมก็จะตั้งป้อมอยู่ที่นี้
ให้นานที่สุดเทาที่จะอยู่ได้ อ่ะน่ะ
คิดได้เท่านี้แหละ
ผมว่าการไปเผชิญหน้ากับสิ้งไม่รู้ว่าเป็นอะไร มันน่ากลัวยิ่งกว่า การที่เราอยู่ที่ปลอดภัยมากกว่า เหอะ บาย
September 4th, 2008 at 11:41 am
คิดกันได้แค่นี้เองหรอ หนังเรื่องนี้มันออกแนวคล้ายๆ กับ เหตุการปัจจุบัน ใยป้านั่นก็คล้ายๆ กับสนธิ ที่ปลุกปั้นประชาชนไง
September 4th, 2008 at 11:57 am
เมื่อไม่นานมานี้เอง ที่ผมได้ยกหนังเรื่องนี้ มาตอบสถานการณ์บ้านเมือง ในเว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง
ดีใจจัง ที่มีคนเห็นด้วยเหมือนกัน คือ ไม่อยากให้เป็นแบบในหนังเรื่องนี้
สถานการณ์ที่คับขัน ทำให้เห็นถึงธาตุแท้ในแต่ละคน
บางครั้ง การเสียสละเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ใช่ยัดเยียดให้คนอื่นเป็นผู้เสียสละ
หลาย ๆ ท่านในเว็บบอร์ดหลายที่ บอกว่าต้องเสียสละ ให้ชาวบ้านลำบากไป
แต่ถ้าคุณ ๆ ทั้งหลายที่พูดนั้น ต้องกลายเป็นผู้เสียสละซะเองละ จะเป็นยังไง
ถึงจะบอกว่าทำไปจากเหตุผลเดียว แต่คุณ ๆ ก็ลืมไปว่า
คุณได้สร้างเหตุอื่น ๆ ขึ้นตามมาเป็นวัฎจักร
เหมือนทำเวร ทำกรรม ไม่รู้จักจบจักสิ้นนั่นแหละเนอะ
คนไทยด้วยกัน ยังไงถ้าร่วมมือสามัคคีกัน มันก็ต้องมีทางออกที่ดีแน่
ขออภัยที่พล่ามยาวขอรับ
September 4th, 2008 at 12:41 pm
หนังเรื่องนี้ดีมากค่ะ แต่บางคนไม่ชอบ แต่ฉันชอบเรืองนี้นะ เพราะเรื่องนี้มันสอน
ทุกคนจริงๆ ว่าการที่เราจะเชื่ออะไรก็ควรใช้วิจารณญาณในการไตร่ตรอง
เพราะบางครั้งอาจตกเป็นอำนาจของพวกที่คลั่งไคร่อะไรก็ได้ และเราควรอดทน
กับวันเวลาที่มันหม่นหมอง เหมือนในเรื่องที่หมอกมาทำให้ผู้คนหวาดกลัวไม่ทำอะไร
กันจนจิตตกกันไปหมด แล้วถ้าตัดสินใจทำอะไรโดยไม่คิดก็ต้องเสียใจเหมือนพระเอกค่ะ
วันหนึ่งเมฆหมอกพายุก็ต้องผ่านไปนะค่ะ
อดทน เพื่อสิ่งดีๆ ความชั่วร้ายคนเลวๆ ไม่ได้อยู่กับเราตลอดไปหรอกค่ะ สิ่งดีๆก็มิใช่ว่าจะอยู่
กับเราตลอดไป แต่เวลาที่ผ่านมามันเพื่อยิ้มได้ เพื่อจดจำเอาไว้เป็นบทเรียน สรุปแล้ว
ต้องอดทนค่ะ สู้สู้สู้
September 4th, 2008 at 12:54 pm
อืม…
สะเทือนอารมณ์มากเรยล่ะ
พอดูหนังจบเสร็จ ก้อพาอารมณ์หดหู่ เครียดไปอยู่ตั้งนานเรย
สงสัยเราจามะเหมาะกับหนังแบบนี้ สะเทือนใจเกินไป
September 4th, 2008 at 2:20 pm
หนังเรื่องนี้โคตรไม่น่าดูเลย ตอนแรกอยากดูมากค่าเช่ากว่าจะได้ดู พอดูแล้วก็ชอบนะมันส์ดีสนุก แต่ฉากจบนี่ซิที่ทำมัยเป็นแบบนี้ ถ้าไม่ออกมา แปลว่าเชื่อในพระเจ้า คนที่ออกมาก็ไม่เชื่อในพระเจ้า แล้วก็รอดตายซะงั้น
September 4th, 2008 at 5:41 pm
ทุกตอนดีหมด ลุ้นระทึก แต่ทำไมตอนจบเป็นงั้นไปได้
มันไม่เข้ากันกับตอนแรกเลยอ่ะ อุตส่าห์สู้ มาตั้งแต่แรก
แต่ดันมาตายเพราะยอมแพ้ ทำไมไม่ตายเพราะสู้
สงสารอ่ะ หดหู่ ….so sad
September 4th, 2008 at 5:52 pm
ดูแล้วเจ็บปวดใจมากครับ อันนี้ความคิดส่วนตัวของผมนะครับคือ เมื่อเราเผชิญกับอันตรายหรือความยากลำบากเราต้องรอหรือครับเราถึงจะรอดเหมือนคนในsupermarket ส่วนคนที่คิดสู้แต่สุดท้ายก็หมดหวังทำร้ายตัวเอง แบบพระเอก เฮ้ออออ
ผมเคยทำหนังสั้นครับโดนด่ายับเลยเพราะตอนจบ กรรมการบอกว่าหนังผมbad think *-*
ผมว่าอยู่ที่ประเทศนั้นๆด้วยครับง่าจะมีวัฒนธรรมอย่างไร แต่ยอมรับว่าหนังบีบหัวใจมากมายเหลือเกิน
September 4th, 2008 at 5:54 pm
คห 81 ผมว่าไม่ใชฃ่เพราะเชื่อในพระเจ้าหรอกครับ มันเป็ฯเรื่องของการตัดสินใจมากกว่าในภาวะกดดัน เรื่องเชื่อในพระเจ้านี่ไม่เกี่ยวเลยครับ ขนาดป้ามหาภัยเชื่อนักเชื่อหนายังโดนยิงแสกหน้าเลย
September 4th, 2008 at 6:07 pm
ดูเหมือนกันครับเรื่องนี้…ตอนจบนี่เป็นอะไรที่น่าสลดหดหู่มากๆ …ยังแอบด่าตัวพระเอกเลยว่าทำไมตัดสินใจอย่างนี้ น่าจะทิ้งรถแล้วพาลูกและคนอื่นๆเดินเท้าไปตายเอาดาบหน้ายังดีกว่า คนเขียนบทนี่สุดๆจริงๆ….
September 4th, 2008 at 7:14 pm
ชอบ นะ ดูแล้วมันใกล้ตัวดี คนเราบ่อยครั้งคิดว่าคนที่แตกต่างหรือมีความคิดไม่เหมือนเรา คือ สัตว์ประหลาด แต่หนังของ สตีเฟน คิง ดูแล้วให้ความรู้สึกหวาดกลัวรูปแบบแปลกๆ ดี
September 4th, 2008 at 8:48 pm
ตอนแรกก็น่าติดตามหรอก..แต่พอตอนจบ..ทำไมจบโค.ต.ร.ห่.ว.ย.แ.ต.ก.เลยอ่ะ
จบแบบที่ไม่น่าจะจบเลย..ผิดหวัง.โ.ค.ต.ร
September 4th, 2008 at 10:41 pm
ถ้าป้าคนนั้นเป็นสนธิแต่พวกสนธิรอด…นะ…ถ้าผู้ชายที่พาพวกหนีออกไปก็เหมือนสมัก…ตอนท้ายพวกสนธิรอดแต่สุดท้ายพี่หมักยิงพวกที่ตามมาตายกันหมด…..ฮิฮิ
September 4th, 2008 at 11:24 pm
เราว่าเรื่องนี้เรามองอีกมุมจิ ว่าถ้าเค้าไม่เชื่อในพระเจ้าก้อต้องเปงแบบนี้ ยายป้าคนนั้นยังไม่โดนแมลงกัดเลย เราลองหัยคิดดูหลาย ๆ มุมดีกว่า คนเรามีกี่คนก้อต้องมีหลายความคิด เราว่าหนังเรื่องนี้ตอนจบโตครพลิกบทบาทสุดเลยก่ ชอบจังเลย
September 5th, 2008 at 9:21 am
เหมือนเป็นหนังเกี่ยวกับศาสนาหรืออะไรสักอย่างครับ ตอนจบ สรุปว่าถ้าใครเชื่อในพระเจ้าก็จะถูกลงโทษ (โดยส่วนตัว)ไม่ชอบครับ ดูไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่
September 5th, 2008 at 9:23 am
สรุปว่าถ้าใคร(ไม่)เชื่อในพระเจ้า โทษครับพิมพ์หล่นไปตัว
September 5th, 2008 at 9:36 am
เป็นหนังที่สุดยอดที่สุดในปีนี้ครับ(ส่วนตัว)…ดูแล้วให้อะไรๆได้มากกว่าหนังที่สร้างความบันเทิงข้อคิดแนวคิด..คติเตือนใจมันจะกลั่นออกมาจากตัวคนดูได้รวดเร็วมากโดยไม่ต้องไปฟังบทวิจารณ์ใดเลย….คนที่ดูรู้และเข้าใจได้ด้วยตัวเองโดยอัตโนมัติ…ผมชอบนะ และอยากให้คนที่จะสร้างหนัง(ในเมืองไทย)เอาไปเป็นแนวบ้าง..ไม่ใช่ทุนต่ำแล้วยังทำหนังไร้สาระ..ซ้ำซากอยู่ได้
September 5th, 2008 at 9:50 am
ดิฉันก็ดูแล้วเหมือนกัน แล้วมีเพื่อนเล่าให้ฟังว่า ถ้าซื้อแผ่นแท้มาดู ขอย้ำ! ว่าแผ่นแท้ ไม่ใช่ก๊อปมาจากแผ่นแท้นะคะ เค้าว่ามีฉากจบ2แบบ แต่แผ่นที่ก๊อปมาจากแผ่นแท้มันจะตัดที่ให้เลือกฉากจบอีกแบบออกไป หามาดูอยู่เหมือนกัน อยากรู้ว่ามันจะจบยังไง น่าจะรู้สึกดีขึ้น
September 5th, 2008 at 11:07 am
ผมไม่เข้าใจตอนสุดท้าย ว่าทำไมพวกที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อถึงรอด ทั้งๆที่ทำร้ายพวกพระเอก ทำให้เนื้อเรื่องตอนจบมันดูขัดๆกับความรู้สึก
September 5th, 2008 at 11:28 am
ดูแล้วค่ะ เนื้อเรื่องดำเนินได้ดี น่าติดตามว่าจะเป็นอย่างไร สาเหตุเกิดจากอะไร แต่เศร้าใจกับตอนจบเรื่องมาก ๆ ความกลัว ทำให้เราตัดสินใจในสิ่งที่ไม่น่าจะเกิด….
