Walk of Life – คุณภูมิใจในสิ่งที่คุณทำแค่ไหน?
June 17th 2008วันนี้ผมต้องขอแสดงความชื่นชมกับผู้ที่ออกตัวว่าเป็นคนธรรมดา แต่สำหรับผมแล้ว ขอนับถือหัวใจที่ไม่ธรรมดา เพราะเขายอมสละเวลาว่างจากการทำงาน แทนที่จะใช้ไปในทางสนุกสนานหรือพักผ่อนให้เต็มที่ เขากลับใช้เวลาส่วนตัวสะพายกล้องถ่ายรูปและกล้องวิดีโอคู่ใจ ตะลอนไปถ่ายทำรายการ “มหาลัยชีวิต” ได้ชมกัน โดยไม่ได้รับเงินหรือค่าตอบแทนแต่อย่างใด นับว่าเป็นผลงานที่กลั่นจากหยาดเหงื่อและแรงใจล้วนๆ ครับ เพื่อเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตให้พวกเราได้ชมกัน โดยไม่ได้รับเงินหรือค่าตอบแทนแต่อย่างใด นับว่าเป็นผลงานที่กลั่นจากหยาดเหงื่อและแรงใจล้วนๆ ครับ

จากความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของทีมงานนี้ ทั้งคุณต้นกล้า คุณอุ๋ย คุณโทน และท่านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ล้วนมีความหวังคือได้เผยแพร่แง่มุมดีๆ ของชีวิตคนที่ถูกมองข้าม หรืออาจไม่ได้รับการเหลียวแลนั้น ใครจะรู้ว่า…วันนี้…เรื่องราวเหล่านี้ ได้ก่อให้เกิดความสมานสามัคคี เป็นจุดเริ่มต้นดีๆ ในสังคมไทย ที่กำลังขัดแย้ง หันกลับมาให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เป็นประกายของความหวัง สำหรับที่กำลังท้อแท้ ผลงานของทีมนี้เป็นการชี้ให้เห็นว่า ยังมีอีกหลายๆ ชีวิตที่ภูมิใจกับงานที่ตัวเองทำ และยังทำต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

++ชัย คนบุญโบกรถ ชายที่เสียแขน แต่ได้ชีวิตกลับมา
หากในโลกของคนที่สมบูรณ์ ปฏิเสธที่จะหยิบยื่นโอกาสในการดำเนินชีวิตให้
แม้สูญเสียแขนและขาขวา แต่ใจของชัยไม่เคยท้อ ด้วยความรักที่มีต่อลูกสาวและร่มเงาของศาสนา หน้าที่ของพ่อ และคนบุญโบกรถ จะยังคงดำเนินต่อไป
++เพลงเพื่อพ่อ ขายเสียงด้วยใบหน้าอันมีความสุข
เด็กหนุ่มผู้เปรียบเสมือนแสงสว่างกลางใจของพ่อผู้พิการตาบอด
แม้วันนี้ เส้นทางของผู้เป็นพ่อจะมืดมน แต่หนึ่งคนผู้นำทาง เป็นดวงตาคู่ใหม่ให้ชีวิตได้ดำรงอยู่ ไม่เพียงแต่แรงกายที่หาเลี้ยง ยังมีความรักที่มอบให้ด้วยใจบริสุทธิ์
++พระครูวุฒิธรรมาทร พ่อของเด็กกว่า 400 ชีวิต
พระครูวุฒิธรรมาทร เจ้าอาวาสวัดเล็กๆ ของคนเมือง แต่เป็นพ่อในบ้านหลังใหญ่ของเด็กๆ กว่า 400 ชีวิต
บางสิ่งที่ใครหลายคนไม่ต้องการ แต่สำหรับเด็กๆ ที่นี่แล้ว ทุกอย่างคือของใหม่

++หัวใจไม่แพ้ เด็กวัย 12 เลี้ยงแม่ด้วยขาข้างเดียว
แม้ชะตากรรมจะทำให้น้องป๊อบอาย เด็กชายวัย 12 ปี ต้องสูญเสียขาขวา