September 5th, 2008 at 11:31 am
god god god god god god god
September 5th, 2008 at 11:32 am
คุณบอกว่า: “มันเป็นไปไม่ได้”
พระเจ้าตรัสว่า: “ทุกอย่างเป็นไปได้” (ลูกา 18:27)
คุณบอกว่า: “ฉันเหนื่อยเหลือเกิน”
พระเจ้าตรัสว่า: “เราจะให้เจ้าได้หายเหนื่อย”
คุณบอกว่า: “ไม่มีใครรักฉันเลย”
พระเจ้าตรัสว่า: “เรา…รักเจ้า”
คุณบอกว่า: “ฉันสู้ต่อไปไม่ไหวแล้ว”
พระเจ้าตรัสว่า: “พระคุณของเรานั้นมีเพียงพอ”
คุณบอกว่า: “ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี”
พระเจ้าตรัสว่า: “เราจะนำย่างเท้าของเจ้า” (สุภาษิต 3:5-6
คุณบอกว่า: “ฉันจะผ่านมันไปได้อย่างไร”
พระเจ้าตรัสว่า: “เจ้าจะเผชิญทุกสิ่งได้” (ฟิลิปปี 4:13)
คุณบอกว่า: “ฉันทำไม่ได้”
พระเจ้าตรัสว่า: “เรา..ทำได้”
คุณบอกว่า: “ไม่คุ้มเลย”
พระเจ้าตรัสว่า: “ผลที่ได้จะดีคุ้มค่าแน่นอน”
คุณบอกว่า: “ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองเด็ดขาด”
พระเจ้าตรัสว่า: “เราอภัยให้เจ้าเสมอ”
คุณบอกว่า: “มันเกินกำลังของฉัน”
พระเจ้าตรัสว่า: “เราจะจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นให้แก่เจ้าไม่ให้ขาดเลย”
คุณบอกว่า: “ฉัน..กลัว”
พระเจ้าตรัสว่า: “เราไม่ได้มอบจิตที่ขลาดกลัวให้แก่เจ้า”
คุณบอกว่า: “ฉันท้อแท้ และกังวลใจ ”
พระเจ้าตรัสว่า: “จงละความกระวนกระวายใจเอาไว้ที่เรา”
คุณบอกว่า: “ฉันไม่ฉลาดพอ”
พระเจ้าตรัสว่า: “เราให้สติปัญญาแก่เจ้า”
คุณบอกว่า: “ฉันรู้สึกอ้างว้างเดียวดาย”
พระเจ้าตรัสว่า: “เราจะไม่ละเจ้า หรือทอดทิ้งเจ้าเลย”
September 5th, 2008 at 11:39 am
อยากดูคะ แต่คงหน้ากลัว เท่าที่อ่านดู เป็นหนังหน้าสนใจมาก
คงต้องดูให้ได้คะ
September 5th, 2008 at 11:50 am
เรื่องนี้มีหลากหลายในแง่ความคิดนะเราว่า
ตอนที่เราดูครั้งแรก
ก็โอเคนะแต่พอมากลางเรื่องมันชักจะแปลกๆแล้วสัตว์ประหลาดจากต่างมิติมันเอาพระเจ้ามาเชื่อมโยงเข้ากันได้เก่งเฮะ-*-a||||
ยิ่งตอนที่หญิงชราที่รู้จักครอบครัวของคนที่มีลูกชายอะดูแล้วน่าสงสารเพราะอุตส่าห์ปกป้องแล้วอยู่ๆตายไม่รู้ตัวแล้ววว่าไม่ไหวแย้วน้ำตาจะเล็ดแล้ว
ยิ่งตอนสุดท้ายเป็นตอนจบได้ทำได้แบบ
หักมุมสุดๆ ขอพูดจากใจเลยว่าตอนจบแบบว่า…
ทำร้ายจิตใจกันขั้น….#$%%^&^*()()@#$@$#$%$%
มากมาย พวกที่อยู่ในชุปเปอร์มาเก็ตคิดว่าจะรอดไหม-*-
อาจจะรอดไปแล้วทีนึงแต่หนที่ 2 ไม่น่าจะรอดถ้าคิดมั่วอยู่แบบนั้นโดยไม่ทำอะไรมันก็เหมือนเราอยู่ในนั้นรอความตายมาเยือนเราเท่านั้น เราคิดแบบนี้นะ-*-
แต่ตอนจบก็รู้สึกสะเทือนใจเช่นกัน
คนเป็นพ่อยิงได้กระทั่งลูกตัวเองแต่เข้าใจว่าในสถานการณ์แบบนั้นมันสุดๆๆๆจริงๆ
ถ้าเราอยู่ในนาทีนั้นจริงๆ เราจะนั่งรอชม.2ชม. รึข้ามวันไปแล้วยังไม่มาถึงเวลานั้นค่อยยิงตัวเองตาย
แต่เปงหนังที่หดหู่สุดๆ-*-
ยอมรับและทำให้หลอกคนดูได้สุดๆนึกว่าตอนจบจะ….นะ
September 5th, 2008 at 2:23 pm
เกี่ยวกับความเชื่อในพระเจ้ามากกว่า ไม่ได้นับถือแต่รู้สึกว่าอย่าดูถูกดูแคลนพระเจ้านะ จงรักษาศรัทธาไว้จนวาระสุดท้าย ประมาณนั้นมั้ง
September 5th, 2008 at 3:16 pm
ได้ดูหนังเรื่องนี้เหมือนกัน สะเทือนอารมณ์พอสมควร ยิ่งตอนจบน่าสงสารพระเอกที่สุด แบบสุดสะเทือนใจเลยอ่ะ
September 5th, 2008 at 6:02 pm
ดูแล้วคิดว่า ความกลัวนำพาเราไปได้ทุกสิ่ง
แต่ตอนสุดท้ายนี่มันบีบหัวใจจริงๆ
September 5th, 2008 at 6:06 pm
หนังเรื่องนี้ผมชอบเหมือนกันจบแบบไม่ธรรมดา ทำให้ผมนั่งอึ้งหลังหนังจบอีกสักพัก ผิดกับการคาดการณ์ของผม ต้องนั่งถามตัวเองว่าหนังให้ข้อคิดอะไรบ้าง ถึงจบแบบทำร้ายจิตใจคนดูขนาดนี้ ผมเลยสรุปของผมเองว่า
1.ความกลัวทำให้เราต้องหาที่ยึดเหนี่ยวอาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้ ต้องมีสติในการเลือกที่จะเชื่อ
2.โชคชะตาเหมือนฟ้าลิขิตไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคด หนีออกจากซุปเปอร์ฯดันตาย อยู่กับรอด แต่ถ้าเป็นผมผมก็หนีไม่อยู่เช่นกัน เพราะอนาคตไม่มีใครรู้ ถ้าเลือกแล้วอย่าเสียใจในสิ่งที่เราเลือก
3.ถ้าตัดสินใจทำอะไรแล้ว ก็ทำไปและพิจารณาในสิ่งที่เราทำ ถ้าคิดว่าถูกต้องก็ทำต่อไปให้ถึงที่สุดอย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค ถ้ามีลมหายใจก็ต้องสู้ต่อไปเพราะไม่รู้ว่าสุดท้ายจริงๆ จะเป็นเช่นไร
ผมคิดว่าคล้ายกับการเมืองก็ตรงที่ว่าการเชื่อกลุ่มพันธมิตรหรือคุณสมัครจะเหมือนกับการเชื่อผู้หญิงบ้าที่คลั่งศาสนาหรือไม่ คุณต้องใช้สติและเหตุผลของคุณเองในการเชื่อ การหนีจากซุปเปอร์ฯเหมือนกับการที่จะอยู่ในระบบแบบเดิมหรือต้องการระบบใหม่ ซึ่งในเวลาที่ต้องตัดสินใจไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นเช่นไรในอนาคต ต้องตัดสินใจเลือกในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด และทบทวนในสิ่งที่ตัวเองเลือก เลือกผิดเลือกใหม่ได้ แต่อย่าทำร้ายผู้อื่นและตัวเอง
September 5th, 2008 at 6:10 pm
ฉีกกฎหลายอย่างดูง่ายๆ ตอนสุดท้ายทำให้ได้ข้อคิดว่า
ความสามัคคี ความเห็นอกเห็นใจ ความพยายาม บางทีก็ไม่ได้ทำให้เราประสบผลสำเร็จ
September 5th, 2008 at 7:45 pm
เราดูหนังเรื่องนี้แล้ว
ไม่ชอบตอนจบเลย
คนเรายังมีทางออก
ไม่จำเป็นต้องจบชีวิต
คุณไม่ได้หิวจนใกล้จะตาย
สัตว์ประหลาดไม่ได้เกาะรถคุณ
แล้วจะคิดตายไปเพื่ออะไร
ไอ้เราก็คิดว่า ฉลาดมากๆที่ออกมา
55555+ แต่สุดท้าย คนที่ไม่ออกมา
กลับรอด จบแบบเสียความรู้สึกมากมาย
September 5th, 2008 at 10:07 pm
ไอย๊ะ ลังก๊ะ -*-
September 6th, 2008 at 12:42 am
ตอนจบ น่าสมเพศ จริงๆ ไม่น่าคิดสั้นอย่างนั้น น่าจะรอให้ถึงที่สุดมากกว่า
September 6th, 2008 at 2:07 am
จิงๆต้องเชื่ออีผู้หญิงคนนั้น
ตอนแรกๆก็ว่ามันบ้า เชื่อแต่พระเจ้า
หนังเศร้าดี น่าจะรออีกหน่อยนะ รถถังก็มาถึงแล้ว
หรืออาจจะต้องฆ่าเด็กก่อน แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น
ตายทั้งเป็นชัดๆ
September 6th, 2008 at 11:24 am
ถ้าผมเป็นพระเอกตอนจะจบน่ะ….ลูกปืนที่เหลือจะเก็บไว้ยิงสู้กับสัตว์ประหลาดดีกว่ามาทำร้ายตัวเองหรือคนที่เราปกป้องมาตลอด…สู้ๆๆๆ มารในใจเราก่อนและพวก มิจฉาทิฎฐิ…เชื่อครับว่าต้องมีหนทางออกที่ดี ขึ้นอยู่กับ ความอดทน ว่าใครจะอดทนได้นานที่สุด..(+_=)
September 6th, 2008 at 1:37 pm
-ดูเรื่องนี้แล้ว หดหู่มากตอนฉากปลุกระดม จนต้องนำมาคิดทบทวนว่า คนที่สิ้นหวังจะถูกครอบงำจากสิ่งที่ไม่มีตัวตนได้ สามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อตอบสนองความเชื่อของตัวเอง
- คนที่เป็นผู้นำในสถานการณ์ที่เลวร้าย ต้องตัดสินใจทุกอย่าง เพื่อคนอื่น เรื่องนี้ พระเอกเป็นตัวชูโรงเหมือนเรื่องอื่น ๆ แต่สุดท้ายแล้ว คนที่พ่ายแพ้กลับเป็นตัวพระเอกเสียเอง
-ฉากจบไม่ต้องบรรยาย ความรู้สึกปวดร้าว หัวใจแทบไหม้ เพราะการตัดสินใจที่ผิด ซึ่งเกิดจากความท้อแท้ สิ้นหวัง สิ้นหนทาง คิดว่าทางออกทางเดียวคือ ไม่รับรู้สิ่งที่จะตามมา
สุดยอดครับ หนังเรื่องนี้
September 6th, 2008 at 4:04 pm
ผมคิดว่าคุณเป็นคนชอบดูหนังนะบทความที่เขียนออกมาดีมากอยากให้เขียนอีกเยอะๆที่จริงเขียนหนังที่ชนโรงก็ดีนะจะได้เอาไว้ตัดสินใจว่าจะดูที่โรงหรือรอดูdvdยังไงก็ชอบบทความที่เขียนครับแล้วจะเข้ามาอ่านบ่อยๆ
September 6th, 2008 at 6:21 pm
เราเคยดู สกู๊ปหนังเรื่องนี้นะ