แต่ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง ความกตัญญูที่มีต่อบุพการี ทำให้วันนี้ น้องป๊อบอายยังยืนอยู่ได้ และพิสูจน์ให้โลกได้เห็นแล้วว่า คุณค่าของชีวิตคืออะไร
เรื่องอาชีพการงานที่เราทำกันนี้ ฝรั่งเค้ามีการเรียกกันว่า “Walk of Life” นะครับ ผมแปลแบบบ้านๆ ตามประสาคนที่ไม่ได้จบนอก คิดว่าเขาคงเห็นว่าอาชีพที่เราทำ ก็เหมือนกับการเดินทางไปในชีวิตของเรา ใครๆ ก็ต้องทำงานใช่ไหมครับ ถึงตอนที่เราทำงานแม้จะเหนื่อยแต่นั่งพักสักเดี๋ยว ความเหนื่อยนั้นก็หายไป (อันนี้ผมจำได้จากหนังสือ อยู่กับก๋ง ของ หยก บูรพา ที่เคยอ่านตอนเด็ก ๆ) พอความเหนื่อยหายไป สิ่งที่เหลือไว้ก็คือความภูมิใจ ประสบการณ์ และการเรียนรู้ในสิ่งที่ได้ทำลงไป แม้ว่าสิ่งที่เราได้ทำนั้น จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่เราต้องการก็ตาม แต่ประสบการณ์นั้นจะติดตัวเราไป อย่างน้อยเราก็รู้ละว่า ทำแบบไหนถึงจะล้มเหลว จะได้ไม่ทำอีก ดังนั้น สำหรับผมมองว่า คนที่ทำงานถือว่าได้กำไรชีวิต อย่าไปคิดน้อยใจ เรื่องค่าตอบแทนน้อย แต่งานหนักเลยครับ เพราะถ้าเรานั่งเฉยๆ เราก็จะไม่ได้อะไรเลย มันไม่ยิ่งแย่ไปกว่าเหรอ???

แอบไปเห็น Blog ของคนไทยคนหนึ่งแล้วอดภูมิใจแทนไม่ได้ครับ คาดว่าคุณ Boomer น่าจะได้มีโอกาสที่ดีที่ได้ทำงานในองค์การ NASA จึงมีเรื่องและรูปมาให้เราดูกันอย่างจุใจ คลิกตามไปเลยครับที่นี่
Blog ของคุณ Boomer ตอนที่ผมคลิกเข้าไปดู มีคนดูหน้านี้แค่ 43 คน ทั้งๆ ที่เขียนได้ดีน่าทึ่งมากๆ ช่วยๆ กันคลิกเข้าไปชื่นชมและให้กำลังใจหน่อยนะครับ ผมและคนไทยอีกหลายคนรู้สึกภูมิใจแทนคุณมากเลยครับ งานที่คุณทำคงเป็นงานเบื้องหลัง แต่ก็ถือว่าโชคดีแล้วครับ พวกเราอยากรู้ไหมครับว่า งานเบื้องหน้านั้น บางครั้งก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อย่างที่เราคิดไปเสียทั้งหมด บางครั้งมันดูเหมือนจะโรยด้วยหนามกุหลาบเลยทีเดียว

หลังจากที่ยานโคลอมเบีย (The Space Shuttle Columbia disaster) ได้ระเบิดให้เห็นต่อหน้าต่อตา ทำให้ลูกเรือที่โดยสารไปด้วยนั้น เสียชีวิตทั้งหมด แต่ยานดิสคัฟเวอรี่ (Space Shuttle Discovery) เที่ยวบิน STS-114 เป็นปฏิบัติการ Return to Flight ยังต้องขึ้นบินต่อไป แม้งานเบื้องหน้าคือต้องบินไปกับเที่ยวบิน ที่ระทึกขวัญที่สุดเที่ยวหนึ่ง (ก็ยานลำก่อนเพิ่งระเบิดไปนี่นา) ต้องขอชื่นชมจิตใจที่กล้าหาญของนักบินอวกาศกลุ่มนี้จริงๆ ครับ

ภาพ: Maneuvering in Space.