เห้นผู้กำกับว่า มันเป็งเรื่องของการเมืองคะ ที่เขามาแปลเป็นเรื่องที่เราต้องใช้ความคิดเอาเองว่าเราจะเอายังไงกับชิวิต เราจะยอมให้คนอื่นมาบังคับเราหรือว่าเราจะบังคับตัวเอง อย่างที่มีหลายคนบอกว่ามันมี 2 ตอนจบ ที่ทุกคนเห็นคงเป้นตอน ที่พระเอกของเรื่อง ยิงทุกคนตาย เขาบอกฉากเป็นเป้นเรื่องจริงที่เราเผชิญอยุ่ในปัจจุบัน มันก้อเป็นอย่างที่เขาบอกนะ อีกตอนจบฉากหนึ่ง น้ำมันไม่หมด แต่ขับไปเรื่อย ๆ จนไม่เจอใคร เหมือนคิดว่าตัวเองตายแล้ว แต่ทุกคนไม่ตายนะ แต่ส่วนตัวเราชอบตอนที่กคนตายมากกว่า มันสมเหตุสมผล ผุ้กำกับบอกว่า เขาเชื่อในความจริง ตอนจบถึงออกมาอย่างนี้ *-*
อย่าเครียดไปเลยคะ มันก้แค่หนัง แต่มันก้อให้ข้อคิดได้หลายอย่าง
แล้วแต่ใครจะใช้วิจารณญานของใคร คิดอย่างไร โชคดีคะ ^-^
September 6th, 2008 at 7:45 pm
ดี ค่ะ แต่จบแบบหดหู่ใจมาก ๆ เลย
September 6th, 2008 at 7:46 pm
ดีค่ะ แต่จบแบบหดหู่ใจยังงัยก็ไม่รู้
September 7th, 2008 at 9:06 am
คุณเจ้าของกระทู้คงจะต้องชอบเรื่อง Dream Catcher ด้วยใช่ไหมครับ
September 7th, 2008 at 9:39 am
ชอบหนังเรื่องนี้มากค่ะ เดินเรื่องได้สนุก และตื่นเต้นมาก แต่จบตอนท้ายได้สิ้นหวังมาก ดู ๆ ไปมันก็จบกวนดี พูดถึงก็ฮาดี
September 7th, 2008 at 12:15 pm
ผมว่าหนังเรื่องดีมากตอนจบนั่นแหละ เพราะน้อยเรื่องที่จะกล้าสร้างหนังที่ตอนท้ายนั้นเกิดจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดของตัวเอก มีเรื่องนี้เรื่องเดียวผมจะซื้อมาเก็บเพื่อสอนตัวเองว่า
อย่าเชื่อในสิงที่ตัวเองคิดว่าถูกต้องเสมอไป
อย่าคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกหรือวีรบุรุษ เพราะคุณกำลังหลอกตัวเองอยู๋
September 7th, 2008 at 5:07 pm
หนังแสดงถึง ความเชื่อ และ ความศรัทธา น่าจะเกี่ยวข้องกันหลักศาสนาคริสเป็นหลัก ดูแล้วมันหดหู รู้สึกว่าผู้กำกับซาดิสไปหรือป่าวที่ทำให้หนังจบอย่างนี้ ทั้งๆ ที่คนทั้งโรงเราลุ้นให้พวกเค้าไอ้รอดตาย แต่กลับกันคนที่ เชื่อในความเชื่อที่ป้ามหาภัยยัดเยียดให้จนเหมือนคนเสียสติ ว่าให้เชื่อในพระองค์ เชื่อแบบไม่มีเหตุผล กลับรอดตาย แต่คนที่มีสติและพร้อมจะเชื่อในสัญชาติญาณความเอาตัวรอดแบบ basic ที่สุดของมนุษย์ กลับต้องได้รับการลงโทษอย่างแสนสาหัสที่สุด มันดูเจ็บปวด ทรมาณ เหมือนคนกำกับและคนเขียนบทจะค่อนข้าง เป็นพวกเคร่งในศาสนาอย่างรุนแรง บางครั้ง คำว่าศรัทธามันก็อยู่เหมือนเหตุผล อยู่เหนือธรรมชาติครับ ต้องทำใจครับ อย่าไปคิดต่อ เพราะหนังเค้าวางกับดักหัดมุมเพื่อให้เราเอากลับไปหลอนที่บ้านครับ อย่างเช่น ซิกเซ้น หรือ the other ของ นิกโคล คิดแมน ก็เช่นกับครับ
September 7th, 2008 at 6:21 pm
ชอบ blog คุณพี่ค่ะ แล้วจะตามอ่านอีก
ส่วนหนังเรื่องนี้ ดูแล้วให้เกิดอารมณ์อินจริงๆ เซ็งเป็ดกะคุณป้ามหาภัย เพราะแกทำตัวคล้ายๆ ใครๆ ในสังคมปัจจุบันอีกหลายคน แล้วเซ็งเขียดแทนคุณพ่อยิงเพื่อนด้วย อินขนาดลองคิดดูว่าถ้าเป็นเราแล้วจะทำไงดี คิดไม่ออก แต่ยังไงๆ คงไม่ฆ่าตัวตายล่ะ หนังแปลกดี หดหู่ได้ที่ แต่ก้อแสดงให้เห็น true element ของคนในภาวะคับขันได้ ถ้าชอบหนังแบบนี้ แนะนำให้ดู Lord of flies ค่ะ ดูครั้งแรกถึงช๊อกเลย แต่เป็นหนังที่ติดอยู่ในใจมาจนทุกวันนี้
September 7th, 2008 at 10:12 pm
ดูเรื่องนี้ก่อนที่เมืองไทยเดือนกว่า ตอนแรกนึกว่าที่เมืองไทยมีจบอีกแบบ ปรากฎว่าจบเหมือนที่ดู หนังสนุกดี ดูจบแล้วเจ็บใจ มีคำถามกับเพื่อนว่าทำไมไม่รอ แต่มีคำตอบจากเพื่อนอีกคนว่า แล้วถ้ารอแต่ไม่มีคนมาช่วยล่ะ จะเสียกระสุนยิงสัคว์ประหลาด รึยิงตัวเองดี
ช่วงป้ามหาประลัยนั่นก้อเหมือนกัน ตอนที่ถูกยิงกลางหน้าผาก เด็ก ๆ ในบ้านเฮกัน ยังกะเชียร์มวย อีกฉากที่ชอบคือ ตอนคุณยาย ยิงสเปย์ แล้วจุดไฟ ได้เฮกันอีกครับท่าน
เนื้อเรื่องน่าติดตามดี ทำให้คิดได้ว่า คนดีตายก่อนแล้วเหลือคน ชั่ว ๆ ไว้ตายอย่างทรมาณนาน ๆ ก้อดีเหมือนกัน มีคำถาม แล้วคนที่อยู่ในซุปเปอร์จะตายรึเปล่า พระเอกเหนื่อยแทบตาย ครอบครัวคนรัก เกือบรอด แล้วคนที่ไม่ได้พยายามอะๆร ทำไมถึง… จิงไม๊
September 8th, 2008 at 12:54 pm
ความสุขและความทุกข์ มันมีเวลาของมัน มันมาแล้ว มันก็ไป อนิจจัง
September 8th, 2008 at 1:01 pm
ดูแล้วเหมือนกันหนังเรื่องนี้
ตอนแรกก้อสนุกดีแต่ตอนจบนี่สิ
รู้สึกสะเทือนใจอย่างแรง
ทำให้รู้ว่าคนเราไม่ควรรีบคิดหรือตัดสินใจอะไรอย่างเร็ว
เพราะทุกปัญหาต้องมีทางออกที่ดีแน่นอน
แต่ควรที่จะไตร่ตรองให่รอบคอบกว่านี้
เศร้าใจมากกับตอนจบของเรื่องนี้จริงๆ
September 8th, 2008 at 2:20 pm
เรื่องหนังนั้นโอเคเลยอ่า หนังดี ให้แนวคิดอารายได้หลายๆอย่าง อย่างฉากจบ
มันให้แนวคิดกะเราว่า ชีวิตคนเราต้องอดทน และไม่สิ้นหวัง สองมือยังมี
สองเท้ายังอยู่ก็สู้กันต่อไป อย่าสิ้นหวัง การฆ่าตัวตายไม่ใช่ทางออกของปัญหา
ส่วนฉากที่แม่ออกไปช่วยลูกแล้วรอดตายทั้งคู่นั้น ทำให้เราได้คิดว่า
พลังความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด เสียสละให้ลูกได้ขนาดไหน
คนเราอยู่ได้ด้วยความรักที่หล่อเลี้ยง ความรักก่อให้เกิดความหวังและปาฏิหารย์
โดยเฉพาะความรักที่พ่อแม่มีให้ลูก
ส่วนเรื่องเหตุการณ์บ้านเมือง เราคิดว่า บางทีการอดทนรอความหวังโดยนั่งอยู่เฉยๆ มันอาจจาสายเกินไป จนเราไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีก อย่างในหนังมันก็บอกอยู่ ว่าให้เราสู้อย่างมีความหวัง จะเป็นยังไงอยู่ที่จังหวะชีวิตและกรรมของแต่ละคน แต่การนอนรอความหวังด้วยความอดทนอยู่เฉยๆ ก็อาจจะเป็นการนอนรอวันตาย ถ้าในหนัง อยู่ในซุปเปอร์มาเก็ตเฉยๆ จนกว่าหมอกจะหายไป แต่ถ้าตอนหมอกกำลังจะหายไป แล้วสัตว์ประหลาดมันบุกเข้ามาได้ล่ะ ทุกคนในที่นั้นจะตายกันหมดไหม ใช้สติแล้วจะเกิดปัญญา บางทีการที่เราจะทำอะไรลงไป เพียงแค่เราใช่สติ พิจารณาถึงเหตุและผลของการกระทำอย่างละเอียดถี่ถ้วน คำถึงถึงโทษและประโยชน์ พิจารณาว่าสิ่งไหนมันเหมาะที่จะเลือกทำกว่ากัน มันก็อาจทำให้เราพ้นภัยได้ การใช้สติพิจารณาเหตุการต่างๆ ทำให้เราแยกแยะ ได้ว่า สิ่งไหนควร หรือไม่ควร และสิ่งที่ควร ควรทำตอนไหน เวลาใด
September 8th, 2008 at 7:52 pm
ก็ไม่แน่ใจอ่าตอนแรกๆที่ดูนึกว่าเป็นหนังทางด้านศาสนาเพราะตอนแรกมีทั้งการไปเปิดถึงโลกอื่นในคัมภีร์ไบเบิ้ลมีการบัญญัติไว้ว่าห้ามเปิดมิติอื่นถูกไหม?และก็มีคุณป้าคนนั้นที่คลั่งศาสนามาพูดพล่ามๆๆๆใส่หูและฉากที่ทำให้คุณคนนี้ดูขลังมากกว่าเดิมคือตอนที่แมลงสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งบินเข้ามาแต่ไม่กัดทำให้ทุกคนที่ยืนอยู่แถวนั้นก็เลื่อมใสก็เป็นแค่การแสดงความคิดเห็นน่ะอย่าคิดมากคริๆ
September 8th, 2008 at 8:44 pm
ชอบดนตรีประกอบอะ
September 8th, 2008 at 10:23 pm
พระเจ้ามีจิงตะหาก
September 9th, 2008 at 2:45 am
เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งในรอบหลายปีที่มีความรู้สึกชอบมาก ถึงมากที่สุดก็ว่าได้ โดยส่วนตัวชอบหนังเรื่องนี้ เพราะหนังได้เล่าถึงคำตอบของคำถามที่ว่า “มนุษย์จะทำอะไรได้แค่ไหนถ้าต้องอยู่ในสถานการณ์ถูกบีบคั้น” หนังเรื่องนี้ได้แสดงให้เห็นถึงคำว่า…มนุษย์…ได้อย่างค่อนข้างดีเลยทีเดียวในความคิดเรา
September 9th, 2008 at 8:21 am
เป็นหนังที่ดูฉากจบแล้วคิดว่ามันโง่เนาะ แต่ก็ได้กลับมาคิดว่าถ้าเป็นตัวเราจะทำอย่างไร..
ทนายความในเรื่องมีความคิดคล้ายๆ คนในปัจจุบันนี้ด้วย ไม่สน ไม่เชื่อ ไม่เสียสละ…
สรุป อำนาจของอาวุธและความเถื่อนในคนดี ยังจำเป็นเสมอ เพื่อควบคุมคนชั่ว…..
September 9th, 2008 at 9:32 am
เรื่องนี้ไปดูแล้วค่ะ กันตื่นเต้นดีแต่ไม่ค่อยมีไรมาก ตอนจบน่าจะมีลุ้นมากกว่านี้นะ -_-”
September 9th, 2008 at 10:27 am
โดยภาพรวมสนุกมากครับ แต่ในตอนจบทรมานคนดูนะครับ เหมือนสิ้นหวังทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว แล้วก็กระทำอะไรบางอย่างลงไปที่สายเกินแก้ น่าจะสอนให้ทุกคนรู้ว่าอย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆ ครับ สักวันแสงสว่างต้องส่องมาที่เราครับ
September 9th, 2008 at 1:15 pm
ตอนแรกมันก็ลุ้นระทึกดีมาก แต่ตอนจบมันไม่สมกับที่ต้องฆ่าคนเพื่อออกจากร้านเพื่อโอกาสรอด แค่น้ำมันหมด ยังไม่ได้บอกว่าออกจากรถแล้วอาจรอดก็ได้หนังไม่ได้ทำให้ลุ้นต่อคนเรามันต้องสู้ให้ถึงที่สุดไม่ใช่ยอมตายโดยที่ยังไม่ได้ออกไปดูเลยว่าจะเจออะไร
ซ้ำร้ายยังไม่เห็นตัวสัตว์ประหลาดตัวนั้นเลย เห็นแค่หนวด ถ้าไม่คิดอะไรมากก็ดูกันเถอะครับ
September 9th, 2008 at 3:07 pm
ดูแล้ว รู้สึกสะเทือนใจมาก ๆ เลย ตอนแรกรู้สึกดี พอตอนจบดูแล้ว ร้องไห้เลย ไม่เหมาะสำหรับคนที่จิตตกอย่างแรงค่ะ ดูแล้วอาจหดหู่ได้เลย
September 9th, 2008 at 5:35 pm
มันคิดได้ไงฆ่าลูกก่อนเป็นเฮาก้อให้ตายไปพร้อมกันนั้นแหละ โกรธมากไม่แนะนำให้ใครดูเลย
September 9th, 2008 at 9:35 pm
ตอนแรกไม่อยากดูค่ะเพราะคิดว่าเป็นหนังแนว สัตว์ประหลาดแดกโลก
แต่พอดูแล้ว เรื่องราวเป็นแบบนี้ ก็ประทับใจมาก+สะเทือนใจ
ดูจบแล้วลุกจากเก้าอี้ไม่ได้ หนังเรื่องนี้สอนเราได้ดีจริงๆ
September 9th, 2008 at 10:51 pm
ไม่ชอบเลย จบแบบหดหู่มาก ทำให้เสียคุณค่าของหนังไปเลย ที่จริงชีวิตของคนเรามีเรื่องราวที่น่าเศร้าและเจ็บปวดมากมายอยู่แล้ว หนังและละครเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เรามีกำลังใจที่จะต่อสู้และเผชิญกับปัญหาต่างๆอย่างเข้มแข็ง หนังตลกทำให้เราหลายคนลืมความทุกข์ไปชั่วขณะหนึ่ง ได้ปลดปล่อยเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานไปกับมุกที่ลื่นบ้างแป๊กบ้างแต่คุณค่าคือเสียงหัวเราะที่ให้กับคนดู (ถึงแม้เราจะไม่ค่อยชอบดูหนังแนวนี้ )หนังบู๊ล้างผลาญ แรมโบ้ ,คนเหล็ก ,007 มอบความฝันให้กับคนดูมากมาย เด็กๆอยากมี่ร่างก่ยที่แข็งแรง อยากเป็นคนกล้า เรียนรู้ที่จะปกป้องคนที่อ่อนแอกว่า หนังรักโรแมนติก มอบความสุขแสนหวานให้ผู้ที่ตามหารักแท้ แม้ไม่เจอคนที่ใช่ แต่เขาก็จะโผล่มาสักวัน ส่วนคนที่กำลังมีความรักก็ช่วยเติมความรู้สึกนั้นให้หอมหวานยิ่งขึ้น หนังศาสนา สอนให้เราทำความดี เชื่อมั่นในความดี กล้าหาญที่จะต่อสู้กับความชั่วร้ายต่างๆ (ตายเพื่อความถูกต้องแล้วเราจะไปสวรรค์ อะไรทำนองนั้น) ที่พูดมาทั้งหมดเพื่อจะบอกว่า หนังมีคุณค่าแม้ทุนสร้างไม่เท่ากัน นักแสดงค่าตัวถูก หรือผู้กำกับมือใหม่ แม้แต่หนังที่เราไม่เคยคิดจะดูเลย ประเภทเอานักร้องมาเป็นพระเอก เอาตลกมารวมกันเยอะๆแล้วพูดจาหยาบคาย หรือตลกมุขเจ็บตัว แต่บอกได้คำเดียวว่าดีกว่าเรื่องนี้มากมาย เพราะหนังเรื่องนี้ไม่ได้ให้คุณค่าอะไรกับคนดูเลยนอกจากความหดหู่ บรรยากาศที่สิ้นหวัง ความสิ้นคิดของตัวละครเอก ที่จริงน่าจะเป็นความสิ้นคิดของคนเขียนบทหรือผู้กำกับมากกว่า ใครที่เข้าไปดูหนังเรื่องนี้จะไม่มีความรู้สึกอยากเป็นผู้นำ เพราะภาพผู้นำที่ถูกยัดเยียดออกมาในตอนจบนั้นคือภาพของคนขี้แพ้ ที่ยอมถอดใจตั้งแต่ลมหายใจยังมีอยู่ ความกล้าหาญที่หนังพยายามสร้างมาตั้งแต่แรกถูกลบหายไปพร้อมกับตอนจบทีไม่ได้ความ ใครที่เคยเชื่อว่ากล้าหาญแล้วเราจะรอด เชื่อมั่นในกันและกัน ความสามัคคีคือพลัง สิ่งเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นเหมือนภาพลวงตาเพื่อที่จะบอกเราในตอนสุดท้ายว่ามันไม่มีอยู่จริงในหนังเรื่องนี้ ใครที่มีเรื่องทุกข์ใจแล้วได้ดูหนังเรื่องนี้คงไม่คิดมากในการเดินออกมาจากโรงแล้วไปฆ่าตัวตายที่ไหนสักที่ เพราะชวิตนี้อยู่ไปก็สิ้นหวัง ขนาดพระเอกที่ควรมีแรงจูงใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป เพราะมีลูกที่เขารักนักหนาต้องปกป้อง มีพลังแห่งการต่อสู้ มีความฉลาด รอบคอบ(ตามที่หนังสร้างให้เราเชื่อ) ยังอุตส่าห์ยอมฆ่าคนที่เขารักตายและเพื่อนฝูงที่ร่วมฟันฝ่ากันมาด้วยความยากลำบากได้ด้วยเหตุผลที่ว่าน้ำมันหมด รถไปต่อไม่ได้(เพราะฉะนั้นพวกเราทุกคนสมควรตายซะ รวมทั้งลูกด้วยนะเด็กน้อย ?) แล้วนับประสาอะไรกับคนที่เมียทิ้งไปมีชู้ ครอบครัวที่ต้องสูญเสียเสาหลัก แม่ที่ลูกตาย คนที่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เด็กที่ได้รับเชื้อ HIV จากพ่อแม่โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ นักธุรกิจที่ใกล้ล้มละลาย ชาวนาที่ถูกเถ้าแก่โรงสีโกงค่าข้าว ฯลฯ คนเหล่านี้ไม่สมควรได้รับรู้ว่าโลกนี้มีหนังเรื่องนี้อยู่ เพราะมันจะเป็นการช่วยตอกย้ำว่า ทำไมพวกคุณยังไม่รีบฆ่าตัวตายอีกหา ! ในเมื่อคุณมีเหตูผลที่จะตายมากกว่าพระเอกเรื่องนี้ซะอีก
ปล.มีลูกมีหลานจะไม่ให้ดูหนังเรื่องนี้เลย แต่ถ้ามันอยากลองก็ตามใจมัน
September 10th, 2008 at 10:40 am
ความหวังยังมีเสมอ ขอแค่อดทนรอิดนึง
September 10th, 2008 at 11:08 am
รับไม่ได้กับตอนจบของหนังแร่องนี้ เพราะดูเหมือนกัน พอดูจบกอดลูกร้องไห้เลย อินมากๆ
และถ้าเป็นตัวเองจะไม่ทำอย่างพระเอกในเรื่องเด็ดขาด
September 10th, 2008 at 11:51 am
ผมชอบนะหนังแนวลึกลับ สัปหลาด ทีแรกไม่ได้ว่าจะเกี่ยวกับศาสนากับวิทยาศาสตร์เลย แล้วก็ชอบหนังของ สตีเฟนคิงอยู่ด้วย หนังเค้าแนวลึกลับใ้ห้ค้นหา พร้อมน่ากลัว ในพฤติกรรมแปลกๆ เหมือนอยู่ในจินตนาการอีกโลกหนึ่ง ถ้าใครได้ดูหลายๆเรื่องของเขาอ่ะนะ ส่วนเรื่องนี้ ผมก็คงตอบเหมือนทุกคนอ่ะ สะเทือนใจ อึดอัดใจ แต่จะชอบสุดตรงอารมณ์ของภาวะคนโดนกดดันจากสัปหลาดรอบตัว ที่ไม่รู้จะมาทำร้ายเมื่อไหร่ จนเกิด อาการคลั่งศาสนา จากเพียงคนๆเดียว ที่ทีแรกดูเหมือนเป็นยายบ้า ไม่น่าเชื่อ ก็ทำให้คนเชื่อได้ท้งหมดคลั่งกันไปได้ เหมือนไอ้ที่ประท้วงกันอยู่เนี่ย เชื่อจากคนกระจุกเดียว แล้วก็กล่อมให้คลั่ง ไปทุบไปทำลายข้าวของคนอื่นได้ มันสอนให้ว่าอย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ ฟังได้เชื่อไ้ด้ แต่ให้อยู่ในความพอดี ไม่เกินเลยคนอื่น พวกที่เชื่อง่ายๆ มันเลยดูจะจิตอ่อนกันไป
ทุกอย่างมีทางออกของมันเอง อย่าเพิ่งไปเชื่ออะไรใคร เชื่อตัวเองดีที่สุด
September 10th, 2008 at 12:41 pm
ชอบตอนยิงหัวใยป้านรกอะสะใจดี—แต่เกลียดตอนจบมาก — ข้างคาใจ –อยากยิงหัวผู้สร้าง หุหุหุหุ
September 10th, 2008 at 4:21 pm
ดูแล้วคับ มันเป็นหนังที่แสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ของแต่ละคนเมื่ออยู่ในห้วงแห่งความกลัว
ความสิ้นหวัง มันสามาร๔ทำอะไรเพื่อตัวเองโดยไม่ยั้งคิดได้
September 10th, 2008 at 4:33 pm
หนังตั้งใจเกินไป ไม่ค่อยเนียนเลย
September 10th, 2008 at 8:02 pm
คุณเขียนดีนะคับ ขอชื่นชม ดูหลายรอบแล้วเหมือนกัน