พวกลูกเรือดูท่าทางจะอารมณ์ดีมากเลย เขาบรรยายใต้ภาพว่า “แขนอะไรเอ่ย ยาว 17 เมตร บางครั้งแขนนี้ก็ใช้คนแทนนิ้วมือ? (What arm is 17 meters long and sometimes uses humans for fingers?) อืม… มีแต่แขนจริงๆ ครับ คนต้องไปเกี่ยวอยู่ตรงปลายเพื่อเป็นนิ้วแทน เห็นแล้วอยากทำงานเบื้องหน้าแบบนี้กันบ้างไหมครับ

ในวันที่ 7 ของภารกิจ ลูกเรือเหล่านี้ได้ถูกปลุกขึ้นมาปฎิบัติการ ด้วยเพลง “Walk of Life” เพลงร็อคแอนด์โรลง่ายๆ จับกีตาร์ได้สามคอร์ดก็เล่นแบบเอามันส์ได้แล้ว (เพลงจะดังไม่จำเป็นต้องซับซ้อน) ผลงานโดยวงร็อคชื่อดังจากอังกฤษ “Dire Straits” ออกในปี 1985 ตอนแรกที่เพลงออกมาก็ไม่ดังมาก แต่ตอนหลังค่อยๆ แรงขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่ามาแบบนิ่มๆ ขึ้นไปถึงอันดับ 2 ในชาร์ทของอังกฤษและอันดับ 7 ในอเมริกาได้นี่ถือว่าไม่ธรรมดาสำหรับวงจากอังกฤษเลยนะครับ
ก่อนจบบทความบทนี้ ผมจึงอยากที่จะขอมอบบทเพลงบทนี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนทำงานทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าคุณจะทำอะไร หนักและเหนื่อยแค่ไหน เสี่ยงภัย หรือห่างไกลเพียงใดก็ตาม ขอให้คุณมีความภูมิใจในงานที่คุณทำ และพร้อมที่ก้าวเดินไปข้างหน้าในชีวิตอย่างมีความหวังด้วยกันนะครับ
เพลง Walk of Life
ศิลปิน Dire Straits
อัลบั้ม Brothers in Arms
สังกัด Vertigo
Here comes johnny singing oldies, goldies
Be-bop-a-lua, baby what I say
Here comes johnny singing I gotta woman
Down in the tunnels, trying to make it pay
He got the action, he got the motion
Yeah, the boy can play
Dedication devotion
Turning all the night time into the day
He do the song about the sweet lovin woman
He do the song about the knife
He do the walk, he do the walk of life
Here comes johnny and hell tell you the story
Hand me down mu walkin shoes
Here come johnny with the power and the glory
Backbeat the talkin blues
He got the action, he got the motion
Yeah, the boy can play
Dedication devotion
Turning all the night time into the day
He do the song about the sweet lovin woman
He do the song about the knife
He do the walk, he do the walk of life
Here comes johnny singing oldies, goldies
Be-bop-a-lula, baby what I say
Here comes johnny singing I gotta woman
Down in the tunnels, trying to make it pay
He got the action, he got the motion
Yeah the boy can play
Decidation devotion
Turning all the night time into the day
And after all the violence and double talk
Theres just a song in the trouble and the strife
You do the walk, you do the walk of life
วันนี้คุณทำอะไรอยู่ และคุณภูมิใจในสิ่งที่คุณทำแค่ไหนครับ ?