มีแง่คิดที่แฝงอยู่แต่เราอาจจะมองผ่านมันไป
แต่คุณอธิบายได้กระจ่างดี
September 10th, 2008 at 10:12 pm
แนะนำห้ดูถึงตอนจบครับ เป็นหนังเรื่องนึงที่ผมไม่เคยลืมเลย
September 11th, 2008 at 9:04 am
ดูแล้วครับสนุกมาก แต่ไม่น่าถอดใจตอนสุดท้ายเลย
September 11th, 2008 at 11:31 am
เราก็ได้ดูเรื่องนี้ แต่ตอนจบนี่ซิ เราคิดว่านะในเมือเลือกที่จะออกมาจากที่นั่นแล้วก็ต้องไปให้ถึงที่สุด ยอมสู้จนตายดีกว่าฆ่าตัวตาย หรือไม่ก็รออยู่ในนั้นนั่นแหละ
September 11th, 2008 at 12:36 pm
เสียอารมณ์จิง ๆ
September 11th, 2008 at 5:42 pm
1. เศร้า: ฉากที่กลับบ้านไปเจอภรรยาถูกพันอยู่ในหยากไย่หน้าบ้าน
2. กลัว: ฉากที่ตัวอะไรวิ่งออกมาจากผู้ชายที่ไม่เชื่อคราวแรก ล้มตึงลงมา
3. หดหุ่: ฉากจบ บ้าจิงๆๆๆๆ
September 11th, 2008 at 6:13 pm
ดูแล้วสะเทือนใจอ่ะ ไม่น่าเป็นแบบนี้เลย
September 11th, 2008 at 6:47 pm
หนังดีนะหักมุมดี
September 11th, 2008 at 7:25 pm
แรงกดดันของตัวละครในเรื่อง(พระเอก)
แรงกดดันของผู้รับชม
ผมบอกได้อย่างหนึ่งว่า มันแตกต่างกัน ครับ ถ้ามองผิวเผินอย่างตื้นเขินแล้วอาจมองได้ว่า ตัวพระเอก นั้นขี้ขลาด และขาดความกล้าหาญ แต่อย่าลืมสิ่งสำคัญสิครับ นั่นคือ ยังไงมนุษย์ก็ยังเป็นมนุษย์อยุ่วันยังค่ำ ในสถานการณ์ที่พระเอกเผชิญหน้าและรับมืออยู่นั้น ความตึงเครียดได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง สัตว์ประหลาดบางชนิดในเรื่อง มันไม่ได้ฆ่าตัวเราโดยทันทีน่ะครับ มันทำให้ตัวเราขยับไม่ได้และพันไว้ด้วยใยที่เหนียวมาก และแน่นอนว่าสุดท้ายตัวเราก็ได้รู้ว่า เราจะให้กำเนิด ทารกอสุรกาย มากมายเป็นสิบ เป็น ร้อยตัว ไม่สนุกแน่ครับ ถ้าคุณจะต้องเฝ้ามอง ลูกของคุณให้ตัวประลาดเหล่านั้นพุ่งทะลุออกมาจากส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย และสุดท้ายจุดที่ความสิ้นหวังไหลมากระจุกและรวมตัวกันนั้นก็คือตอนสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์เดินชมวิวเล่นอย่างสบายอุรา นั่นแหละคือตอนที่ทำให้พระเอกตัดสินใจทำสิ่งที่น่าใจหาย
แต่ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าพระเอกเค้าได้ทำหน้าที่อย่างดีและสมบูรณ์ยิ่งแล้ว สำหรับตัวละครที่พ่วงลูกติดมาด้วย คนที่บอกว่า น่าจะอดทนรออีกซักพักน่ะ นั้นคือคุณตัดสินเพียงการมองโลกในด้านเดียว ไม่ได้เข้าใจถึงมุมมองและเนื้อหาของตัวหนังเลยซักนิด มนุษย์ก็คือมนุษย์อยู่วันยังค่ำ…
ความกล้าก็คือความกลัวชนิดหนึ่งน่ะผมว่า
กลัวที่จะสูญเสียสิ่งต่างๆไป เราจึงเรียนรู้ที่จะ กล้า …
September 11th, 2008 at 8:54 pm
ผมชอบหนังเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะเสียพากษ์ของนักพากษ์ ที่ช่วยให้เราไม่เครียดกับหนังมากเกินไป ใส่มุขตลก คำพูดขำๆ ให้เราได้ฮาบ้าง
September 12th, 2008 at 7:42 am
มันก็ดีนะคับแต่มีคนบอกว่าพระเอกไม่หน้าทำอย่างงั้นเลย
September 12th, 2008 at 8:51 pm
ตอนแรกก็รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มันจบแบบทำร้ายจิตใจมากเลยอ่ะ,,,,ไม่น่าจบแบบนี้เลย
แต่พอมาอ่านคอมเม้นของคนอื่น ๆ แล้วรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ได้สอนอะรัย ๆ เราหลายอย่างมาก ๆ
มันเปนสิ่งที่มักจะเกิดกับเราอยู่เสมอ คือ ” ความสิ้นหวังในชีวิต ” ตอนนี้รู้แล้วว่า” อย่ายอมแพ้ในเมื่อเรายังมีลมหายใจอยู่ สู้ต่อไป แม้วาว่าโอกาสชนะจะมีเพียงน้อยนิด” ขอบคุณหนังเรื่องนี้จิง ๆ ค่ะ ทำให้เราไม่รู้สึกท้อเลย
September 12th, 2008 at 8:52 pm
ยกให้ THE MIST เปนสุดยอดภาพยนตร์เลยค่ะ
September 12th, 2008 at 10:53 pm
พระเอก กับพวก อีก 3 คน พร้อมลูกหนีออกมาได้ ขัรถกลับบ้าน เมียตาย ขับออกมา น้ำมันหมด
เหลอืกระสุน 4 นัด ฆ่าลูกตัวเองกับพวกที่หนีมาด้วย สุดเหลือตัวเอง ออกมาให้ สัตว์ประหลาดกินแต่ปรากฏว่า
มหาร ได้ กำจัดหมดแล้ว เวงกำ ฆ่าลูกตัวเองไปแล้ว
September 13th, 2008 at 9:47 am
เหมือนจะสื่อว่าสะท้อนสถานการณ์ในบ้านเมืองตอนนี้รึป่่าวครับ ผมว่าดีนะครับ
September 14th, 2008 at 6:40 pm
เป็นหนังที่ชอบมากเรื่องนึงนะ ไม่คิดเลยว่าตอนจบจะเป็นแบบนั้น ยิ่งตอนที่เห็นว่ายัยคนที่ออกไปคนแรกเพื่อจะไปหาลูกกลับรอด อึ้งไปเลย เป็นหนังที่ให้แง่คิดหลายอย่าง ทำได้ดีจิงๆสำหรับ สตีเฟ่น คิงส์ เจ๋งอีกแล้ว
September 14th, 2008 at 10:36 pm
หนังเรื่องนี้ให้แนวคิดดีๆมากแต่ไม่ชอบตอนจบเลยอ่า เศร้า สลดหดหู่ อยากให้จบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง มากกว่า สงสารพระเอกจัง
September 15th, 2008 at 12:12 pm
ครับจริงด้วยน่าสงสารพระเอกจริง น่าจะให้เรื่องนี้จบแบบความสุขนะครับ
September 15th, 2008 at 6:47 pm
ตอนแรกมาก้ชอบนะเรื่องนี้อ่ะ แต่รู้สึกไม่ชอบใจตอนจบอ่ะ
จบง่ายมากกๆเลย แล้วแต่คนคิดอ่ะนะ บางคนบอกมันจบได้เวิร์ก
อยากรู้ตอนจบ ทำไมไม่รออีกซักนิดละ แต่ก็ว่าไม่ได้เพราะถ้าไม่จบลงด้วยฉากนี้
ก้ไม่รู้จะจบยังไง
September 16th, 2008 at 2:02 am
คุณป้าโรคจิต ก็เปรียบเช่นแกนนำอะไร สักอย่าง พูดให้ผู้คนเชื่อและศรัทธา ทำให้เกิดความวุ่นวายได้ พิพากษาคนนั้นคนนี้ไม่ให้โอกาสคน พวกพระเอก ก็เอาแต่ใจตัวเองดื้อรั้น หาทางออกที่ผิดทำให้ต้องสูญเสีย รวมๆแล้ว ป้าโรคจิตตาย ฝ่ายพระเอกสูญเสีย ถ้ารอทางออกดีๆสักหน่อย ก็ไม่เกิดโศกนาฏกรรม
September 16th, 2008 at 3:35 am
เค้าโครงแบบนี้เหมือนจะเคยเจอแล้วแต่นึกไม่ออกแต่สรุปแล้วโครตเจ๋งอ่ะเรื่องนี้ และมีอีกหลายเรื่องอยากแนะนำแต่เมาและหนังมันนานแล้ว เยอะมากด้วยจำไม่ค่อยได้
September 16th, 2008 at 8:41 am
จากที่ดูคนที่รอดคือคนที่ไปช่วยลูกตัวเองที่บ้านคนแรกต่างหาก ที่ไม่มีใครยอมไปช่วย กลุ่มคนในร้านไม่เห็นเลยนี่
September 16th, 2008 at 1:06 pm
ดูตั้งแต่เข้าฉายเลยค่ะ เพราะรู้มาว่า เป็นผู้กำกับคนเดียวกันกับชอร์แชงค์ (คุกชอร์แชงค์)
เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งถูกใส่ร้ายว่าฆ่าคน จนต้องติดคุก แต่เขารอดออกมาได้ด้วยช้อนเพียง 1 คัน
เพื่อนๆที่ชอบ the mist อยากให้ไปหาชอร์แชงค์มาดูด้วย เพราะมันสอนให้มนุษย์รู้จักคำว่าอดทน และเชื่อมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วอีกอย่าง สอนให้เรารู้จักแบ่งปัน และมิตรภาพค่ะ
September 16th, 2008 at 5:41 pm
ตัวสัตว์ประหลาดพวกนี้ออกมาจากหลุมดำ เพราะความผิดพลาดทางวิทยาศาสตร์การทหารรึ เหมือนที่พวก CERN ทดลอง BIG BANG อยู่นี่ป่าว
September 17th, 2008 at 12:45 pm
ดูเหมือนกันเพิ่งจะดูเมื่อวันอาทิตย์ แต่เสียความร้สึกตอนจบ มาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพราะคิดว่าทำไมถึงคิดได้แค่นี้เอง แต่เนื้อเรื่องรวม ๆ แล้วถือว่าดีคะ ให้แง่คิดได้หลายอย่าง
September 17th, 2008 at 1:32 pm
ดูแล้วเหมือนจะซัดแผ่นทิ้ง
โค-ตะ-ระ ห่วย
ที่สุดเท่าที่ดูมา
September 17th, 2008 at 3:03 pm
น่าสงสารมากๆๆถ้าเกิดเป็นชีวิตจริงๆๆ กับใครก็ตามโดยเฉพาะพ่อเด็กน่าสงสารที่สุดเลยรู้ไหมเพราะอะไร………….ก็คงจะคิดกันออกนะคับ
September 17th, 2008 at 7:44 pm
เคยดูแล้ว ประสาทหลอนนอนไม่หลับอ่ะ ฮือ! ฮือ!
September 17th, 2008 at 9:39 pm
ตอนเข้าไปดูครั้งแรกผมรู้สึกว่าได้เข้ามาดูหนังสัตว์ประหลาดที่ห่วยที่สุด ที่รอดูคือมันจะจบได้ห่วยขนาดใหน พอจบปุ๊บผมอึ้งไปเลย คนแต่ง และผู้กำกับสุดยอดมากๆ
September 18th, 2008 at 11:02 am
หนังเกือบดีครับ การเล่าเริ่องและดนตรีประกอบมันส์มาก แต่ตัวละครเอกไม่ได้ทำอะไรผิดเลยตลอดทั้งเรื่อง กล้าหาญและมี”สติ” หนังกลับหักมุมเพิ่อต้องการช็อกอารมภ์คนดูท่านั้น (อาการช็อกไม่ได้หมายความว่าหนังนั้นดีนะครับ) ถ้าการมี สติและกล้าหาญได้รับผลตอบแทนแบบนี้ละก็.. กล้าก่อนแล้วตายก่อนแบบตัวละครผู้หญิงตอนต้นเรื่องนั้นเยอะนะครับ(ไม่มีสติ)…
September 18th, 2008 at 7:45 pm
หนังของ สตีเฟ่น คิง ออกแนวนี้เกือบหมดเลยอ่ะ(เอ๊ะ หรือทั้งหมด)
ทั้งภาพลักษณ์ของสัตว์ประหลาดที่ประหลาดเกินจินตนาการ
และการหักมุมตอนจบแบบไม่เกรงอกเกรงใจคนดู
ทำให้คนดูอึ้ง อึ้ง อึ้ง แล้วก็ช็อคอารมณ์สุดๆ
คนขวัญอ่อนที่คิดจะดูหนังของพี่แก ต้องทำใจไว้ก่อนเลยว่า
ตอนจบมันจะไม่ใช่อย่างที่คุณหวัง 555+ สุดๆ เลยตาเนี่ย
September 18th, 2008 at 8:11 pm
เท่าที่ดูผมก้รู้สึกผิดหวังสำหรับตอนจบของเนื้อเรื่องอยู่พอประมาณนะคับมันคงมาจากความคาดหวังลึกๆว่าสุดท้ายแล้วหนังน่าจะจบอย่างที่ใจเราคิด
แต่ถ้ามามองในความรู้สึกของตัวละครเอกในเรื่องโดยไม่เอาความรู้สึกของเราไปเกี่ยวข้องแล้ว โดยสามัญสัมนึกของคนที่ต้องเผชิญ ความเคลียดทางจิตใจความรู้สึกถึงการสูญเสีย คนรักไป ถ้าถามความรู้สึกว่า คนที่นั่งรถมาด้วยกันตอนจบนั้นรู้สึกยังไงในตอนนั้นคือ น้ำมันหมดไปต่อไม่ได้ พวกเค้าจะต้องตายอย่างแน่นอนไม่อดตายในรถก็ต้องโดนตัวประหลาดกิน มันจึงนำไปสูความคิดที่ว่าถ้าต้องตายพวกเค้าจะเลือกตายแบบไหน อาจจะมองว่าทำไมพวกเค้ายอมแพ้ในตอนนั้น แต่ผมมองว่ที่พวกเค้าหนีคือหนีมาเพื่อไม่ให้ถูกกินโดยตัวประหลาด และสุดท้ายแล้วพวกเค้าจะต้องถูกมันกินอยู่ดีอย่างงั้นหรือเค้าต้องหนีต่อไป ณ เวลานั้นไม่สามารถไปต่อได้แล้วพวกเค้าจึงเลือกที่จะหนีด้วยการตายเอง และพระเอกยอมเป็นคนที่จะพ่ายแพ้เพราะไม่มีลูกปืนเพียงพอสำหรับเค้า แล้วการที่บอกว่าน่าจะอดทนต่ออีกนิดนั้น ก็ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาประเมินสถานการณ์ตามสิ่งที่เค้าเป็นอยู่ ณ เวลานั้น ก็เลยนำไปสู่การตัดสินใจแบบนั้น แต่โดยความรู้สึกของเราแล้วก็อยากให้คนที่ต่อสู้อย่างดีที่สุดแล้วน่าจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ประมาณว่าเค้าไม่สมควรที่จะได้รับการตอบแทนแบบนี้อ่าคับ
September 19th, 2008 at 7:00 pm
เป็นหนังที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยดู
คิดได้ยังไง ฆ่าลูกก่อน
และที่สำคัญ ตากับยายแก่ๆ ที่มาด้วย
ยังเห็นด้วยอีกนะที่ให้ฆ่าตัวตาย
ถ้าในความเป็นจริงนะ น่าจะรออีกหน่อย
แล้วหาจังหวะเหมาะๆ ไปเอาน้ำมันรถคันอื่นที่จอดอยู่ใกล้ๆ ก็ได้
ห่วยค่ะ (ไม่เห็นจะเป็นหนังชีวิตตรงไหนเลย)
แล้วก็ป้าโรคจิตคนนั้นอีก ขัดอารมณ์มาก
September 19th, 2008 at 7:34 pm
หนังเรื่องดูแร้วกดอัดอารมมากจิงๆ กลับมาบบ้านอารมยังค้างอยู่เลย หนังดีมากๆน่าจะมีการโปรโมทเยอะๆคนจะได้ไปดูกันเยอะๆ
September 19th, 2008 at 7:40 pm
หนุกมากเลยคับ
อยากรุ้ว่าตอนที่มีผู้หญิงคนนึงบอกว่าจะไปหาลูกและตอนสดท้ายเค้ารอด
ผมก้อยังงงอยู่นะคับ
ช่วยตอบด้วยนะคับT^T
September 19th, 2008 at 10:44 pm
ก่อนดู……………ตื่นเต้น
ขณะดู……………กดดัน
ตอนจบ…………..โคตะระสะเทือนใจ
สรุปแล้ว…..เป็นหนังที่สุดยอดเรื่องหนึ่งที่น่าดูมาก..ก..ก…ก
September 19th, 2008 at 11:11 pm
ดีครับ ดีมากเลย หนังเรื่องนี้ มันเป็นการแสดงออกถึงการปะทะกันของความคิด ลักษณะ พฤติกรรม ของคนที่ต่างวาระ หน้าที่กัน ที่จะต้องแสดงออกถึงสัญชาตญาณของแต่ละคนออกมา เพื่อต้องการเอาตัวรอดจากสิ่งที่มนุษย์ไม่พึ่งปรารถนาที่สุด นั้นก็คือ ความกลัว เมื่อมนุษย์กลัว มนุษย์ก็จะหาทางเอาตัวรอด ไม่ทางเลือกทางใดก็ทางเลือกหนึ่ง ที่ทำให้มนุษย์รู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยจากความกลัว
แม่ที่กลับไปช่วยลูก เลือก ความรัก
ทนาย เลือก เหตุผล
ป้าศาสนา เลือก พระเจ้า
คนที่อยู่ในร้าน เลือก ความหวัง
คนที่ออกมากับพระเอก เลือก โชคชะตา
พระเอก เลือก ความตาย
ทางเลือกมีเสมอ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไงว่าทางเลือกนั้นเป็นทางเลือกที่ทำให้เรารู้สึกว่าปลอดภัยจากความกลัว? แล้วสิ่งที่พระเอกของเรื่องเลือกนั้นมันปลอดภัยจากความกลัวหรือเปล่า?