ด้วยจิตคารวะ
“นายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ”


June 17th, 2008 at 7:20 pm
ได้อ่านเรื่องของมหาลัยชีวิตแล้ว รู้สึกชอบมากๆ ค่ะ เป็นกำลังใจให้เขียนเรื่องราวดีๆ แบบนี้มาให้อ่านกันอีกนะคะ จะรออ่านเรื่องต่อๆ ไปค่ะ
June 18th, 2008 at 11:22 am
ตอนนี้แม้จะเหนื่อยจากงาน แต่ทำไมมันไม่รู้สึกภูมิใจซักนิดเลยครับ รู้สึกว่าชีวิตนี้ ยังไม่ได้สร้างคุณค่าให้ทั้งกับตนเองและคนอื่น ผมก็ได้แต่รอว่า วันข้างหน้า จะมีวันนั้นสำหรับผม…
June 18th, 2008 at 11:25 am
เป็นเรื่องราวดีๆ ที่สร้างกำลังใจใครอีกหลายคนที่กำลังท้อแท้ ให้ได้สู้ต่อไปนะคะ เพราะทำให้เห็นว่าชีวิตเรามันไม่ได้แย่เท่าไหร่เลย ยังมีคนที่แย่กว่าเราเยอะ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะสู้และทำความดีมีประโยชน์ต่อไป….เป็นกำลังใจให้ทุกคน รวมทั้งตัวเองด้วยนะคะ..
..สู้ๆ..
June 18th, 2008 at 6:12 pm
ทุกคนนี้ภูมิใจในสิ่งที่ทำค่ะ มันอาจไม่ได้ดีที่สุดสำหรับคนอื่น แต่คิดว่า ณ เวลานี้มันดีที่สุดสำหรับเรา และตัวเองคงจะพยายามทำให้ภูมิใจมากขึ้น เพื่อเราจะได้ทำให้ดีที่สุดสำหรับคนอื่นๆ ด้วย
และถึงแม้จะเหนื่อยในสิ่งที่ทำแค่ไหน ก็ให้ลองนึกดูว่ายังมีคนที่เค้าลำบากกว่าเราอีกเยอะ (จริงมั้ย)
June 18th, 2008 at 6:15 pm
อืม.. พอได้อ่านเรื่องราวชีวิตของแต่ละคนแล้ว รู้สึกว่าตัวเองมีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตค่ะ ^-^ และมีกำลังใจที่จะทำดีเพื่อส่วนรวมต่อไปค่ะ
ปล. ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนทำดีต่อไปค่ะ
June 18th, 2008 at 6:23 pm
ได้อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆเลยค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้คนเขียนและทุกๆคนนะคะ
June 18th, 2008 at 9:22 pm
วันนี้เหนื่อยมากๆ แทบคลานกลับบ้าน แต่พอได้มาอ่าน ก็รู้สึกดีๆ พอหายเหนื่อยไปได้บ้าง
ว่าแต่คุณ Boomer นี่อยู่นาซ่าเลยเหรอคะ คนไทยนี่เก่งจังเลย …
June 19th, 2008 at 1:49 pm
ชอบบทความนี้จัง
อ่านแล้วรู้สึกดีมาก ๆ
และภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำ
…ขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ คนทำดีต่อไป…
June 19th, 2008 at 11:40 pm
มาติดตามค้าบ
แหะๆๆๆๆ
ชีวิตคือความหวัง แค่ยังไม่ยอมแพ้ก้อพอ ^-^
June 20th, 2008 at 11:26 am
อ่านแล้วรู้สึกดีจังเลยคับ…อย่างน้อยสังคมเราก็ยังมีคนดี กตัญญู อีกเยอะ…ทั้งพวกที่มีผู้คนพบเห็น ก็สรรเสริญเยินย้อกันไป และอีกหลายๆ คนที่ซ้อนตัวเป็นแสงสว่างเล็กๆ ในมุมมืดก็อีกไม่น้อย เช้ามามีข้อมูลดีๆ ให้ได้เสพกันบ้างแบบนี้ก็ดีนะคับ
ถามว่าภูมิใจแค่ไหน? ตอนนี้ก็มากมายอยู่นะคับ ถึงจะยังทำอะไรไม่ได้มาก แต่ก็ทำให้คนที่รักเราดูภูมิใจและยินดีกับสิ่งที่ผมทำมากมาย เราก็พลอยดีใจ ปิติ ขั้นมา เหอะๆ รักแม่จังเลยค๊าบบบ
June 20th, 2008 at 11:57 am
เป็นผู้ให้มีความสุขยิ่งกว่า คิดในทางบวก สร้างแรงบันดาลใจให้ชีวิต
June 20th, 2008 at 1:57 pm
ชื่อบล็อคที่ว่า “คุณภูมิใจในสิ่งที่คุณทำแค่ไหน?”