September 20th, 2008 at 5:51 pm
สุดยอด
September 20th, 2008 at 10:11 pm
ใครดูแล้วบอกว่าสนุกแสดงว่าดูแล้วคิดตาม
ใครดูแล้วบอกไม่สนุกคือสักแต่ว่าดู ควรไปดูหนังที่ไม่ต้องใช้สมองคิดมาก
September 20th, 2008 at 11:49 pm
เอ่อ ตอนแรกคิดว่าหนังสัตว์ปะหลาดเฉยๆๆ ดูไปก็เรื่อยๆ แอบสะใจตอนป้าเคร่งศาสนาถูก Head shot ( ถ้าจำไม่ผิดนะ ) ฮิฮิ แต่พอมาถึงตอนจบ อึ้ง อึ้งเลย….. เครียดแทน แอบอินอ่ะ ในใจแอบคิดต่อว่า แ_’ง เอ้ย ทำไม?? ทำไม ?ไม่รออีกหน่อยวะ แล้วถ้าเราเป็นพระเอกเราจะคิดอย่างนั้นอ้ะเป่า แล้วพระเอกจะทำไงต่อไป เฮ้อ แอบสลดแทน แล้วจึงรีบหาว่า ใครกำกับเรื่องนี้เนี่ย เฮ้อ สงสารเด็ก
September 21st, 2008 at 5:37 am
เคยคิดว่าเป็นหนังสัตว์ประหลาดไร้สาระ แต่เห็นเพื่อนแนะนำมา
เลยดู โห … เป็นหนังที่ดีมากเรื่องนึงเลยนะ
หนังที่ดูแล้ว หนังจบ แต่เราได้กลับมาคุ่นคิดต่อเนี๊ยะ มีไม่กี่เรื่องหรอก
เช่น i4d amagedon titatic แฟนฉัน ฯลฯ
ขอบคุณ สำหรับหนังดีๆ
September 21st, 2008 at 5:50 am
พระเอก ไม่รอพระเจ้ามาช่วย ไม่ได้แปลว่าไม่เชื่อ แต่ก้อรอด เหมือนตายทั้งเป็น พระเจ้าคงสะใจ
เพื่อนที่มาด้วย ไม่ใช่ไม่เชื่อพระเจ้า แต่ การลงมือทำเองน่าจะเห็นผลที่ชัดเจนกว่า แต่ตาย!!
บางคน การรอคอยมันน่ากลัวมากกว่า
บางคนกลัวความกลัว กลัวความเจ๊บปวด การพลัดพราก กลัวการเป็นห่วงอาลัย มากกว่าการตาย
เป็นผมๆก็ต้องทำแบบนั้น การฆ่าลูกก่อนไม่ใช่เนื่องผิด เพราะการตายของลูกไม่ทำให้ทรมานใจเท่า การปล่อยให้ลูกต้องรอดคนเดียวในสถานะการณ์แบบนั้น
เค้าเรียกว่าทิ้งลูก
September 21st, 2008 at 11:16 pm
ประทับใจ กับการที่คนเขียน “Web” ได้บันทืกข้อมูลที่มีประโยชน์ เนื้อหาสาระ ที่มีคุณค่าและมีคุณธรรม สำหรับคนที่ชอบผจญภัยอยู่บนโลก Internet..kha..!
September 22nd, 2008 at 10:31 am
ภาพยนตร์เรื่องนี้เสนอประเด็นเรื่องความเชื่อของคน การปลุกระดมคน การเสียสละ
ความหวัง ความมุ่งมั่น กำลังใจ และตบหน้าความสะใจด้วยการไม่อดทน
ปัจจุบันนี้ หากเรามีอาหารดี อารมณ์ดี อากาศดี และอดทนดี เราจะเป็นคนที่เต็มไปด้วยพลัง
ในการต่อสู้ ซึ่งทั้ง 4 อาฯ นั้น หามาพร้อมกันสมบูรณ์ได้ยาก แต่ไม่ใช่ไม่ได้เลย คนเราควรระวังอารมณ์ตนเองมากที่สุด โลภ โกรธ หลง ลอยอยู่ตามอากาศ เลือกคว้ามาใส่ตัวเรา
ไม่มีใครมาขายให้เรา ชมภาพยนตร์แนวแนวนี้มาหลายเรื่อง แต่เรื่องนี้โดนใจจริง เข้ายุค
พ.ศ.2551 ผ่านกึ่งพุทธกาลมาเกือบ 51 ปี
September 22nd, 2008 at 1:01 pm
ระหว่างถูกสัตประหลาดกินกันฆ่าตัวตายด้วยปืนโป้งเดียวจะเลือกไรอ่ะ
ถึงตอนนั้นผมเลือกปืนดีก่า พระเอกคือคนเสียสละแร้วที่ยอมให้สัตประหลาดกิน
September 23rd, 2008 at 9:46 am
เค้าจะบอกว่า คนที่เก่งที่สุด ดีที่สุด ก็ผิดพลาดได้อ่านะ
ทำไมอ่า ดูหนังแล้วตอนจบต้อง Happy ending หรอ ทำไมต้องเป็นไปตามที่คิด หนังจบแบบสลดหดหู่ ไม่ได้หมายความว่าชีวิตเราจะหดหู่ไปตามหนังนิ
เค้าจาบอกว่าให้คุณ มองดูตัวเองอ่าป่าว
ถ้าเป็นในชีวิตจริงคุณรับได้ไหมกับสิ่งที่คุณทำในวินาทีหนึ่งที่คิดว่ามันเป็นทางออกที่ดีที่สุด
แล้ววินาทีต่อมาพบว่ามันเลวร้ายที่สุด เป็นคุณ ๆ จะทำอย่างไร
September 23rd, 2008 at 12:25 pm
ไม่นึกว่าตอนจบ จะลงเอยแบบนี้ ดูแล้วก็ด่าคนเขียนบท ไม่จำเป็นต้องจบแบบนี้ก็ได้
September 23rd, 2008 at 12:32 pm
ถูกครับเริ่มเรื่องได้สยองขวัญลงท้ายด้วยผิดหวัง….ผิดหวังจริงครับตอนจบ…อารมณ์เสียมากมาย….โหวตตกรอบครับ..
September 23rd, 2008 at 1:03 pm
ถ้าเป็นผมจะหอบลูกไปตายเอาดาบหน้า แม้จะเจอกับประสบการณ์ระทึกมาข้างต้นแล้วก็เถอะ ม่ยอมแพ้แน่นอน แม้ทหารจะไม่มาตอนช่วงท้ายก็เถอะ
September 23rd, 2008 at 7:54 pm
หนังเรื่องนี้คืออะไรอะ
September 24th, 2008 at 12:00 pm
เสียความรู้สึกกับหนังเรื่องนี้มาก ดูหนังมาก็หลายเรื่อง เก็บไว้เป็นconlention ก็เยอะ เข้าใจอยู่ว่าทุกคนมีโอกาสที่จะสิ้นหวัง ในเมื่อคุณเคยสิ้นหวังแล้ว และคิดที่จะพยายามจะสู้ต่อไปโดยการหนีออกมา คุณน่าที่จะสู้ให้ถึงที่สุดแม้ว่าจะไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ข้างหน้าคุณจะมีอุปสรรคอะไรอีก (เรื่องนี้จะไม่เก็บให้ลูกดู เพราะกลัวเขาจะปฏิบัติตาม)
September 24th, 2008 at 12:54 pm
ทำให้เราได้รู้ว่าความหวังยังมีถ้าเรารอมันได้
เลือกว่าจะยอมเสี่ยงกับความหวังนั้นมั้ย???
September 24th, 2008 at 1:35 pm
ครับ ผมได้หนังเรื่องนี้แล้วดูแล้ว ผมว่าเป็นหนังที่ดีมากครับ สอนให้คนเรารู้จักการตัดสินใจที่ดี ไม่รีบร้อนเกิน ถ้าไม่อย่างนั้นก็เป็นแบบหนังครับ และอีกอย่าง หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึง สัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่เวลากลัวจัดจนกรอบความตนเองถูกทำลาย แล้วถูกคนอื่นชักนำไปได้ง่ายมาก เพราะฉะนั้นเราต้องมีสติคัฟ
September 24th, 2008 at 2:31 pm
ผมเสียอรรถรสในการดูไปแล้ว T-T
เพราะเพื่อนมันเล่าตั้งแต่ต้นจนจบให้ฟังก่อนดูหนังเรื่องนี้
แงๆ ไม่น่าเลย
September 25th, 2008 at 1:38 pm
ดูแล้วค่ะ รู้สึกว่ามันไม่ค่อยจะดีในตอนจบ เพราะการต่อสู้มันน่าจะสุดๆเลยก็ดีค่ะหักมุม หักอารมณ์มากๆ แต่อย่าทำตามแบบหนัง นึกจะสู้ ก็ต้องให้ถึงที่สุด ไม่ฆ่าตัวเองตายนะจ๊ะ
September 25th, 2008 at 7:34 pm
เรื่องนี้เป็นหนังศาสนาต่างหาก ทางเห็นความศรัทธาดูแตกต่าง และ บางครั้งก็โหดร้ายจนเกินที่คนธรรมดาจะเข้าใจได้ แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่ยึดถือศรัทธาในพระเจ้า แม้การกระทำของพวกเค้าเหล่านั้น ดูแปลกแยกจากความคิดของคนโดยทั่วไป แต่ถ้าเค้ายังยึดถือโดยไม่หวั่นไหว เค้าจะได้รับรางวัลจากพระเจ้า ซึ่งแตกต่างจากพวกที่ไม่ศรัทธา และหวังพึ่งกำลังตนเอง ผมไม่ได้นับได้นับถือพระเจ้า และก็ไม่ชอบหนังเรื่องนี้เลย แค่อยากบอกว่า หนังเรื่องนี้มันอยากสื่ออะไร
September 25th, 2008 at 8:44 pm
ชอบหนังเรื่องนี้มาก
ดูแล้วรู้สึกเหมือนกันเลย
แต่ฉากสุดท้ายเป็นฉากที่สะเทือนใจมากๆๆๆ
ไม่น่าเลยอ่ะ รออีกนิดเดียวก็จะรอดอยู่แล้วเชียว
ตายกันหมดเลย สงสารเด็ก กับคนแก่ด้วย
เฮ้อ.. แต่เรื่องนี้ดูแล้วสอนหลายอย่างมาก
คือ อย่าท้อแท้สิ้นหวัง เพราะข้างหน้าอาจจะมีแสงสว่างรออยู่
ชอบมากๆ ครับ
September 27th, 2008 at 7:41 pm
เป็นคนหนึ่งที่ชอบหนังเรื่องนี้มากคะ ตอนแรกที่ไปดูนึกว่าเป็นหนังสัตว์ประหลาดทั่วไป แต่พอดูแล้ว โอ้โห!! ดีมากเลยคะ นักเขียนเขาแฝงอะไรไว้เยอะมากเลย ไม่ว่าจะเป็นการที่คนรวมอยู่ในที่เดียวกันที่ซูเปอร์มาร์เก็ต พอมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น จึงทำให้คนเกิดความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เริ่มมีการแบ่งแยกกลุ่ม ต่อสู้ทำร้าย จนถึงขั้นเสียชีวิต แต่ตอนจบนี่สิ!! เป็นอะไรที่อึ้ง!! มาก เพราะไม่คิดว่าจะจบแบบนี้ แต่จบดีมากเลย