เหมือนกับจะถามกับคนอ่านว่า ในชีวิตนึงเคยทำอะไร ที่ตัวเองภูมิใจบ้าง ผมอยากมองต่างมุมกับคำถามว่า “คุณละอายใจในสิ่งที่คุณทำแค่ไหน?” เช่น เคยเป็นพรานยิงแม่ชะนีที่มีลูกอ่อนเพื่อเอาลูกชะนีไปขาย
น่าจะมีบล็อคพวกนี้มาแก้เลี่ยนมั่งนะครับ เบื่อการเล่าเรื่องราวความดีของผู้อื่นอะครับ แค่อยากสนุกเล่นๆ
June 20th, 2008 at 2:53 pm
เป็นกำลังใจให้คนที่สู้ชีวิตทุกคนค่ะ ตราบใดยังมีลมหายใจยังไงก็อย่าท้อนะคะ สู้ ๆ ค่ะ
June 20th, 2008 at 4:29 pm
อ่านแล้มีกำลังใจขึ้นอีกเยอะเลย..
สู้…สู้
June 20th, 2008 at 5:14 pm
แต่ก่อนเวลาท้อ เหนื่อย ผมมักให้กำลังใจตัวเองว่า แค่นี่เองๆๆๆๆๆ เราทำได้อยู่แล้วๆๆๆๆ แล้วก็คิดว่าคนอื่นที่เหนื่อยและลำบากกว่าเรายังมีอีกเยอะ
แต่พอมาอ่าน Blog นี้ก็ได้รู้จิงๆ ว่ายังมีคนลำบากกว่าเราอีกเยอะจิงๆ เค้ายังอยู่ได้เลย
แถมอยู่ได้ดีอย่างมีความสุขอีกด้วย ทำให้ผมมีกำลังใจและรู้สึกดีขึ้นเยอะ
แต่ละเรื่องที่เว็บมาสเตอร์นำมาบอกกล่าวเล่าเรื่อง ผมชอบมากคับ แต่บางดีมันดูยาวๆ อ่า
คือผมเป็นคนไม่ค่อยชอบอ่าน แต่ถ้าเรื่องไหนที่ผมสนใจผมจาอ่านนะ แบบว่าพอเห็นเนื้อหาเยอะๆ มันจะขี้เกียจอ่านขึ้นมาทันที (ผมเชื่อว่าหลายคนคงเป็นแบบเดียวกับผมนะ)
แต่ถ้าเรื่องดีๆ ก็น่าให้อภัย ชอบค้าบ… ขอบคุณทุกเรื่องราวดีๆ
June 20th, 2008 at 6:07 pm
ใครที่คิดว่าตัวเองลำบากทั้งๆ ที่มือเท้าก็มีครบน่าจะมาอ่านนะ.. เผื่อจะสำนึก
June 23rd, 2008 at 7:24 pm
ก็เป็นเรื่องที่แปลกน่ะกำลังอยู่ในภาวะท้อถอย แต่พอมาอ่านแล้วรู้สึกว่าทุกเส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบมะลิหอมกรุ่นคงมีบางช่วงที่เราอาจจะสะดุดบ้างแต่สุดท้ายถ้าเราพยายามและกำลังรู้ว่าตัวเรากำลังจะทำอะไรอยู่ สักวันรอยยิ้มแห่งความยินดีคงอยู่กับเรา