โดยความคิดเรานะ เราคิดว่าเป็นหนังที่แฝงเรื่องศาสนาซะมากกว่า เรื่องความเชื่อในพระเจ้า!! ที่เพียงแค่คุณมีความเชื่อคุณก็จะรอด แต่คนที่ไม่เชื่อต่อให้คุณดิ้นรนแค่ไหน คุณก็ไม่รอด พระเจ้าก็เปรียบเสมือนผู้หญิงบ้าคนนั้นที่มาชี้ทางรอดให้แก่คนทั่วไป แต่กลับไม่มีใครเชื่อเธอ คิดว่าเธอบ้า จนกระทั่งเค้าได้ฆ่าเธอตาย คล้ายกับเรื่องพระเยซูที่ถูกตรึงกางเขน ไถ่บาปแทนมนุษย์ แต่มนุษย์กลับเป็นผู้ฆ่าเขา
เออ…จะอินไปไหมเนี่ย 55+ เราไม่ได้มาชวนเข้าร่วมศาสนานะ แต่เราพูดตามความคิดเราน่ะ แหะๆ อิอิ เพราะไงเราก็นับถือพุทธอยู่
ตอนนี้..ก็ยังไม่ลืมหนังเรื่องนี้เลย
ยังประทับใจอยู่ในความทรงจำอยู่
อยากรู้จังว่าจริง ๆ แล้ว นักเขียนเขาแฝงเรื่องอะไรไว้กันแน่ !!!!!! ช่วยบอกหน่อยสิ
September 27th, 2008 at 11:08 pm
ผมว่าจบแบบนี้แหละดีแล้ว ลองคิดดูว่า ถ้าจบแบบรอดทุกคน ได้อะไรจากหนังเรื่องนี้ก็จะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเลยนะครับ
September 29th, 2008 at 7:31 am
ถ้าฆ่าไอ้ป้าแก่ที่คล่ังในพระเจ้าตั้งแต่ทีแรกก็หมดปัญหาไม่ต้องมาทะเลาะแบ่งแยกแล้วต้องหนีกันไป คนอ่ืนก็ไม่ต้องมีใครตาย รออยู่่ในซุปเปอร์มาเก็ต สัตว์ประหลาดเข้ามาก็ช่วยกันสู้ ของกินของใช้อ่ืนยังมีอีกตั้งเยอะ คนเขียนน่าจะมีมุมมองด้านอ่ืนๆ อีก
September 29th, 2008 at 9:48 am
ผมยังไม่ได้ดูพออ่านแล้วชักอยากดูแล้วซิ เย็นนี้จะออกไปเช่ามาดูซักหน่อย
September 29th, 2008 at 12:57 pm
เคยดูตอนอยู่เมกาแต่ยังไม่เข้าที่เมืองไทย
มันเป็นหนังที่ให้แง่คิดนะคับ เพราะ ช่วงแรกๆๆผมเองก้อ งง นะคับ มัน เป็นแนว ต้องเชื่อในพระเจ้า อาไรของมัน แต่ก้อดีคับ อย่าไปว่าเค้าเลย คนทำหนังก้อ อยากสื่ออาไรให้เราดูหลายๆอย่าง จาได้ไม่ซ้ำซากจำเจ จนเกินไป ดูไปเหอๆคับ เราไม่มีปัญญาคิดและสร้างแบบเค้าได้นิ
September 30th, 2008 at 7:40 am
พูดถึงตอนจบก็ไม่ต่างกับขับรถตกน้ำแล้วเปิดประตูออกไม่ได้ น้ำค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วมีปืนอยู่ในรถ ยิงกระจกไปจนกระสุนเหลือนัดสุดท้ายทำทุกอย่างแล้วกระจกก็ยังไม่หลุด
แล้ว คุณจะเลือก เอากระสุนนัดสุดท้ายยิงกระจกรถแล้วลองอีกครั้ง อันนี้จบได้ 2 แบบ
1. กระจกหลุด คุณออกมาได้
2. กระจกไม่หลุด คุณจะตายแบบไหน
หรือ ทำแบบที่ทุกคนที่หมดหวังและสิ้นหวังทำ
ผมมองว่า หนังเรื่องนี้อันตรายสำหรับเด็กที่กำลังจะเอ็น เพราะ จากสังคมและครอบครัวที่กดดันเด็กมาก อาจทำให้เค้ามองไม่เห็นความหวังที่อยู่ข้างหน้าและตัดสินใจทำอะไรที่เลวร้าย
ขอให้มีความหวัง พยายามสู้ มองโลกในแง่ดี อย่าเชื่อในสิ่งที่ไม่มีตัวตน พยายามด้วยตัวเองก่อนที่จะพึ่งคนอื่น ถ้าทำแบบนั้นแล้วมันจะแพ้ แต่จงภูมิใจในสิ่งที่ทำ เพราะได้พยายามทำดีที่สุดแล้ว
September 30th, 2008 at 11:49 am
ได้ดูหนังเรื่องนี้เหมือนกันตอนจบร้องไห้เลย ทำให้รู้ว่าให้พยายามถึงที่สุดซะก่อนทุกคนไม่มีสิทะไปตัดสินชีวิตคนอื่นแม้แต่ลูกตัวเองก็ตาม และมนุษย์ควรมีสำนึกในความรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป เพียงแต่กองทัพเข้ามารับผิดชอบทุกอย่างก็จะไม่เป็นอย่างที่เป็นอยู่ ที่สำคัญจงเชื่อมั่นในคุณงามความดีของตัวเราเองจะดีที่สุด
September 30th, 2008 at 5:02 pm
ไปดูมาแล้วละ แต่ตอนจบ บอสตัวใหญ่นั้นมันไปไหนวะ กับตอนจบทำหมเป็นแบบนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เสียอารมมมาก เป็นเรื่องที่ห่วยมาก ๆ เสียดายค่าบัตรวะ
October 1st, 2008 at 4:08 pm
ตอนจบ ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง ในเมื่อไม่มีทางรอด
ตอนจบ ไม่หน้ามีตอนที่ทหารออกมาเลย ให้จบแบบไม่มีใครรอดดีกว่า
ตอนจบ น่าจะให้เด็กรอด ถ้าเด็กไม่รอดก็จะหดหู่มาก
October 1st, 2008 at 4:14 pm
ต่างประเทศได้ทำการทดลองยิงอะตอมเข้าไป และอาจจะมีหลุมดำเกิดขึ้น แล้วจะเกิดเหมื่อนในหนังเรื่องนี้หรือเปล่านะ
October 2nd, 2008 at 12:36 pm
ไม่น่าจะจบแบบนี้เลยค่ะ ฆ่าตัวตายกัน แม้กระทั่งเด็กอ่ะ ดุแล้วหดหู่ใจนะคะ แต่บางทีความเป็นจริง อาจจะเกิดขี้นแบบนี้ก็ได้ แต่ดูหักมุมมากๆๆเลยค่ะ
October 2nd, 2008 at 3:00 pm
ดูหนังเรื่องนี้แล้วตั้งแต่เข้าฉายก็น่ากลัวนะถ้ามีสติสักหน่อยก็คงไม่ต้องฆ่าลูกตัวเอง
ถ้าจะตายก็น่าจะตายด้วยกันแต่ก็เถอะนะหนังก็คือหนัง
October 2nd, 2008 at 3:09 pm
หนังเรื่องนี้ ใช้ภาพ และเหตุการณ์ในการสื่อเป็นสัญลักษณ์เยอะมาก ใครที่ดูหนังไม่เป็น ก็จะไม่เข้าใจความหมาย จะหลงทาง จะไม่สนุก อย่างเพื่อนผมบอกว่าห่วยแตกอย่างแรง
แต่สำหรับผมแล้ว (บวกกับอาชีพขีด ๆ เขียน ๆ ของผม) ขอยกนิ้วให้หนังเรื่องนี้สุดใจ
อย่างที่บอกทุกฉากมีความในแฝงทั้งหมด สัตว์ประหลาด นั้นไม่ใช่สัตว์ประหลาดอย่างที่สื่อ การออกไปลองเสี่ยงตายนอกร้านเพื่อหายา หรือหาคนที่รอดนั้นมีความหมายกว้างกว่าที่เห็น หรือฉากจบที่พระเองฆ่าทุกคนให้ตายนนั้นก็มีความในเชิงลึก ด้วยเฉพาะจะฆ่าตัวตายแล้วลูกปืนหมดนั้นก็มีความหมาย(ในความคับขัน บางครั้งการตัดสินใจของคนเพียงคน หรือกลุ่มนั้นอาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดก็ได้ หมอกก็เหมือนกับความไม่รู้ เรากลัวความไม่รู้ และ หรือ ความไม่รู้ทำให้เรากลัว) จะให้สาทยายคงยาก ในเชิง”สัญญะ”นั้น ให้ร้อยเปอร์เซ็นเต็ม
สตีเฟ้น คิงส์ เขียนหนังสือไม่ใช่แค่เน้นความหน้ากลัว ถ้าลองอ่านงานดูหลาย ๆ เล่มนั้น มีความเป็นปรัชญาเอเชียสูง อย่างห้องสุสานนรกแตก หรือ หอคอยทมิน เป็นต้น
ดีใจที่มีคนเข้าใจในหนังเรื่องนี้ครับ
October 2nd, 2008 at 10:36 pm
ตอนจบนี่แบบว่า ดูจบแล้วจิตใจห่อเหี่ยวมามาย55+
คิดมากไปหลายวัน เพราะดูเรื่องนี้
คิดว่าทำไมพ่อถึงได้กล้ายิงลูกตัวเอง
แล้วทั้งๆที่หนีกันได้แล้ว
October 3rd, 2008 at 7:33 pm
ดูแล้ว พูดตรงๆเลยว่าดูจบตอนเที่ยงคืนกว่าๆ
กว่าจะข่มตานอนได้ประมาณตี 5 กว่า 8 โมงเช้าก็ตอนตื่นไปโรงเรียน
และรีบไปบอกเพื่อนว่าใครดูหนังเรื่องนี้ไม่ต้องมาคุยด้วยเลย
เพราะหนังจบได้หดหู่ คิดถึงสภาพว่า ทำไมไม่ให้ผู้ชายมันชายคนเดียว
ทำไมต้องให้เด็ก ผู้หญิง แล้วคนแก่ ตายด้วย ถ้าคนสร้างหนังมีแนวคิด
ที่จะไม่สร้างตามคนแต่งสะนิด จะดีมาก ไม่ต้องมาทำให้ลุ้นและ
สุดท้ายตอนพบกับความผิดหวัง
(ปล เช่ามา 20 บาท เอาไปกินข้าวยังอิ่มอกอิ่มใจและสบายใจมากกว่า)
March 5th, 2009 at 11:42 am
ชอบอะ น่ากลัวดี น่าจะฉายตอนที่สู้กัยสักประหลาดเนอะ อยาดเห็นว่ามานป็นตัวอะไรกันแน่
June 9th, 2009 at 8:26 pm
ตอนจบ ไม่จำเป็นต้องตามใจคนดูเสมอไป
เพราะชีวิตจริง ก็ไม่ได้ตามใจเราทุกครั้ง
แต่ก็พอเข้าใจความรู้สึกของแต่ละคน
ทหารหล่อดีค่ะ ไม่น่าตายเลย ฮือๆ